หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารสารคดี > เปล่งประกาย ฉายศักยภาพ
กลับหน้าแรก

นิตยสารสารคดี : ฉบับที่ ๓๓๐ :: สิงหาคม ๕๕ ปีที่ ๒๘

คอลัมน์รับอรุณ
:  เปล่งประกาย ฉายศักยภาพ
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   

ใครที่รักศิลปะ หากได้ไปอิตาลี ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องไปเมืองฟลอเรนซ์ และเมื่อถึงฟลอเรนซ์ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ ไปชมประติมากรรมอันเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก นั่นคือ “เดวิด” ผลงานของไมเคิลแอนเจโล

ได้เห็นรูปสลักชิ้นนี้จากหนังสือหรือโปสการ์ด ย่อมให้ความรู้สึกไม่เหมือนได้ดูกับตา เพราะ “เดวิด” ของจริงนั้นใหญ่โตมาก คือสูงกว่า ๕ เมตร อีกทั้งยังยืนโดดเด่นเป็นสง่า เป็นงานแกะสลักที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เพราะนอกจากจะแสดงออกถึงเรือนร่างตามแบบอุดมคติประหนึ่งเทพเจ้าโรมันแล้ว ยังดูเหมือนมีชีวิต เลือดเนื้อ และจิตใจ อย่างไม่น่าเชื่อว่าที่ตระหง่านอยู่นั้นคือแท้จริงคือหินอ่อนทึบตัน ท่วงท่าร่างกายและอวัยวะที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ กล้ามเนื้อที่ผุดเป็นริ้วลอน รวมทั้งเส้นเลือดและเส้นเอ็นที่ปูดโปนตามร่างกายอันเปลือยเปล่า โดยเฉพาะที่แขนและหลังมือ สามารถสะกดผู้ดูให้แน่นิ่ง งงงัน และอัศจรรย์ใจไปพร้อมกัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชายหนุ่มวัย ๒๖ จะสลักแท่งหินอ่อนขนาดใหญ่นี้ให้กลายเป็นผลงานที่งดงามได้โดยลำพังผู้เดียว ไมเคิลแอนเจโลใช้เวลาถึง ๑๘ เดือนทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ โดยไม่ย่อท้อต่อดินฟ้าอากาศที่ผันผวน แต่ที่น่าพิศวงกว่านั้นก็คือ ผลงานอันยิ่งใหญ่นี้แกะสลักจากวัตถุดิบที่ใครต่อใครล้วนส่ายหน้าว่าไม่มีดีเสียแล้ว แท่งหินอ่อนขนาด ๑๘ ฟุตที่ไมเคิลแอนเจโลได้รับมานั้น เคยผ่านมือช่างแกะสลักมาแล้วสองคน คนแรกนั้นทำค้างไว้แล้วก็ทิ้งไป คนที่สองมาทำต่อ ก็ไม่สำเร็จ ผลก็คือ แท่งหินที่เสียรูป ยับเยิน จากนั้นก็ถูกทิ้งนานเกือบ ๔๐ ปี โดยไม่มีช่างผู้ใดเหลียวแล

แต่ไมเคิลแอนเจโลไม่เหมือนคนอื่น เขารับงานชิ้นนี้มาทำอย่างไม่เกี่ยงงอน แทนที่จะมองว่าแท่งหินอ่อนนี้เป็นปัญหา เขากลับมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย ความมั่นใจในฝีมือของตนทำให้เขาพร้อมจะปลุกปล้ำกับแท่งหินแท่งนี้ ด้วยความวิริยะอุตสาหะของเขา ผลงานเอกอุระดับโลกก็บังเกิดขึ้นได้ในที่สุด

ความสำเร็จของไมเคิลแอนเจโลเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ผลงานที่ดีเลิศนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยวัตถุดิบที่ดีหรือมีพร้อมทุกอย่าง แม้วัตถุดิบจะมีคุณภาพต่ำ แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดผลงานชั้นเลิศได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่สติปัญญาและความพากเพียรของผู้กระทำมากกว่าอะไรอื่น ทำนองเดียวกับอาหารที่อร่อย รสชาติดี ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องปรุงที่เพียบพร้อมหรือวัตถุดิบคุณภาพดี แม้ได้ของไม่ดีมา แต่แม่ครัวที่เก่งและใส่ใจ ย่อมปรุงให้อาหารอร่อยได้

ผลงานฉันใด ชีวิตคนเราก็ฉันนั้น แม้บางคนจะเกิดมามีร่างกายพิกลพิการ สุขภาพไม่ดี ลำบากยากจน เรียกว่ามีต้นทุนที่เสียเปรียบมาตั้งแต่แรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะต้องลงเอยด้วยความล้มเหลวตกต่ำ หากมีความพากเพียรและใช้สติปัญญา ก็สามารถใช้ต้นทุนที่มีอยู่ในการพัฒนาชีวิตให้เจริญงอกงามได้ หลายคนที่ตาบอด หูหนวก สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ไม่ใช่เพราะโชค แต่เพราะเขาไม่ดูแคลนหรือรังเกียจสิ่งที่มีอยู่ในตัว หากรู้จักใช้หรือพัฒนาศักยภาพจนพบความสุขหรือสร้างสรรค์ความสำเร็จให้แก่ชีวิตได้ ในขณะที่บางคนซึ่งมีพร้อมทุกอย่าง แต่ชีวิตกลับตกต่ำ ระทมทุกข์ ซ้ำยังไม่สามารถทำตนให้เป็นประโยชน์แก่โลกได้

เคยมีคนถามไมเคิลแอนเจโลว่าเขามีเคล็ดลับอย่างไรในการแกะสลักได้อย่างงดงาม เขาตอบว่าเขาเพียงแต่จินตนาการจนเห็นประติมากรรมปรากฏอยู่ในแท่งหิน จากนั้นสิ่งที่เขาทำก็คือสลักเอาส่วนเกินออกมาเพื่อให้ประติมากรรมนั้นแสดงตัวออกมา

นี้คือเหตุผลที่ไมเคิลแอนเจโลไม่ปฏิเสธแท่งหินอ่อนที่บิดเบี้ยวผิดรูปแท่งนั้น เพราะเมื่อเขาเพ่งมอง สิ่งที่เขาเห็นคือรูปสลักอันงดงามที่ซ่อนอยู่ในแท่งหินสกปรกนั้น พูดอีกอย่างหนึ่ง เขาเห็น “แวว” หรือ “ศักยภาพ” ของสิ่งที่ดูเหมือนต่ำต้อย จะว่าไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่ต่ำต้อยไร้ค่าอย่างแท้จริง ทุกสิ่งล้วนมีประโยชน์หรือมีศักยภาพที่จะกลายเป็นสิ่งประเสริฐได้เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นประโยชน์หรือนำเอาศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มที่หรือไม่ มูลสัตว์หากกองอยู่บนถนนย่อมกลายเป็นขยะหรือสิ่งปฏิกูลน่ารังเกียจ แต่ถ้าอยู่ในสวนก็กลายเป็นปุ๋ยที่บำรุงต้นไม้ให้งอกงาม ออกดอกออกผลน่าชื่นชม กิ่งไม้แห้งใบไม้เหลือง ที่ดูไร้ค่า หากนำมาตกแต่งในแจกัน ก็กลายเป็นสิ่งงดงามได้ คนที่สมองทึบอับปัญญาแต่เล็ก สามารถกลายเป็นนักเขียนหรือนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกได้ ไม่จำต้องพูดถึงพระอรหันต์จำนวนไม่น้อยที่เคยเป็นปุถุชนที่โง่งมหรือคนเกกมะเหรก แม้แต่วณิพก คนอัปลักษณ์ หรือฆาตกรที่ใคร ๆ พากันรังเกียจเหยียดหยาม ก็มีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ทั้งนั้น

ในการดึงศักยภาพออกมาให้เปล่งประกายนั้น สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ก็คือ วิริยะอุตสาหะ หากขาดความพากเพียรพยายาม แม้ไมเคิลแอนเจโลจะมีความมั่นอกมั่นใจในฝีมืออย่างไร ก็ไม่สามารถผลิตงานชั้นเลิศออกมาได้ จะว่าไปแล้วความพากเพียรพยายามนั้นสำคัญยิ่งกว่าความมั่นใจในฝีมือด้วยซ้ำ ห้าปีหลังจาก “เดวิด”สำเร็จเสร็จสิ้น ไมเคิลแอนเจโลได้รับการ “ขอร้อง”จากพระสันตปาปา ให้วาดภาพจิตรกรรมบนเพดานวิหารซิสซีนในกรุงวาติกัน เขาปฏิเสธทันที เพราะเขาถนัดแต่งานแกะสลัก ไม่เคยวาดภาพบนพื้นที่ขนาดใหญ่มาก่อน แต่ภายหลังก็จำยอมรับงานชิ้นนี้ ทั้ง ๆ ที่คาดว่างานชิ้นนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า (ในส่วนลึกเขาเชื่อว่านี้เป็นแผนของศิลปินคู่แข่งที่หวังทำลายชื่อเสียงของเขา)

เขาทำงานชิ้นนี้ด้วยความทุกข์ทั้งกายและใจ เพราะนอกจากเป็นงานที่ไม่ถนัดแล้ว ยังต้องวาดภาพในท่าที่ลำบากอย่างยิ่ง ทั้งแหงนคอทั้งนอนวาด แต่เขาไม่ย่อท้อ ทำงานอย่างทุ่มเท โดยใช้สติปัญญาและความสามารถอย่างเต็มที่ กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาถึงสี่ปี โดยที่ไม่มีใครช่วยวาดด้วยเลย (เพราะฝีมือไม่ถูกใจเขา) ผลก็คือ ภาพจิตรกรรมที่สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้คนไม่เว้นแม้แต่ศิลปินชั้นนำ โดยเฉพาะภาพ “การสรรค์สร้างอดัม” ซึ่งมีพลังมาก ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะงดงามแล้วยังแหวกขนบที่ถือปฏิบัติกันในเวลานั้น เกิดจิตรกรรมแนวใหม่ที่มีอิทธิพลต่อศิลปินยุคหลัง ๆ ความที่เขาเป็นประติมากร ภาพบุคคลมากหน้าหลายตาบนเพดาน จึงมีลักษณะคล้ายรูปแกะสลักที่มีความลึกและทรวดทรงเหมือนจริงผสานกับลักษณะอุดมคติ อีกทั้งยังมีท่วงท่าหลากหลาย ที่เป็นต้นแบบให้แก่งานชิ้นหลัง ๆ ทันทีที่ผลงานชิ้นนี้ปรากฏต่อสาธารณชน ไมเคิลแอนเจโลก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิตรกรอัจฉริยะ กระทั่งทุกวันนี้ใครที่ไปกรุงโรมก็ยังต้องยอมเข้าแถวนานับชั่วโมงเพื่อเห็นภาพชุดนี้กับตา (เช่นเดียวกับภาพ “การพิพากษาครั้งสุดท้าย” ที่เขาวาดบนผนังวิหารเดียวกัน ๓๐ ปีต่อมา)

ไม่น่าเชื่อว่านี้คือผลงานที่ไมเคิลแอนเจโลลังเลใจที่จะรับทำเพราะไม่ถนัดและไม่มีความมั่นใจเลย แต่เป็นเพราะความพากเพียรอันแรงกล้า เขาจึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศที่ลือเลื่องมาจนทุกวันนี้แม้ผ่านมา ๕ ศตวรรษแล้วก็ตาม นี้เป็นอีกตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ศักยภาพจะแสดงออกมาอย่างเต็มที่นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความพากเพียรพยายาม ปราศจากสิ่งนี้แล้วศักยภาพก็จะยังซุกซ่อนต่อไป และความสำเร็จก็มิอาจเกิดขึ้นได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved