หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สาระขัน > หัวหมอ
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : สาวิกา
Vol. : พฤษภาคม ๒๕๔๘

คอลัมน์ สาระขัน : หัวหมอ
By : สามสลึง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


นักธุรกิจเสนอรถเบ็นซ์คันหรูให้นักการเมืองคนหนึ่งเพื่อแลกกับการเซ็นสัญญาอนุมัติซื้อสินค้าของตัว

“คุณก็รู้นี่ว่าผมรับไม่ได้” นักการเมืองตอบ “นี่มันสินบนชัด ๆ”

“อย่างนี้ดีไหม ผมขายรถคันนี้ให้ท่าน” นักธุรกิจตอบ “คันละ ๒๐๐ บาทขาดตัว”

“งั้นผมขอสองคัน” นักการเมืองรีบตะครุบ

เรื่องข้างบนนี้จะเรียกว่าอะไรหากไม่ใช่ “ทุจริตโดยไม่ผิดกฎหมาย”

กฎหมายหรือกฎระเบียบนั้นไม่ว่าจะร่างให้ดีแค่ไหน ก็มีจุดอ่อนอยู่เสมอ อย่างน้อยก็เปิดช่องให้คนทำความชั่วได้โดยไม่รู้สึกว่าผิด เพราะตีความเข้าข้างตัวเอง เคยมีเรื่องเล่าว่าคราวหนึ่งนัสรูดินเก็บสร้อยเพชรได้ที่ข้างถนน ตามหลักศาสนาที่เขานับถือ เมื่อใครก็ตามพบของหาย เขาจะต้องไปประกาศในตลาดหรือที่สาธารณะว่าพบของดังกล่าว ๓ ครั้ง หากไม่มีใครแจ้งเป็นเจ้าของ ของชิ้นนั้นจึงจะตกเป็นของเขาได้ นัสรูดินนั้นใจหนึ่งก็อยากได้สร้อยเพชรนี้มาก แต่ก็จำต้องทำตามบัญญัติของศาสนา ดังนั้นเขาจึงย่องไปตลาดตอนตีสองและประกาศเบา ๆ ๓ ครั้ง แน่นอนไม่มีใครมาแจ้งว่าตนเป็นเจ้าของเพราะที่นั่นไม่มีใครสักคนนอกจากเขา ดังนั้นสร้อยเพชรนั้นจึงตกเป็นของนัสรูดินอย่างเต็มภาคภูมิ

ถ้าหากจะเป็นคนดี เพียงแค่ทำตามกฎหมายหรือบทบัญญัติของศาสนาอย่างเดียว ย่อมไม่พอ เพราะกิเลสของคนเรานั้นเก่งมากในการตีความกฎหมายให้เข้าข้างตนเอง หรืออาศัยช่องว่างของบทบัญญัติในการสนองความอยากของตัว แม้แต่ข้อตกลงกับตัวเองหรือกับคนอื่นก็ยังสามารถบิดพลิ้วได้ เช่น รับปากกับแฟนว่าจะไม่มีเมียน้อย แต่ก็เลี่ยงไปมี “กิ๊ก” แทน รับปากว่าจะไม่กลับบ้านดึก ก็เลยกลับบ้านแต่เช้ามืดแทน

กฎหมายหรือบทบัญญัติจึงไม่ใช่หลักยึดที่ปลอดภัย แม้จะกอดกฎหมายหรือบทบัญญัติไว้แน่นหนาเพียงใดก็อาจเผลอทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ได้ ถ้าจะให้แน่ใจจริง ๆ ว่าจะไม่เผลอ “บกพร่องโดยสุจริต” ก็คือต้องฟังเสียงมโนธรรมของตน มโนธรรมนั้นไม่สนใจกฎหมายหรือกฎระเบียบเท่ากับความถูกต้อง แม้กฎหมายจะเปิดช่อง แต่มโนธรรมอาจไม่อนุญาตให้ทำเพราะเป็นสิ่งที่ผิด หากคุณเจอกระเป๋าสตางค์ตก ในนั้นมีเงินหลายหมื่นบาท แน่นอนว่าคุณสามารถเก็บไปเป็นของตนได้โดยไม่รู้สึกผิดกฎหมายหรือผิดศีล แต่ในส่วนลึกของจิตใจ คุณย่อมรู้สึกดีว่าการทำเช่นนั้นไม่ถูกต้อง ตรงนี้แหละเป็นหน้าที่ของกิเลสที่จะอ้างเหตุผลสารพัดว่าทำไมจึงควรเก็บเงินในกระเป๋าใบนั้นไว้ เช่น อ้างว่าไม่รู้ใครเป็นเจ้าของ แต่ถ้าในกระเป๋ามีบัตรประชาชน ข้ออ้างก็จะเปลี่ยนเป็นว่า ฉันไม่มีเวลาไปตามหาเจ้าของ หรือมิเช่นนั้นก็อ้างว่า ทีกระเป๋าเงินของฉันหาย ไม่มีใครเอามาคืน แล้วเรื่องอะไรฉันจะไปคืนกระเป๋าใบนี้ให้เจ้าของ ถือว่าเป็นกรรมของสัตว์ก็แล้วกัน เขาอาจทำกรรมไม่ดีมาก่อน เลยต้องสูญเงินก้อนนี้ไป ฯลฯ

มโนธรรมมักรบกวนจิตใจเวลาเราทำสิ่งไม่ถูกต้อง หลายคนจึงรู้สึกรำคาญและไม่อยากฟังเสียงมโนธรรมของตัว แต่สำหรับคนที่หมั่นทำความดีด้วยมโนธรรมของตัว จะพบกับความสุขภายใน และภูมิใจกับตัวเอง เมื่อถึงคราวจะจากโลกนี้ไป ก็ไปอย่างสงบ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ

กฎหมายหรือกฎระเบียบนั้นเราต้องระวังไม่ให้กิเลสใช้เป็นเครื่องมือสนองความอยากของมัน อย่างที่คนหัวหมอชอบทำ แต่ขณะเดียวกันก็อย่าถึงกับพาซื่อชนิดที่ทำตามระเบียบเป๊ะ โดยไม่ใช้ปัญญา


ชายผู้หนึ่งนำรถไปตรวจสภาพที่กรมการขนส่งเพื่อขอป้ายทะเบียน หลังจากรอพักใหญ่ ก็มีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อบุญสม คุณเอารถมาตรวจสภาพใช่ไหมครับ”

ระหว่างที่ตรวจดูรถเขาก็กรอกแบบฟอร์มไปด้วย แต่พอกรอกเสร็จ คุยกับเจ้าของรถสักพัก ก็หาแบบฟอร์มนั้นไม่เจอ บุญสมจึงบอกว่า “ไม่เป็นไร เรามาเริ่มใหม่ก็แล้วกัน”

พอได้แบบฟอร์มใบใหม่ เขาก็หันหน้ามาที่เจ้าของรถแล้วพูดว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อบุญสม คุณเอารถมาตรวจสภาพใช่ไหมครับ”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved