หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สาระขัน > ขอคุยด้วยหน่อย
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : สาวิกา
Vol. : เมษายน ๒๕๔๘

คอลัมน์ สาระขัน : ขอคุยด้วยหน่อย
By : สามสลึง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สมศักดิ์นั่งรออยู่หน้าห้องนานเป็นชั่วโมงกว่าจะได้พบหมอ แต่พอเข้าไปในห้องตรวจ เล่าอาการได้เพียงเล็กน้อย โทรศัพท์ของหมอก็ดัง หมอออกไปรับเสร็จกลับเข้ามา สมศักดิ์ก็ต้องเล่าใหม่ แล้วโทรศัพท์ของหมอก็ดังอีก พอหมอกลับมา สมศักดิ์ก็ต้องเล่าอาการใหม่อีก

เป็นอย่างนี้ถึงห้าครั้ง ในที่สุดสมศักดิ์ก็เดินออกจากห้องตรวจ

“คุณจะไปไหน คุณยังเล่าอาการไม่เสร็จเลย” หมอถามด้วยความประหลาดใจ

“ผมจะออกไปโทรศัพท์มาเล่าอาการให้หมอฟังครับ” สมศักดิ์ตอบ

มักพูดกันว่าเทคโนโลยีช่วยทำให้มนุษย์ใกล้ชิดกันมากขึ้น ติดต่อกันได้สะดวกฉับไวขึ้น นั่นเป็นความจริงแค่ส่วนเดียว เพราะในอีกด้านหนึ่งมันกลับทำให้เรามีเวลาให้แก่คนรอบตัวเราได้น้อยลง

ไม่มีใครเถียงว่าโทรทัศน์ โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตเป็นตัวกลางเชื่อมคนที่อยู่ไกลให้เขยิบเข้ามาใกล้กับเราได้มากขึ้น แต่ในทางกลับกัน บ่อยครั้งมันกลับเป็นตัวกลางขวางกั้นระหว่างเรากับคนใกล้ตัว จนทำให้ดูเหมือนอยู่ห่างไกลกันมากขึ้น ใช่หรือไม่ว่าขณะที่เราพูดคุยติดต่อกับผู้คนข้ามประเทศหรือข้ามทวีปบ่อยขึ้น เรากลับมีเวลาสนทนากับคนในบ้านน้อยลง

ขณะที่พ่อง่วนกับการตอบอีเมล์ แม่จ่อมจมอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ลูกชายก็กำลัง “แช็ต” กับเพื่อนต่างชาติทางอินเตอร์เน็ต ส่วนลูกสาวนั้นเพิ่งโทรศัพท์คุยกับเพื่อนได้แค่สองชั่วโมง ทุกคนในครอบครัวมีเวลาให้แก่คนอื่น (ผ่านเทคโนโลยี) แต่กลับไม่มีเวลาให้แก่กันและกัน

ทุกวันนี้ผู้คนพากันให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไรกันอยู่ หากเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นต้องพักการคุยไว้ก่อนเพื่อไปรับโทรศัพท์ ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่สมศักดิ์ถูกหมอ “ทิ้ง” กลางคัน ถ้าคุณเป็นสมศักดิ์ ก็คงไม่มีทางเลือกอะไรดีไปกว่าโทรศัพท์มาหาหมอแทนที่จะมาพบด้วยตัวเอง

เคยมีการ์ตูนหนึ่งช่องจบ เป็นภาพสามีกับภรรยากำลังเอกเขนกอยู่บนเตียง เดาออกหรือไม่ว่าทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่? คำตอบคือ กำลังโทรศัพท์ทั้งคู่ โทรศัพท์ถึงใคร ? ถูกต้องแล้วคร้าบ! ทั้งคู่กำลังโทรศัพท์คุยกันเอง

สามีภรรยาคู่นี้ติดโทรศัพท์งอมแงมจนกระทั่งว่าถ้าจะพูดคุยกัน ก็ต้องคุยกันผ่านโทรศัพท์ ทั้ง ๆ ที่นอนอยู่ติด ๆ กัน โชคดีที่เรื่องนี้เป็นแค่จินตนาการ แต่ก็สะท้อนพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันได้ตรงกับความเป็นจริงมิใช่น้อย เพราะทุกวันนี้เราก็มาถึงขั้นเลี้ยงลูกทางโทรศัพท์กันแล้ว

ความเชื่อว่าโทรศัพท์ทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น มีส่วนไม่น้อยในการทำให้เราพึ่งพาโทรศัพท์อย่างมากจนละเลยการติดต่อสัมพันธ์กันแบบตัวต่อตัว ใคร ๆ ก็คิดว่าถึงแม้จะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ก็ยังสามารถโทรศัพท์คุยกันได้ หรือถึงแม้จะไม่มีเวลาดูแลลูก ก็สามารถเลี้ยงลูกทางโทรศัพท์ได้ ความคิดเช่นนี้ทำให้ไม่พยายามที่จะหาเวลาอยู่ด้วยกัน ผลก็คือความสัมพันธ์ก็ยิ่งห่างเหิน จนโทรศัพท์อาจไม่มีความหมายไปเลยในที่สุด ถึงตอนนั้นแม้แต่การหันมาคุยกันตัวต่อตัว ก็อาจไม่ช่วยเลยก็ได้

ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ก็ไม่ควรให้เทคโนโลยีมาเป็นใหญ่ จนไม่มีเวลาให้แก่การติดต่อสนทนากันแบบตัวต่อตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมีเวลาให้แก่การสนทนาตัวต่อตัวแล้ว ความสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นสนิทสนมโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมก็คือ การเปิดใจรับฟังกันและกัน มิใช่เอาแต่พูดให้คนอื่นฟังอย่างเรื่องข้างล่าง

“เลิกหาวเสียทีได้ไหม ฉันชักรำคาญแล้วนะ” ภรรยาหงุดหงิดกับสามี

“ผมไม่ได้หาว” สามีชี้แจง

“ไม่ได้หาว แล้วอ้าปากทำไม ?”

“ที่อ้าปากก็เพราะรอว่าเมื่อไหร่จะได้พูดสักที ”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved