หน้ารวมบทความ
   บทความ > ธรรมมาตา > ช่วยเหลือตนด้วยการช่วยผู้อื่น
กลับหน้าแรก
 

วารสารธรรมมาตา
ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑

ช่วยเหลือตนด้วยการช่วยผู้อื่น
พระไพศาล วิสาโล

ช่วยเหลือตนด้วยการช่วยผู้อื่น

พระไพศาล  วิสาโล

ผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียสามีซึ่งอยู่ด้วยกันมา ๓๐ ปีเพราะเป็นโรคมาลาเรีย ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเธอก็สูญเสียลูกชายคนเดียวด้วยอุบัติเหตุ เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังจากเสียคนที่รักไปถึง 2 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว  เธอเป็นทุกข์มาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ หมดอาลัยตายอยาก ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม จนกระทั่งคิดถึงการฆ่าตัวตาย 

วันหนึ่งขณะที่เธอเดินกลับบ้าน มีลูกแมวผอมโซวิ่งตามเธอมาจนถึงหน้าบ้าน เธอเห็นว่าข้างนอกมันหนาว สงสารแมว จึงอุ้มเข้าบ้าน เธอเห็นว่ามันหิว จึงเอานมมาให้มันกิน แมวเลียนมจนหมดจาน แล้วก็มาพันแข้งพันขาเธออย่างมีความสุข เธออดยิ้มไม่ได้ แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าเธอยิ้มไม่ได้มานานแล้ว  ทำไมวันนี้ฉันยิ้มได้  แล้วเธอก็ได้คิดว่า ในเมื่อการช่วยแมวทำให้ฉันยิ้มได้ การช่วยคนอื่นก็น่าจะทำให้ฉันมีความสุขด้วยเหมือนกัน

วันรุ่งขึ้นเธอจึงเยี่ยมเพื่อนบ้านที่กำลังป่วย พร้อมกับอบขนมปังไปให้เขาด้วย  เพื่อนบ้านเห็นเธอมาเยี่ยม เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข เธอก็พลอยมีความสุขด้วย  จึงได้ตระหนักว่าการช่วยให้คนอื่นมีความสุขก็ช่วยให้เธอมีความสุขด้วย นับตั้งแต่นั้นมาเธอจึงตั้งใจว่าจะไปทำดีช่วยเหลือผู้อื่นทุกวัน  ไม่นานเธอก็หายเศร้าโศก กินได้นอนหลับ  ยิ้มได้และมีความสุขไม่ต่างจากคนอื่น อาจจะมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ

 

หมอเด็กคนหนึ่งเสียสามีไปทั้ง ๆ ที่อายุไม่มาก เธอเศร้ามาก งานศพผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วเธอก็ยังโศกเศร้า กลับมาทำงานแล้วก็ยังนั่งเศร้าเจ่าจุกอยู่ที่โต๊ะ ไม่ออกไปดูแลเด็กป่วย  ทีแรกเพื่อน ๆ เห็นว่าเธอยังทำใจไม่ได้ ก็ปล่อยให้เธอพัก แต่หลังจากที่ผ่านไปเป็นอาทิตย์ เธอก็ยังไม่มีอาการดีขึ้น จึงคิดว่าหากปล่อยให้เธอจมอยู่ในความเศร้านานกว่านี้ จะกลายเป็นโรคซึมเศร้า จึงคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง 

วันหนึ่งหัวหน้าพยาบาลอุ้มทารกจากหอผู้ป่วยมาวางไว้ที่โต๊ะเธอ ทีแรกเธอไม่สนใจ สักครู่เด็กร้องไห้ เธอก็หันมาดูว่าเด็กเป็นอะไร ปรากฏว่าเด็กฉี่  เธอจึงเปลี่ยนผ้าออมให้ แล้วก็กลับมานั่งเศร้าต่อ  สักพักเด็กร้องไห้อีก ร้องอยู่นาน จนเธอต้องหันมาดูว่าเด็กเป็นอะไร  เมื่อพบว่าเด็กต้องการยา เธอก็ไปหายามาให้  พอได้เวลาเลิกงาน เธอก็อุ้มเด็กไปคืนหอผู้ป่วย แล้วกลับบ้าน 

วันรุ่งขึ้นเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล แทนที่จะตรงไปที่ห้องทำงานของเธอเพื่อนั่งเศร้าเจ่าจุกต่อ เธอไปที่หอผู้ป่วย เพื่อดูว่าเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร  จากนั้นก็ไปดูเด็กคนอื่น ๆ ด้วย แล้วเธอก็ค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ  ไม่นั่งเศร้าเจ่าจุกเหมือนเคย  

สิ่งที่หัวหน้าพยาบาลทำคืออะไร คือชวนให้หมอผู้นั้นใส่ใจกับเด็ก  พอเธอหันมาดูแลเด็ก เธอก็ค่อย ๆ หลุดจากความโศกเศร้า จนกลับมาเป็นหมอคนเดิม  การใส่ใจเด็ก ทำเพื่อเด็ก ช่วยให้ความเศร้าโศกลดลงได้  เช่นเดียวกับอีกสองกรณีข้างบน  การช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงคนที่ทุกข์ยากลำบาก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเยียวยาจากความเศร้าจากความสูญเสียได้

การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นช่วยเยียวยาจิตใจ เพราะทำให้ 

1. หลุดจากความเศร้า พอออกไปทำนั่นทำนี่ สนใจสิ่งอื่นแทน ความเศร้าก็จะบรรเทาลง เช่น ปลูกต้นไม้ ทำงานบ้าน ยิ่งไปช่วยคนมีความสุข เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย ความสุขที่เกิดขึ้นช่วยบรรเทาความหม่นหมองในใจได้ 

2.การช่วยผู้อื่นเป็นการกระตุ้นหล่อเลี้ยงเมตตากรุณาในใจ เมตตากรุณาที่งอกงาม สามารถขจัดความหม่นหมอง หรืออารมณ์อกุศลออกไปจากใจได้ เหมือนกับการปล่อยน้ำดีไล่น้ำเสีย น้ำเสียเราไม่ต้องไปวิดให้เหนื่อย แค่ปล่อยน้ำดีเข้าไป มันก็จะไล่น้ำเสียออกไป 

การช่วยผู้อื่น หรือการนึกถึงผู้อื่น เป็นโอสถเยียวยาความทุกข์ที่เกิดจากความเศร้าโศก หรือความทุกข์อย่างอื่นได้มากมาย แต่บ่อยครั้งเจ้าตัวไม่อยากทำอะไร อยากจะนั่งเศร้า จ่อมจมอยู่กับความเศร้าไปเรื่อย ๆ เพราะความเศร้ามีแรงดึงดูดมาก คนเราเวลาเศร้า ถ้าถามว่าชอบฟังเพลงอะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าชอบฟังเพลงเศร้า ๆ  ในเมื่อความเศร้าเกาะกุมใจ  เราควรยกจิตออกจากความเศร้า แต่ส่วนใหญ่ชอบซ้ำเติมตัวเองด้วยการฟังเพลงเศร้า ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป ไปเที่ยวก็ยังดี ถ้าไปเยี่ยมเพื่อน ทำนั่นทำนี่ ก็ยังพอช่วยได้ แต่คนที่ตกอยู่ในความเศร้าไม่ยอมทำอะไร เพราะความเศร้ามันยึดกุมจิตใจจนกระทั่งบังคับไม่ให้ไปไหน เพราะขืนไปทำนั่นนี่ มันจะหมดพิษสง เกาะกุมใจไม่ได้   ฉะนั้นบางครั้งต้องมีคนอื่นมาชักชวนหรือช่วยฉุดช่วยดึงให้เขาเปลี่ยนบรรยากาศ ทำสิ่งดี ๆ มีประโยชน์  เช่น ปลูกต้นไม้  ยิ่งการไปช่วยคนที่ทุกข์ยาก เช่น คนเจ็บป่วย เป็นจิตอาสา จะทำให้จิตใจฟื้นจากคลายความเศร้าโศกได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ การสืบสานความดีของคนรักก็ช่วยได้ไม่น้อย เปรียบเสมือนการต่ออายุของท่าน แม้ท่านจากไปแล้ว แต่ความดีของท่านยังอยู่ ตัวตนของท่าน คือความดีของท่าน ที่จริงพ่อแม่อยู่กับเราตลอดเวลา ในร่างกายของเรามียีนของพ่อแม่อยู่กับเรา  เราคือสิ่งที่สืบต่อจากกายภาพของท่าน แต่จะยิ่งดี ถ้าเราจะสืบต่อนามธรรมของท่านด้วย นั่นคือรักษาความดีของท่าน นำคุณธรรมของท่านไปปฏิบัติหรือสืบต่อ  รวมทั้งการดูแลรักษาร่างกายของเราให้ดี ไม่เอาสิ่งเป็นพิษเป็นโทษเข้ามาในร่างกาย โดยเฉพาะยาเสพติด ถือเป็นการตอบแทนความดีของท่าน ช่วยให้ท่านอยู่กับเรานาน ๆ ทั้งในร่างกายและจิตใจของเรา เพราะฉะนั้นการตายจึงไม่ใช่การสิ้นสูญหรือเป็นการดับสูญของคนรัก

เรามักคิดว่าการตายเป็นการดับสูญ เราจึงมักยอมรับความตายของคนรักไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือลูก แต่ถ้าเราคิดสักหน่อยว่า ชีวิตของเราไม่ต่างจากก้อนน้ำแข็ง ถ้าเอามาใส่ไว้ในแก้วน้ำ ทิ้งไว้สักพักน้ำแข็งก็หายไป  ถามว่าน้ำแข็งหายไปไหน น้ำแข็งไม่ได้หายไปไหน  แค่เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวเท่านั้น คนที่เรารักก็เช่นกัน เราคิดว่าเขาตายไปจากเรา ที่จริงเขาไม่ได้ไปไหน เขาแค่เปลี่ยนสภาพ ความตายเป็นคำสมมุติที่เราใช้เรียกการเปลี่ยนสภาพ ทำไมเราไม่เรียกดักแด้ที่กลายเป็นผีเสื้อว่าตาย เราไม่เรียกว่าน้ำแข็งที่กลายเป็นของเหลว หรือน้ำที่ระเหยเป็นไอว่าตาย  ทั้งหมดนี้เป็นแค่การเปลี่ยนสภาพเท่านั้น คนรักของเราก็เช่นกัน  เขาไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในสภาพอื่น 

แม่น้ำเจ้าพระยานั้นสิ้นสุดที่อ่าวไทย แต่น้ำในเจ้าพระยาไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนสภาพจาก น้ำแม่น้ำกลายเป็นน้ำทะเล  ไม่มีอะไรหายไป มีสิ่งเดียวที่หายไปคือชื่อแม่น้ำเจ้าพระยา พอถึงอ่าวไทย ชื่อว่าเจ้าพระยาก็หายไป  แต่น้ำทั้งหมดไม่ได้หายไปด้วย เพียงแต่ไหลสู่ทะเล ความตายของคนเราก็เหมือนกัน สิ่งที่หายไปคือชื่อ  ชื่อในทะเบียนบ้านถูกลบทิ้ง ชื่อนาย ก. นางสาว ข. กลายเป็นอดีตไปแล้ว ที่เหลือนอกนั้นทุกอย่างยังคงอยู่แต่เปลี่ยนสภาพ ถ้ามองแง่นี้บ้าง ก็จะพบว่าไม่มีความสูญเสีย ไม่มีการสิ้นสุด ไม่มีการจากไป  ถ้าคิดแบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องเศร้าโศกเสียใจ   เราจะทุกข์น้อยลงเมื่อเขาจากไป  ยิ่งเราทำความดีให้กับเขา อุทิศส่วนบุญกุศลให้กับเขา เราก็จะยอมรับการจากไปของเขาได้มากขึ้น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved