หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สาระขัน > เติบโตไปด้วยกัน
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : สาวิกา
Vol. : สิงหาคม ๒๕๔๗

คอลัมน์ สาระขัน : เติบโตไปด้วยกัน
By : สามสลึง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ใกล้ถึงวันปีใหม่ ครูได้ถามนักเรียนชั้นป.๔ ว่า “เรามาช่วยกันเขียนบัตรอวยพรปีใหม่ให้แก่คนที่ว้าเหว่ไร้ญาติขาดมิตรกันดีไหม ?”  

“ดีครับ” “ดีค่ะ” นักเรียนตอบอย่างพร้อมเพรียง

ครูจึงถามต่อว่า “แล้วถ้าจะส่งการ์ดให้คนที่เราไม่ชอบหน้าเลยล่ะ นักเรียนคิดว่าดีไหม?”

นักเรียนทำหน้าครุ่นคิด บางคนก็อึกอัก สักพักนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็เดินตรงมาหาครู พร้อมกับยื่นซองให้ครู แล้วพูดว่า “สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะคุณครู”


การสอนให้เด็กเป็นคนดีนั้น บางครั้งอาจส่งผลที่ไม่พึงปรารถนากลับมาที่ผู้สอน พ่อแม่ที่สอนให้ลูกไม่พูดปด อาจจะถูกลูกท้วงติงว่า ทำไมคุณพ่อคุณแม่จึงพูดปดกับหนูล่ะคะ เช่นเดียวกับคุณครูในเรื่องข้างบน ที่ค้นพบความจริงอันไม่โสภาจากเด็กน้อยที่เชื่อฟังคำสอนของคุณครู ถ้าเด็กหญิงไม่เห็นด้วยกับการส่งการ์ดให้คนที่ตนไม่ชอบหน้า คุณครูก็คงไม่รู้ว่าตนเองนั่นแหละคือคนที่นักเรียนทั้งห้องไม่ชอบหน้า

แต่คุณครูที่แท้ย่อมไม่เสียใจเมื่อเกิดเหตุดังกล่าว เพราะนั่นเป็นผลมาจากความเติบโตทางสติปัญญาของเด็ก ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นตัวบ่งบอกถึงความสำเร็จของคุณครู คุณพ่อคุณแม่ก็เช่นเดียวกัน ไม่ควรโกรธลูกเวลาถูกท้วงติง เป็นเพราะลูกเชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ว่าการพูดปดไม่ดี เขาจึงทักท้วงคุณพ่อคุณแม่เช่นนั้น

เด็กที่เติบโตในทางสติปัญญาและคุณธรรม ย่อมกล้าพูดและกล้าทำสิ่งที่ตนเห็นว่าเป็นความดี คุณพ่อคุณแม่และคุณครูควรสนับสนุนให้เด็กทำเช่นนั้นต่อไป ไม่ควรโกรธหรือขุ่นเคืองเพียงเพราะว่าการกระทำเช่นนั้นมากระทบกับอัตตาของตนหรือทำให้เสียหน้า ควรมองว่าเป็นเรื่องดีที่ตนเองจะได้ปรับปรุงตัวเองไปด้วย การเติบโตที่พึงประสงค์นั้นควรเป็นการเติบโตไปด้วยกันทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูก ๆ ทั้งคุณครูและนักเรียน ไม่ควรคิดว่า การเติบโตเป็นเรื่องของเด็ก ๆ เท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ต้องการการเติบโตด้วยเช่นกัน ก็การศึกษานั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดชีวิตมิใช่หรือ

เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ผู้ใหญ่ควรดีใจเมื่อประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าวก็คือ เด็กได้พูดความจริงกับเรา เป็นความจริงที่ออกมาจากความซื่อบริสุทธิ์และความปรารถนาดีของเด็ก ความจริงนั้นอาจฟังดูไม่ไพเราะ แต่ก็ไม่ก่อผลเสียแก่เรามากเท่าไร และหากรู้จักใช้ ก็จะเป็นประโยชน์แก่เรามหาศาล ตรงกันข้ามคำโกหกนั้นแม้จะน่าฟังและชวนเคลิ้ม แต่นั่นก็เพราะมันถูกกับกิเลสของเรา และเมื่อใดก็ตามที่กิเลสถูกพะนอจนฟูฟุ้ง สติปัญญาก็มักจะถดถอย สิ่งที่ตามมาก็คือความพลั้งพลาดเสียทีจนเกิดผลร้ายในที่สุด ขอเชิญสดับนิทานสอนใจต่อไปนี้

สามีภรรยาออกมาเล่นกอล์ฟในสนามที่รายล้อมด้วยคฤหาสน์ราคานับสิบล้าน คราวหนึ่งสามีหวดลูกกอล์ฟแรงเกินไป ลูกวิ่งไปชนหน้าต่างคฤหาสน์หลังหนึ่งเสียงดังเพล้ง ๆ ๆตามมาเป็นระลอก ทั้งสองเดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยความประหวั่น เห็นเศษกระจกและเศษแก้วแตกกระจายอยู่เต็ม คำนวณค่าเสียหายแล้วคงมากโขอยู่

แล้วทั้งสองก็เจอเจ้าของบ้านซึ่งยืนยิ้มอยู่ พร้อมกับพูดว่า “ขอบใจนะที่ช่วยทำขวดแก้วแตกจนฉันออกมาได้ ยักษ์อย่างฉันอยากตอบแทน ขออะไรก็ได้ ๒ อย่าง ฉันขอเพียงอย่างเดียวจากท่าน”

“ตกลง ผมขอเดือนละล้าน” สามีว่า

“ความปรารถนาของท่านจะเป็นจริง” ยักษ์ตอบ

“ฉันขอแมนชั่นในทุกประเทศ” ภรรยาบอก

“ความปรารถนาของท่านจะเป็นจริง” ยักษ์ตอบ

“แล้วท่านจะขออะไรล่ะ” สามีถาม

“ฉันขอนอนกับภรรยาของท่าน” เป็นคำตอบจากยักษ์

สามีภรรยาหารือกันสักพัก ก็ตกลงเพราะดีใจที่ได้ทั้งเงินและแมนชั่น แล้วสามีก็ทิ้งภรรยาไว้กับยักษ์

หลายชั่วโมงผ่านไป เมื่อยักษ์สมปรารถนาแล้ว ก็ถามภรรยาว่า

“สามีคุณอายุเท่าไหร่ ?”

“๓๘ ปี” ภรรยายตอบ

“คนอะไร อายุเกือบ ๔๐ แล้วยังงมงาย เชื่อนิทานเรื่องยักษ์ในขวดอยู่ได้”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved