หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารสารคดี > ดาบสองคม
กลับหน้าแรก

นิตยสารสารคดี : ฉบับที่ 283 :: กันยายน ๕๑ ปีที่ ๒๔
คอลัมน์ริมธาร : ดาบสองคม

รินใจ

 

บิล คลินตัน เป็นผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต เขาได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐอาคันซอส์ที่หนุ่มที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา และเมื่อก้าวสู่การเมืองระดับชาติ ก็สามารถชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้เลย โดยไม่ได้เป็นส.ส.หรือวุฒิสมาชิกมาก่อน เขาสามารถเอาชนะชนะคู่แข่งซึ่งเป็นประธานาธิบดีได้อย่างไม่ยากเย็น ในระหว่างที่ครองตำแหน่งประมุขของประเทศนานถึง ๘ ปี เขาได้นำพาเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาให้พ้นจากภาวะถดถอยและกลับเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่ง แม้จะมีเรื่องอื้อฉาวมากมายเกี่ยวกับตัวเขา แต่ในวันที่เขาพ้นจากตำแหน่งเขายังได้รับคะแนนนิยมท่วมท้นจากประชาชนทั่วประเทศ เมื่อกลับมาเป็นประชาชนเต็มขั้น เขาก็ยังเป็นที่กล่าวขานถึง และได้รับเชิญให้กล่าวปาฐกถาหรือแสดงสุนทรพจน์ในงานต่าง ๆ ด้วยค่าตัวที่แพงลิบลิ่ว

เขาน่าจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดคนหนึ่งในชีวิต แต่หลังจากพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีได้ ๗ ปี เขาได้เผยความในใจตอนหนึ่งว่า “คิดดูสิว่าตอนผมเป็นประธานาธิบดี เขาจะบรรเลงเพลงทุกครั้งที่ผมเดินเข้าห้อง (แต่ตอนนี้) ไม่มีใครบรรเลงเพลงอีกแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าผมอยู่ที่ไหน”

ทุกวันนี้เขาดูจะไม่มีความสุขเลยที่ไปไหนมาไหนโดยไม่ได้รับการต้อนรับเยี่ยงประธานาธิบดี ดูเหมือนว่าเขายังเคลิบเคลิ้มอยู่กับอดีตอันรุ่งโรจน์ จึงทำใจไม่ค่อยได้กับการเป็นราษฎรเต็มขั้น เขารู้สึกราวกับคนที่ยังไม่สร่างจากฝัน ซึ่งยังงงงวยอยู่ว่าตนอยู่ที่ไหนกันแน่

ความโหยหาอาลัยอดีตที่เคยยิ่งใหญ่ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ภรรยาคือฮิลลารี คลินตันได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะได้กลับคืนทำเนียบขาวอีกครั้ง และจะมีเพลงบรรเลงทุกครั้งที่เขาเดินเข้าห้องแม้ในฐานะคู่สมรสของประธานาธิบดีหญิงก็ตาม

แต่ยิ่งเขาดิ้นรนที่จะกลับคืนสู่ทำเนียบขาว เขาก็ยิ่งสร้างปัญหาให้แก่ตนเองและภรรยา การโดดเข้ามาหาเสียงช่วยภรรยาอย่างเต็มตัวเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ถึงขั้นโจมตีสาดโคลนใส่คู่แข่งของภรรยา คือบารัค โอบามา ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทำตัวไม่เหมาะสมกับผู้ที่เคยเป็นประมุขของประเทศ และทำให้ประชาชนไม่แน่ใจว่าเขาจะมาครอบงำภรรยาหรือไม่หากฮิลลารีได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ยิ่งกว่านั้นวิธีการหาเสียงดังกล่าวยังทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวแทนของนักการเมืองรุ่นเก่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับศตวรรษที่ ๒๑ แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮิลลารีแพ้บารัค โอบามา ทั้ง ๆ ที่เมื่อปีที่แล้วเธอได้รับการคาดหมายว่า “นอนมา”อย่างแน่นอนทั้งในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตและประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ

มาถึงวันนี้ภาพพจน์ของบิล คลินตัน ตกต่ำลงอย่างมาก สถานะของเขาในฐานะรัฐบุรุษผู้ปรีชาสามารถถูกลดทอนลงไป เสน่ห์และมนต์ขลังที่เขาเคยมีต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปก็จางคลายไปด้วยเช่นกัน สาเหตุไม่ได้เกิดจากใครที่ไหน หากเกิดจากตัวเขาเองที่ดิ้นรนอยากกลับมาเป็นใหญ่เพราะยังปล่อยวางอดีตอันหอมหวานไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเขาทำใจได้กับการเป็นราษฎรเต็มขั้น และรู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับสถานะ “ราษฎรอาวุโส” เขาก็ยังโดดเด่นอยู่ได้ในสายตาของคนทั่วไป

ชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ และความสำเร็จนั้น กว่าจะได้มาก็นับเป็นเรื่องยาก แต่ที่ยากกว่านั้นก็คือการรู้จักปล่อยวาง ทั้งนี้ก็เพราะมันเป็นสิ่งหอมหวานมีเสน่ห์ ได้สัมผัสเมื่อใดก็ติดตรึงใจเมื่อนั้น ปัญหาก็คือสิ่งเหล่านี้ไม่จิรังยั่งยืนและมิใช่ของเราจริง ๆ ไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องเสื่อมไป หาไม่ก็ต้องส่งต่อให้คนอื่น จะเป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีก็ตาม หากไม่ตายก่อนในที่สุดก็ต้องมอบตำแหน่งให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าอยู่สูงแค่ไหน ในที่สุดก็ต้องลงต่ำ ไม่มีใครยิ่งใหญ่หรือเด่นดังค้ำฟ้าไปตลอดกาลได้

บ๊อบ เกลดอฟ เป็นนักร้องเพลงร็อคที่เคยมีชื่อเสียงก้องโลก คอนเสิร์ตที่เขาจัดเมื่อ ๒๓ ปีที่แล้ว คือ Live Aid เพื่อหาทุนช่วยเหลือผู้ประสบทุพภิกขภัยในเอธิโอเปีย มีผู้ชมการแสดงสดนับร้อยล้านคนทั่วโลก และเมื่อเขาร่วมมือกับ โบโน นักร้องชื่อดังอีกคนหนึ่ง จัดคอนเสิร์ต Live 8 เพื่อกระตุ้นให้ชาวโลกตื่นตัวกับปัญหาความอดอยากหิวโหยในแอฟริกา ก็มีผู้ชมหลายร้อยล้านคนเช่นกัน ความโด่งดังของเขาทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นท่าน “เซอร์”โดยพระราชินีอังกฤษในเวลาต่อมา

แต่ระยะหลังคอนเสิร์ตที่เขาแสดงกลับมีคนฟังน้อยมาก บางรายการถึงกับต้องยกเลิก เช่นที่อิตาลีเมื่อสองปีก่อนเขาต้องยกเลิกคอนเสิร์ตที่อิตาลีถึงสองงานติดต่อกัน เพราะที่โรมขายตั๋วได้เพียง ๓๐๐ ใบ หนักกว่านั้นคือที่มิลาน มีคนมาชมการแสดงของเขาเพียง ๔๕ คน ขณะที่หอประชุมสามารถจุคนได้ถึง ๑๒,๐๐๐ คน

ไม่น่าเชื่อว่านักร้องชื่อก้องโลกที่คนนับร้อยล้านชื่นชม ในที่สุดจะมีคนสนใจซื้อตั๋วฟังเพลงของเขาไม่ถึง ๕๐ คน แต่นี่คือความจริงซึ่งเป็นธรรมดาโลก ใครที่รับความจริงดังกล่าวไม่ได้ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ใจจะคอยหวนหาอาลัยอดีตอันหอมหวานอยู่เสมอ ดังนั้นจึงมองหาความสุขจากปัจจุบันไม่พบเลย เพราะคอยเปรียบเทียบกับอดีตอยู่เสมอ

การขึ้นเขานั้นใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อขึ้นถึงยอดแล้ว การลงเขากลับเป็นเรื่องยากกว่า เพราะทัศนียภาพบนยอดเขานั้นงดงามจนไม่อยากลง แต่ใช่หรือไม่ว่าช่วงเวลาอันงดงามบนยอดเขานั้นมักเป็นของชั่วคราว ไม่มีใครสามารถอยู่ข้างบนไปได้ตลอด ชีวิตจริงนั้นอยู่เบื้องล่าง และบางครั้งมีแต่ลงไปเบื้องล่างเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดได้

“ถ้ามีความตั้งใจเพียงพอ คนปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ขึ้นไปถึงยอด(เอเวอเรสต์)ได้” เป็นคำพูดของนักปีนเขาอาชีพผู้หนึ่งที่สามารถพาคนขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์ได้มากถึง ๔๐ คน ซึ่งนับว่ามากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากประสบการณ์ของเขาก็คือ “แต่ความสำคัญอยู่ที่การกลับลงมาอย่างมีชีวิตต่างหาก”

ผู้ที่ปีนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์นั้นมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับผู้ที่พยายามไปให้ถึง แต่ผู้ที่ลงจากยอดเขาเอเวอเรสต์โดยมีชีวิตรอดกลับมีน้อยกว่า เพราะส่วนใหญ่ลงเขาเมื่อเป็นเวลาเย็นแล้ว กว่าจะเข้าใกล้ค่ายพักก็ค่ำมืด จึงหลงทาง ตกหน้าผา หรือไม่ก็หนาวตาย บางคนก็เจอพายุหิมะกลบทับ

คำพูดของนักปีนเขาผู้นี้สามารถใช้กับผู้ที่บรรลุถึงความสำเร็จในชีวิตได้ด้วย เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว สิ่งที่ยากและสำคัญกว่าก็คือการกลับลงมาอย่าง “มีชีวิตชีวา”ต่างหาก นั่นคือ มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ยอมรับความเป็นสามัญชนคนธรรมดาได้ ไม่พร่ำเพ้อหลงใหลอยู่กับวันวานอันหวานชื่นราวกับคนละเมอ อีกทั้งไม่ดิ้นรนที่จะหมุนเวลากลับไปหาอดีต

จะทำเช่นนั้นได้ก็ต้องตระหนักตั้งแต่แรกที่ได้รับความสำเร็จหรือมีชื่อเสียงว่า สิ่งเหล่านี้เป็นของชั่วคราว ไม่จิรังยั่งยืน ไม่สามารถยึดมาเป็นของเราได้เลย เพราะได้กับเสีย พบกับพราก เจอกับจาก เป็นของคู่กัน แม้จะปลื้มกับมันบ้าง แต่ก็อย่าปลื้มนานจนลืมตัว มีคนหนึ่งพูดอย่างน่าฟังว่า “ คำชม(รวมทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ)เหมือนกับหมากฝรั่ง เคี้ยวได้แต่อย่ากลืน” เพราะถ้ากลืนหรือหลงใหลได้ปลื้มกับมันเมื่อไร ในที่สุดก็ต้องเป็นทุกข์เพราะมัน

ชื่อเสียง เกียติยศ และความสำเร็จจึงเปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าเกี่ยวข้องกับมันไม่เป็น เช่น ไม่รู้จักปล่อยวาง มันก็ทำร้ายเราได้ ดังที่บิล คลินตันได้ประสบมาแล้ว พูดอย่างครูบาอาจารย์วัดป่าก็คือ มันเปรียบเสมือนหางงู จับได้แต่อย่าจับนาน ไม่เช่นนั้นหัวงูจะแว้งมากัด

แต่หากยังปล่อยวางความสำเร็จไม่ได้ ก็น่าจะให้คุณค่ากับความสำเร็จที่มีสาระหรือคุณค่าที่ยั่งยืนกว่า ชนิดที่ไม่ได้ตอบสนองตัวตน แต่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ดังเช่น โรเจอร์ แบนนิสเตอร์ นักวิ่งซึ่งมีชื่อเสียงก้องโลก เพราะสามารถวิ่งระยะทาง ๑ ไมล์ในเวลาไม่ถึง ๔ นาที อันเป็นสถิติที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน และเคยเชื่อกันในหมู่คนจำนวนมากว่าเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะทำได้

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นตำนานที่ยังมีผู้กล่าวขานถึงในปัจจุบัน เมื่อปี ๒๕๔๗ ได้มีการเฉลิมฉลองทั่วอังกฤษในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีของความสำเร็จดังกล่าว รัฐบาลอังกฤษได้ทำเหรียญ ๕๐ เพนซ์เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อมีนักข่าวถามว่า เขาคิดว่าการทำลายสถิติคราวนั้นเป็นความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของเขาหรือไม่ คำตอบเขาคือ “ไม่” เขากลับมองว่าผลงานของเขาในฐานะนักประสาทวิทยาตลอด ๔๐ ปีหลังจากนั้นมีความสำคัญมากกว่า เพราะเขาได้ช่วยให้โลกมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับโรคบางชนิดที่เกี่ยวกับความล้มเหลวของระบบประสาทอัตโนมัติ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในทัศนะของเขาการเป็นตำนานนักวิ่งอย่างมากก็แค่สร้างชื่อเสียงเฉพาะตัวแก่เขา ในขณะที่การค้นพบทางด้านประสาทวิทยาของเขาสามารถเป็นประโยชน์แก่คนทั้งโลกได้ ใช่หรือไม่ว่านี้คือความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจกว่าการเป็นนักวิ่งชื่อดัง แม้เป็นความสำเร็จที่น้อยคนจะรับรู้ว่าเป็นผลงานของเขาก็ตาม

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved