กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > เปลี่ยนห้องเรียน เปลี่ยนสังคม
กลับหน้าแรก

เปลี่ยนห้องเรียน เปลี่ยนสังคม เสียงจากครูรุ่นใหม่ ครูสัญญา มัครินทร์
ปาฐกถามูลนิธิโกมลคีมทอง ประจำปี ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๔๘

คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๕๖๕

คำนำ

ข้าพเจ้าพบครูสัญญาเป็นครั้งแรกเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ตอนนั้น “สอญอ” ยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย มาที่วัดป่าสุคะโตกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน โดยมีครูสุภา มนูญศักดิ์เป็นผู้พามา ทราบมาว่านักเรียนกลุ่มนี้หลายคนมีปัญหาการเรียนตามประสา“เด็กหลังห้อง” นิสัยออกจะเฮี้ยว ๆ อันเป็นธรรมดาของวัยรุ่น จึงเป็นที่ระอาใจของครูหลายคน แต่ครูสุภา(รวมทั้งครูเกียรติศักดิ์ ผู้เป็นสามี)เป็นครูที่มีเมตตา เข้าใจเด็กวัยรุ่น เห็นด้านดีของนักเรียนเหล่านี้ จึงเอาใจใส่และชวนมาทำกิจกรรมหลายอย่างที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เขาได้

ภาพจำของข้าพเจ้าเกี่ยวกับ “สอญอ”ตอนนั้นจึงผูกติดอยู่กับภาพเด็กหลังห้อง ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน หลายปีผ่านไปข้าพเจ้าจึงแปลกใจเมื่อทราบว่าเขาได้กลายเป็นครูในโรงเรียนมัธยม ซึ่งในความเข้าใจของข้าพเจ้าไม่น่าจะเหมาะกับอุปนิสัยหรือภูมิหลังของเขา เนื่องจากอาชีพครูนั้นมีกรอบกำหนดมากมาย ทั้งระเบียบของโรงเรียน ของกระทรวง และความคาดหวังของสังคม หลายปีต่อมาข้าพเจ้าแปลกใจอีกครั้ง แต่คราวนี้ระคนด้วยความดีใจเมื่อได้ยินกิตติศัพท์ว่า เขาเป็นครูที่ดี มีผลงานดีเด่นมากมาย อีกทั้งเป็นครูที่นักเรียนรัก ทั้งหมดนี้ต่างจากภาพของ “สอญอ”ที่ข้าพเจ้าเคยรับรู้หรือเข้าใจเมื่อ ๒๐ ปีก่อน

เมื่อได้ฟังปาฐกถาโกมลคีมทองในปีนี้ ข้าพเจ้าไม่แปลกใจเลยที่ครูสัญญาเป็นครูที่เด็กรักและได้รับการยกย่องในฐานะครูรุ่นใหม่ เหตุผลนั้นชัดเจนอยู่แล้วจากเรื่องเล่าของครูสัญญาซึ่งเป็นปาฐกในปีนี้

เรื่องราวของครูสัญญาในด้านหนึ่งเป็นเรื่องของอานุภาพแห่งกัลยาณมิตร ซึ่งช่วยดึงศักยภาพอันล้ำค่าออกมา จนเปล่งประกายฉายฉาน เป็นที่ประจักษ์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น จะพูดว่าครูสัญญาโชคดีที่มีกัลยาณมิตรมากมายก็ได้ จนพบว่าตนมีฉันทะในความเป็นครู การเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยการชักนำของกัลยาณมิตรนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ครูสัญญา ในอีกด้านหนึ่งครูสัญญาก็ได้กลายมาเป็นกัลยาณมิตรให้แก่คนอีกมากมาย หลายคนเป็นนักเรียนที่อ่อนวัยกว่ามาก แต่แทนที่ครูสัญญาจะทำตัวเหนือกว่าในฐานะคนที่มีความรู้และประสบการณ์มากกว่า ครูสัญญากลับมองว่าบทบาทของครูแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นอะไรมากกว่ากัลยาณมิตรของนักเรียน นั่นคืออยู่ระนาบเดียวกับเขา พร้อมที่จะให้กำลังใจ และสนับสนุนเขา โดยเริ่มต้นจากการฟังเขาให้มาก และนั่นคือสิ่งสำคัญที่จะดึงศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง

ประสบการณ์ของครูสัญญาที่ถ่ายทอดออกมาในปาฐกถาโกมลคีมทองครั้งนี้ ชี้ให้เห็นเป็นอย่างดีว่าเยาวชนนั้นมีศักยภาพอย่างมาก หากได้รับการสนับสนุนและอำนวยจากครูหรือกัลยาณมิตร เขาก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่เพียงขยันเรียนและสนุกกับการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถออกแบบหลักสูตรหรือกระบวนการเรียนรู้ของตัวเองได้ด้วย แม้จะเป็นนักเรียนแค่ม.๑

ทุกวันนี้มีการตั้งคำถามกับระบบการศึกษามากขึ้น มีสัญญาณบ่งชี้มากมายว่าการศึกษาไทยกำลังกำลังมาถึงทางตัน แต่ท่ามกลางภาวะวิกฤตดังกล่าว เรื่องราวของครูสัญญาสามารถให้ความหวังแก่เราได้ รวมทั้งเสนอแนวทางที่อาจเป็นคำตอบแก่การศึกษาและบทบาทของครูได้ นั่นคือ การเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของนักเรียนให้กว้างกว่าห้องเรียน ขยายออกไปสู่ชุมชน สังคม และโลกกว้าง แทนที่จะเรียนรู้จากตำราหรือหนังสืออย่างเดียว ก็เรียนรู้จากผู้คนในชุมชน และแทนที่จะเรียนรู้ภายใต้กรอบที่กำหนดจากคนอื่นเท่านั้น ก็เรียนรู้ในประเด็นที่ตนสนใจ ซึ่งโยงจากเรื่องของตนเองไปสู่ชุมชน สังคม และโลกกว้าง ที่สำคัญก็คือบทบาทของครู แทนที่จะเน้นการประสิทธิ์ประศาสน์สั่งสอนนักเรียน ก็เปลี่ยนมาเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับนักเรียน

บทบาทที่เปลี่ยนไปของครู ดังมีครูสัญญาเป็นตัวอย่าง จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนมีความแน่นแฟ้น และมีความหมายมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน หาไม่แล้วครูกับนักเรียนมีแต่จะเหินห่างกัน แปลกแยกจากกันมากขึ้น ดังปรากฏให้เห็นในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาแทบทุกหนแห่ง

สังคมไทยมาถึงจุดที่ต้องนิยามการศึกษาและความเป็นครูกันใหม่ ประสบการณ์ของครูสัญญาที่ถ่ายทอดมาได้อย่างน่าประทับใจในปาฐกถาครั้งนี้ สามารถให้คำตอบได้อย่างน้อยก็แง่หนึ่งว่า การศึกษาในยุคใหม่ควรมีทิศทางอย่างไร และครูควรจะมีบทบาทอย่างไรในโลกสมัยใหม่ คำตอบดังกล่าวหากถูกละเลยเพิกเฉย ก็น่าเป็นห่วงว่าการศึกษาและความเป็นครูจะถึงจุดวิกฤตชนิดที่ไร้ทางออก

ปาฐกถาและหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เหมาะกับครูหรือผู้บริหารการศึกษาเท่านั้น ผู้เป็นพ่อแม่ก็ควรอ่านจะได้เข้าใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของลูก จะว่าไปแล้วแม้เป็นผู้ใหญ่ก็ควรอ่านเช่นกัน จะได้เข้าใจคนรุ่นใหม่ ไม่ด้อยค่าหรือดูแคลนว่าเป็นเด็ก คิดเองไม่เป็น จนกว่าจะมีคนสอนหรือบอกให้ทำ


พระไพศาล วิสาโล
๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved