หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สาระขัน > เหตุผล
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : สาวิกา
Vol. : พฤศจิกายน ๒๕๔๕

คอลัมน์ สาระขัน : เหตุผล
By : สามสลึง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มณฑลเป็นคนขี้ลืมอย่างร้ายกาจ คราวหนึ่งเขากับภรรยาไปพักโรงแรมอย่างหรูที่ภูเก็ต ตกค่ำเขาก็แวบไปอบไอน้ำในห้องเซาน่า พอเสร็จกิจเดินกลับห้องพัก ปรากฏว่าเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้ากลับมาด้วย

“เธอเอาเสื้อไปทิ้งไว้ที่ไหนอีกล่ะนี่ ?” ภรรยาถามอย่างระอา

“เสื้อรึ ? คงมีใครหยิบเอาของฉันผิดไปแน่เลย แย่มาก เจ้าหมอนั่น”

“ถ้าอย่างนั้น แล้วเสื้อของเขาล่ะอยู่ที่ไหน? ฉันไม่เห็นเธอใส่เสื้อตัวไหนมาเลย”

“ แย่มาก หมอนั่นแย่มาก มันช่างสะเพร่าอะไรอย่างนี้ มันหยิบเสื้อของฉันไปแล้วยังไม่พอ ดันลืมทิ้งเสื้อของมันไว้ให้ฉันอีกด้วย”

คนเราไม่เคยขาดแคลนเหตุผลเวลาจะทำอะไร แต่บ่อยครั้งเหตุผลก็เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น รวมทั้งเวลาทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา เหตุผลดี ๆ ก็มักถูกยกมาเป็นข้ออ้างเสมอ และถ้าสังเกตให้ดี ข้ออ้างเวลามีเรื่องผิดพลาด มักหนีไม่พ้นการโยนความผิดให้คนอื่นทั้งสิ้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ก็โทษเด็กหรือลูกน้อง ถ้าเป็นสามี ก็โทษภรรยา หรือไม่ก็โทษใครก็ได้ จะมีตัวตนหรีอไม่ก็แล้วแต่

เหตุผลถ้าใช้ไม่เป็น มันก็กลายเป็นข้ออ้างของกิเลสในการทำตามใจตัวหรือเข้าข้างตนเอง กรณีข้างบนยังดีหน่อยที่ไม่มีใครเดือดร้อนจากการใช้เหตุผลของมณฑล ที่จริงยังน่าเอ็นดูด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ทำให้เรายิ้มหัวได้ แต่ก็มีบ่อยไปที่เหตุผลถูกใช้ไปในทางที่เบียดเบียนคนอื่น หรือทำให้ส่วนรวมเดือดร้อน เช่น ซื้อเสียงเพื่อเป็นส.ส.โดยอ้างว่าตัวเองรับใช้ชาติได้ดีกว่านักการเมืองฝ่ายตรงข้าม หรือหนีภาษีโดยอ้างว่าเอาเงินไปช่วยเด็กยากจนดีกว่าส่งเงินให้นักการเมืองโกงกิน

กรณีข้างบนอาจจะดูสุดโต่ง คนธรรมดา ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองหรือนักธุรกิจร้อยล้าน คงไม่มีโอกาสได้ใช้ข้ออ้างแบบนี้ แต่ใช่หรือไม่ว่าเราล้วนมีข้ออ้างทั้งนั้นเวลาจะขี้เกียจหรือเข้าหาอบายมุข คนที่เล่นการพนัน กินเหล้า ก็มีเหตุผลสวยหรูทั้งนั้น ไม่ว่าก่อนหรือหลังทำไปแล้ว เช่น “ให้รางวัลกับตัวเองหน่อย” หรือไม่ก็ “ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ”

เหตุผลเหล่านี้ทีแรกเราอาจใช้เพื่อแก้ตัวกับคนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูดี พูดง่าย ๆ คือเพื่อให้คนอื่นเชื่อ แต่ถ้าทำบ่อย ๆ ในที่สุดเราเองก็จะเชื่อจริง ๆ ว่าทำไปเพราะเหตุผลดังกล่าว ถึงตอนนั้นก็แสดงว่าเราหลอกตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว พูดให้ถูกก็คือถูกกิเลสหลอกอย่างแนบเนียน
เหตุผลนั้น มักดูน่าเชื่อถือทั้งนั้น ถ้าเราไม่รู้เท่าทันมัน นอกจากเราจะเป็นเหยื่อของกิเลสมารแล้ว บางครั้งมันยังอาจทำให้เราหลงงงงวยด้วย อย่างเรื่องข้างล่าง

“ธุรกิจตอนนี้แย่เหลือเกิน” สหัสบ่น “สงสัยจะต้องเลิกทำโดนัทแล้ว”

“อ้าว มีปัญหาอะไรเหรอ ?” เพื่อนถาม

“ทำยังไงก็ไม่มีกำไรน่ะซี” สหัสตอบ “ถ้าหากฉันทำให้รูมันโต นายลองนึกดูซิว่าฉันต้องใช้แป้งมากขนาดไหน ถึงจะล้อมไอ้รูนั่นได้รอบ”

“แค่นี้เหรอ ง่ายจะตาย นายก็ทำให้รูมันเล็กลงสิ” เพื่อนแนะ

“อ้าว พอฉันทำให้รูมันเล็กลง ทีนี้ฉันก็ต้องเพิ่มแป้งมากขึ้นอีกเพื่อไปแทนส่วนที่เคยเป็นรู แล้วฉันจะมีกำไรได้ยังไง ?”

เจอเหตุผลแบบนี้ คุณจะตอบสหัสอย่างไรดี?

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved