หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สาระขัน > ปรุงแต่ง
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : สาวิกา
Vol. : มีนาคม ๒๕๔๖

คอลัมน์ สาระขัน : ปรุงแต่ง
By : สามสลึง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เพื่อนบ้านเดินผ่านหน้าบ้านของกระแต ได้ยินเสียงร้องแตกตื่น จึงเข้าไปถามว่า

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”

“เสื้อที่ผมตากอยู่บนระเบียงบ้านตกลงมา” กระแตตอบระร่ำระลัก

“เรื่องแค่นี้ก็ต้องร้องโวยวายเชียวหรือ ?” เพื่อนบ้านถาม

“โธ่ ลองคิดดูสิ ถ้าผมสวมเสื้อตัวนั้นอยู่ ก็ต้องตกลงมาพร้อมกับเสื้อ ถึงตอนนั้นถ้าผมไม่ตายก็คางเหลือง”

จริงสินะ ถ้ากระแตตกลงมาพร้อมกับเสื้อ เขาก็ต้องเจ็บแน่ ๆ แต่ที่จริง นั่นเป็นแค่ความคิด ไม่ใช่แค่ความคิดเฉย ๆ แต่เป็นความคิดที่ปรุงแต่งไปไกล เมื่อปล่อยใจไปกับความคิดที่หวาดเสียวแบบนั้น จะอยู่เป็นสุขได้อย่างไร

แม้ว่ามีไม่กี่คนที่จะคิดไปไกลแบบกระแต แต่ใช่หรือไม่ว่าคนทุกวันนี้เป็นทุกข์ก็เพราะชอบนึกคิดคาดเดาล่วงหน้าไปในทางที่เลวร้าย ฉันจะทำยังไง ถ้าธุรกิจล้มละลาย จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ จะไปสู้หน้ากับครอบครัวอย่างไร และถ้าสามีทิ้งล่ะ ฉันจะอยู่อย่างไร ลูก ๆ จะเอาอะไรกิน เพื่อน ๆ ไม่หัวเราะเยาะฉันหรือ

ส่วนวัยรุ่นก็กลุ้มอกกลุ้มใจไม่แพ้กัน เพราะคิดปรุงแต่งไปว่า ถ้าสอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้ จะทำยังไงกับชีวิต แล้วแฟนล่ะเขาจะว่ายังไง ไปไหนจะกล้าบอกใครหรือว่าเป็นแฟนกับคนตกเอ็นทรานซ์

คนเรามักเป็นทุกข์เพราะความคิดที่ปรุงแต่งไปไกล บางคนเป็นห่วงแม่ซึ่งป่วยหนัก ครั้นได้โทรเลขจากบ้านที่ต่างจังหวัด ไม่ทันเปิดดูข้อความก็ร้องห่มร้องไห้แล้ว เพราะนึกว่าทางบ้านส่งข่าวมาบอกว่าแม่หมดลมแล้ว ต่อเมื่อเปิดซองโทรเลข ถึงรู้ว่าแม่ส่งข่าวให้ช่วยหาซื้อยาส่งไปให้

ความคิดของเราชอบปรุงแต่งไปในทางที่เลวร้าย ถ้าเราหลงเชื่อความคิดของเราทุกครั้งไป ก็หาความสุขสงบไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรู้จักเท่าทันความคิด มีสติไม่หลงปล่อยใจไปกับความคิดที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวไม่หยุดหย่อน รู้ตัวว่ากำลังปรุงเรื่องไปทางร้าย ก็หัดเบรกหัดชะลอความคิดบ้าง

อย่าให้จิตปรุงแต่งไปในทางร้ายจนเป็นนิสัย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนชอบมองโลกในแง่ร้าย ถ้าเลิกนิสัยปรุงแต่งไม่ได้ มาฝึกจิตให้หมั่นปรุงแต่งไปในทางดีจะดีกว่าไหม ถ้าทำได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่ทุกข์ เพราะเห็นเป็นเรื่องดีไปหมด อย่างเรื่องของเสน่ห์

เสน่ห์ตื่นมาเช้าตรู่ พบว่ารถยนต์ที่จอดหน้าบ้านหายไปไร้ร่องรอย ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ แม้กระนั้นเขาก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ยังกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อน ๆ เหมือนเคย

“รถหายทั้งคัน ทำไมคุณยังยิ้มอยู่ได้ สงสัยว่าทำประกันเอาไว้เยอะ” เพื่อน ๆ พากันถาม

“เปล่า ผมไม่ได้ประกันรถคันนี้เลย” เสน่ห์ตอบ

“แล้วทำไมไม่เห็นทุกข์ร้อนเลย”

“อ้าว คุณลองคิดดูซิ ถ้าหากตอนที่รถหายนั้น ผมกำลังขับรถคันนั้นอยู่ ผมจะมิพลอยหายไปพร้อมกับรถด้วยหรือ” เสน่ห์ตอบ

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved