หน้ารวมบทความ
   บทความ > ฉลาดซื้อ > ผู้ชนะที่แท้จริงในศึกฟุตบอลโลก
กลับหน้าแรก

ผู้ชนะที่แท้จริงในศึกฟุตบอลโลก

พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   

หลายเดือนมานี้ กระแสฟุตบอลโลกแพร่สะพัดไปทั่วทั้งโลก ที่ไหนๆใครๆก็พูดถึงมหกรรมดังกล่าวจนกลายเป็นฝันร้ายสำหรับบางคน ยิ่งในฝรั่งเศสด้วยแล้ว แทบไม่มีมุมใดเลยที่ไม่ถูกรุกล้ำโดยฟุตบอลโลกฟีเวอร์ กระทั่งว่าคนที่เอียนกระแสฟุตบอลโลกจำเป็นต้องรวมตัวกันตั้ง “เขตปลอดฟุตบอลโลก” ขึ้นตามร้านกาแฟบ้าง ร้านอาหารบ้าง หรือแม้แต่ร้านหนังสือ ทั้งนี้เพื่อเป็นที่หลบภัยสำหรับคนที่ “แพ้” โรคดังกล่าว กับเพื่อจะได้สุมหัวคุยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ฟุตบอลโลกบ้าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครที่ขืนพูดถึงโรนัลโด้ เบคแคม หรือแม้แต่ ซีดาน นักเตะขวัญใจชาวฝรั่งเศส มีหวังต้องถูกตะเพิดออกจากร้าน

ฟุตบอลโลกเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทุกที ข้อนี้ไม่มีใครเถียง และถ้าจะนับจำนวน คนดู (โดยถือว่าคนดูฟุตบอล ๑ นัดเท่ากับ ๑ คน ถ้าคุณดู ๕ นัดก็นับเป็น ๕ คน) ฟุตบอลโลกก็มีคนดูมากกว่ามหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกือบเท่าตัว ดังวัดได้จากจำนวนคนดูฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ ๔ ปีก่อนกับโอลิมปิกในประเทศเดียวกันเมี่อ ๒ ปีที่แล้ว และถ้าจะเทียบกับฟุตบอลโลกเมื่อ ๑๖ ปีก่อน ฟุตบอลโลกปีนี้ก็มีคนดูมากเป็น ๓-๔ เท่าตัวทีเดียว แต่ถ้าจะบอกว่าความนิยมที่พุ่งพรวดหลายเท่าตัวนั้นเป็นเพราะว่า ฟุตบอลโลกเดี๋ยวนี้น่าตื่นเต้นเร้าใจกว่าแต่ก่อน หรือเพราะนักกีฬามีฝีเท้าเหนือกว่าเดิม ก็เห็นจะพูดได้ไม่เต็มปาก แม้ทุกวันนี้ยุทธวิธีของทีมต่างๆ จะก้าวหน้าไปมาก แต่เกมกลับสนุกน้อยลง ว่าถึงความสามารถเฉพาะตัว จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีนักฟุตบอลคนใดมีลีลาเร้าใจ งดงามและน่าอัศจรรย์เท่าการินช่าแห่งบราซิล หรือยูเซบิโอแห่งปอร์ตุเกส ยังไม่ต้องพูดถึงเปเล่หรือแบคเคนบาวร์ แม้ว่าทั้งหมดนี้จะมี “ค่าตัว” ต่ำกว่า นักเตะปัจจุบันที่เอ่ยชื่อมาก่อนแล้วอย่างเทียบกันไม่ได้ก็ตาม

กล่าวได้ว่า มีปัจจัยเพียง ๒ ประการเท่านั้นที่ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นฟีเวอร์ไปทั่วทั้งโลกได้

ปัจจัยแรก คือ เทคโนโลยี จำนวนโทรทัศน์ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้คนหันมาดูฟุตบอลโลกมากกว่าเมื่อก่อน เท่านั้นยังไม่พอ เคเบิลทีวียังทำให้คนมีช่องทางมากขึ้นในการชมรายการฟุตบอล แถมยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าโทรทัศน์ทั่วไปเสียอีก (อย่างน้อยก็สำหรับคนมีเงิน) เพราะนอกจากจะไม่มีโฆษณาคั่นรายการให้เสียอารมณ์แล้ว ยังมีทั้งรายการที่ถ่ายทอดสดและบันทึกเทปที่เวียนกลับมาฉายรอบแล้วรอบเล่า จะว่าไปแล้วนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนเป็นอันมากยอมจ่ายเงินเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าฟุตบอลจะดูสนุกก็ต่อเมื่อเป็นรายการสด ตรงนี้เองที่ดาวเทียมมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างกระแสฟุตบอลโลก

แต่ถึงจะมีโทรทัศน์และดาวเทียม หากไม่มีใครควักเงินเพื่อ “อุปถัมภ์” การถ่ายทอดฟุตบอล จำนวนคนดูฟุตบอลก็คงเพิ่มไม่กี่มากน้อย จะขยายก็จำเพาะในหมู่คนที่มีเงินจ่ายค่าเคเบิลทีวีเท่านั้น ย้อนหลังไปแค่ ๘ ปีก่อนเท่านั้น การถ่ายทอดสดรายการฟาดแข้งทุกนัดในมหกรรมฟุตบอลโลกเป็นเรื่องที่นึกไปไม่ถึงเอาเลย แค่ได้ดูรายการสดรอบรองชนะเลิศและนัดชิงชนะเลิศก็ลืมไม่ลงแล้ว แต่ทุกวันนี้เรามีโอกาสที่จะได้ดูทั้ง ๖๔ นัดได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ตัวแปรสำคัญที่ทำให้โอกาสดังกล่าวเป็นจริงขึ้นได้ก็คือ ค่าโฆษณาจากธุรกิจหรือผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายนั่นเอง กลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นปัจจัยประการที่สองที่ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นอุบัติการณ์ระดับโลกขึ้นมา

ความสำคัญของสองปัจจัยดังกล่าวมีมากกว่าที่เรานึก โทรทัศน์ (รวมทั้งสื่ออื่นๆ) และผู้ผลิตสินค้า ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่สนองความอยากดูฟุตบอลโลกของเราเท่านั้น หากยังมีอิทธิพลอย่างมากในการกระตุ้นความอยากของเราอีกด้วย ลำพังความอยากของแฟนบอลทั้งหลายนั้นไม่มากพอที่จะทำให้ฟุตบอล โลกกลายเป็นฟีเวอร์ทั่วทั้งโลกได้ แรงโฆษณาตลอดจนการระดมใส่ “ข้อมูล”ต่างๆ ให้แก่เราทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ต่างหากที่ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดาขึ้นมา ถึงขั้นทำให้คนเป็นอันมากเลือดขึ้นหน้าหรือยอมตายเพราะมันได้

สื่อและธุรกิจต่างๆได้อะไรจากการกระตุ้นความอยากของเรา คำตอบก็คือยอดขาย เป็นที่รู้กันดีว่าการที่ผู้อ่านสนใจฟุตบอลโลกมากขึ้นนั้นมีผลอย่างมากต่อยอดขายของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ หนังสือพิมพ์หลายฉบับไม่เพียงแต่จะขยายหน้ากีฬาและรายงานผลการฟาดแข้งในหน้า ๑ พร้อมพาดหัวข่าวตัวโตเท่านั้น หากยังจัดการทายผลการแข่งขันชิงรางวัลนับล้าน หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่บางฉบับ เฉพาะโฆษณาหรือข้อความเชิญชวนผู้อ่านร่วมทายผลการแข่งขันที่กระจายอยู่ตามหน้าต่างๆ รวมกันแล้วมีถึง ๑๐ ชิ้นในฉบับเดียวเท่านั้น ยังไม่นับการเปิดหน้า “สารคดี” พิเศษเกี่ยวกับฟุตบอลโลก ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลล้วนๆ แต่ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นใครเล่าจะปฏิเสธว่า ไม่ได้ช่วยกระตุ้นความสนใจในฟุตบอลโลกให้เกิดแก่ผู้อ่าน ซึ่งเดิมอาจไม่ได้นิยมฟุตบอลเป็นพิเศษ แต่เมื่อได้อ่านเรื่องราวอันน่าทึ่งของนักฟุตบอลคนนี้หรือทีมชาติประเทศนั้น ก็พลอยอยากดูอยากติดตามไปกับเขาบ้าง

สำหรับโทรทัศน์ จำนวนคนดูที่เพิ่มขึ้นหมายถึง ค่าโฆษณาที่ตามมา เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ช่องต่างๆ ทั้งสนองและกระตุ้นความอยากของผู้ชมไปในเวลาเดียวกันด้วยการขยายเวลารายงานข่าวและวิจารณ์การแข่งขัน สำหรับผู้ผลิตสินค้า ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่คนนิยมฟุตบอลโลกมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการมีภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น หากยังรวมถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นด้วย สินค้าหลายตัวพยายามแย่งชิงพื้นที่โฆษณาในจอโทรทัศน์ รวมทั้งยอมทุ่มทุนมหาศาลเพื่อช่วงชิงสิทธิในการใช้เครื่องหมายฟุตบอลโลกในฐานะผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ (ซึ่งหมายถึง การได้พื้นที่โฆษณาตรงขอบสนามด้วย) แม้เงินที่ผู้ผลิตสินค้าแต่ละตัวลงทุนในงานนี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่เม็ดเงินที่ได้กลับมานั้นมากมายกว่านั้น ในช่วงเวลาไม่ถึง ๑ ปีหลังจากที่โค้กได้เป็นผู้อุปถัมภ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยอดขายของโค้กในฝรั่ง-เศลเพิ่มขึ้นถึง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ส่วนครั้งที่แล้ว ยิลเลตต์มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับมาสเตอร์การ์ด มีสมาชิกเพิ่มขึ้น ๑ ล้านคนภายในปีเดียวคือปีที่จัดฟุตบอลโลก ๒๕๓๗

ทุกวันนี้ฟุตบอลโลกกลายเป็นขุมเงินขุมทองสำคัญระดับโลกไปแล้ว นอกจากสื่อมวลชนและผู้ผลิตสินค้าแล้ว ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องก็พลอยได้ผลประโยชน์ไปถ้วนหน้าตามจำนวนผู้ดูที่เพิ่มขึ้น อาทิ ฟีฟ่า ซึ่งได้ผลตอบแทนมหาศาลจากการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิตสินค้า และสิทธิในการถ่ายทอดรายการ
แข่งขันแก่เครือข่ายโทรทัศน์และเคเบิลทีวี (เป็นที่แน่นอนแล้วว่าฟุตบอลโลก ๓ ครั้งหน้าฟีฟ่าจะได้ค่าถ่ายทอดโทรทัศน์ไม่น้อยกว่า ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๒,๒๐๐ ล้านเหรียญ มากกว่า ๓ ครั้งที่ผ่านมาเกือบ ๗ เท่า) สโมสรกีฬาซึ่งมีนักฟุตบอลดังอยู่ในสังกัดก็ได้ประโยชน์จากค่าบัตรผ่านประตูในการแข่งขันประเภทสโมสรหลังจากเสร็จฟุตบอลโลกไม่รวมถึงรายได้จากการ “ขาย” นักกีฬาดังให้สโมสรอื่น ส่วนนักฟุตบอลเองก็มีค่าตัวเพิ่มขึ้นหากมีผลงานประทับใจคนดูในการแข่งขันฟุตบอลโลก

เป็นเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนได้ผลประโยชน์มากมายจากฟุตบอลโลก จึงช่วยกันปลุกเร้ากระแสฟุตบอลโลกให้เพิ่มสูงขึ้น นักฟุตบอลหลายคน และทีมชาติหลายทีมถูกโหมประโคมให้เป็น “จุดขาย” สำหรับฟุตบอลโลก ความสามารถของหลายคนถูกเติมแต่งให้ดูน่าทึ่ง บุคคลิกของหลายคนถูกเน้นให้เด่นและมีสีสรรไปคนละแบบ เพราะฟุตบอลนั้นก็ไม่ต่างจากกีฬาทั้งหลาย จะดึงดูดคนดูและกล้องโทรทัศน์ได้ดีก็ต่อเมื่อมีพระเอกหรือฮีโร่ ทีมใดที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนโดดเด่นในสายตาของคนดู แม้จะเล่นเก่งอย่างไรก็ไม่น่าประทับใจเท่าไร การที่ผู้เล่นถูกเติมแต่งให้มีสีสรรหวือหวาน่าอัศจรรย์ตั้งแต่ก่อนลงแข่ง นี้เอง คนเป็นอันมากจึงผิดหวังที่พบว่านักเตะหลายคนไม่เก่งอย่างที่นึกไว้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นหลายฝ่าย ก็โกยเงินไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนดูก็ซึมซับเอาแบรนด์เนมของสินค้าหลายตัวไปไว้ในสมองแล้วอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ฟุตบอลโลกมิใช่เป็นแค่เกมส์กีฬาอย่างที่เข้าใจกันอีกต่อไปแล้ว ถึงตอนนี้มันกลายเป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งไปแล้ว ใครบ้างที่จะตระหนักว่า ในชั่วเวลา ๙๐ นาทีของการแข่งขัน ๑ นัด ป้ายโฆษณาตามขอบสนามของสินค้าแต่ละตัวผ่านสายตา (และซึมซับไปในจิตใจ) ของเรารวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๗ นาที (ถ้าดูทั้ง ๖๔ นัด รวมแล้วก็ ๘ ชั่วโมง ที่ว่านี้เฉพาะสินค้าตัวเดียวเท่านั้น) ยังไม่นับโลโก้หรือเครื่องหมายการค้าที่ติดอยู่ทั่วตัวของนักฟุตบอลแต่ละคน ไม่ว่าที่เสื้อ กางเกง ถุงเท้า หรือแม้แต่รองเท้า กล่าวได้ว่าปัจจุบันอิทธิพลของโฆษณาหรือสินค้าต่างๆ เข้ามาครอบงำฟุตบอลโลกอย่างแน่นหนา นักฟุตบอลกลายเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าแต่ละตัวตั้งแต่อยู่ในสนาม ส่วนผู้ดูก็กลายเป็นผู้เสพ เสพทั้งรายการฟุตบอลในฐานะความบันเทิงอย่างหนึ่ง และเสพตัวสินค้าตามแรงกระตุ้นของโฆษณา

จะว่าไป มหกรรมกีฬาต่างๆก็กำลังอยู่ในสภาพเดียวกับฟุตบอลโลก เงินและผลประโยชน์ทางธุรกิจเข้ามาเป็นใหญ่ในวงการกีฬาต่างๆเหมือนกันหมด จนกล่าวได้ว่าเงินคือ เลือดหล่อเลี้ยงวงการกีฬาต่างๆไปแล้ว อิทธิพลดังกล่าวกำลังแพร่เข้ามาอย่างรวดเร็ว จนคนลืมนึกไปว่าย้อนหลังไปไม่กี่ปีเครื่องแต่งกายของนักกีฬาในสนามยังเกลี้ยงเกลาหมดจด ไม่รกด้วยโฆษณาอย่างทุกวันนี้ สมัยก่อนนั้นเงินกับกีฬาแยกกันอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็หลายวงการ (ถ้าไม่ใช่ทุกวงการ) ตราบจนเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว นักรักบี้ในอังกฤษและไอร์แลนด์ยังต้องหาอะไรมาปิดรองเท้าเอาไว้เพื่อไม่ให้คนเห็นแถบสามแถบของอดิดาส เป็น การกันข้อครหาว่าโฆษณาให้บริษัทรองเท้าชื่อดัง ก่อนหน้านั้นขึ้นไปอีก นักกีฬาโอลิมปิกบางคนก็เคยถูก ริบเหรียญทองหลังจากพบว่าเขาเคยเล่นเบสบอลอาชีพ ทั้งๆที่เหรียญทองนั้นเขาได้จากกรีฑาสมัยหนึ่ง นักกีฬาอาชีพเป็นบุคคลน่ารังเกียจ แต่วันนี้นักกีฬาสมัครเล่นในสนามระดับโลกกำลังจะเป็นวัตถุโบราณไปแล้ว

เสร็จจากฟุตบอลโลก ก็เตรียมพบโอลิมปิกในอีก ๒ ปีหน้า แต่ก่อนหน้านั้นก็มีมหกรรมฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ กัลโชซีรีของอิตาลี มีโคค่าโคล่าคัพ โตโยต้าคัพ รวมทั้งซูเปอร์โบลว์ และบาสเกตบอลของสหรัฐ ยังไม่ต้องพูดถึงเอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ ฯลฯ มหกรรมกีฬาเหล่านี้จะมาพบเราพร้อมกับโฆษณานับไม่ถ้วน ในขณะที่เราถูกกระตุ้นให้เสพรายการกีฬาเหล่านี้อย่างเอาการเอางาน ความอยากเสพสินค้าและแบรนด์เนมทั้งหลายก็ถูกเร้าไปพร้อมกันด้วย กีฬาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญของลัทธิ บริโภคนิยมด้วยเหตุฉะนี้

ที่น่าคิดก็คือ อิทธิพลของเงินตราในวงการกีฬาจะไปหยุดที่ตรงไหน ทุกวันนี้มันไม่เพียงแต่จะทำให้สโมสรกีฬาต่างๆ เป็นองค์กรธุรกิจไม่ต่างจากบริษัทภาพยนตร์ โดยมีนักฟุตบอลดังเป็นดาราชูโรง (ที่ต้องทำตัวให้มีสีสรรดึงดูดความสนใจทั้งนอกและในสนาม รวมถึงการคิดค้นท่าแปลกๆเวลายิงประตูได้) เพื่อจะได้ขายความบันเทิงเร้าใจและขายผลิตภัณฑ์ เช่น เสื้อผ้าหรือของที่ระลึก (รายได้ ๑ ใน ๓ ของทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้จากการขายสินค้าเหล่านี้) ที่ยิ่งกว่านั้นคือ มันทำให้วงการกีฬาทั้งหลายที่อยู่ภาย-นอกสนามกลายเป็นบ่อนการพนันที่สำคัญไปทั้งโลก ขณะที่ในสนามก็เต็มไปด้วยกลโกง ความรุนแรงและ การโด๊ปยา ความเลวร้ายเหล่านี้อาจจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่มันทำให้กีฬาสนุกและถึงใจผู้ชม เป็นไปได้ว่าแนวคิดเรื่องน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย หรือความยุติธรรมในสนามใกล้จะถึงจุดจบแล้ว และหากว่าวันนั้นมาถึงมหกรรมกีฬาก็ย่อมเป็นแค่ความบันเทิงสะใจล้วนๆ ที่มีตลาดเป็นตัวกำหนดอย่างเดียว

กีฬานั้นเป็นผลผลิตของสังคม จึงมีหน้าที่ทางสังคมหลายประการ เช่นเดียวกับประเพณี วัฒน-ธรรม และศาสนา หน้าที่ดั้งเดิมประการหนึ่งของกีฬาคือ เสริมสร้างคุณค่าหรือค่านิยมที่เกื้อกูลสังคมให้เป็นไปด้วยดี คุณค่าดังกล่าวซึมซับเข้าไปในใจและแปรเป็นบุคลิกภาพของบุคคลได้ก็โดยการเข้าไปเล่นหรือเป็นส่วนหนึ่งของเกมกีฬา แต่เมื่อกีฬาถูกเงินตราและลัทธิบริโภคนิยมยึดกุมครอบงำเสียแล้ว กีฬาก็มิได้มีไว้เล่นอีกต่อไป หากมีไว้ดูหรือเสพประหนึ่งสินค้า ซึ่งต้องแลกมาด้วยเงิน (หรือไม่ก็ลงเอยด้วยการถูกใครบางคนล้วงเงินออกจากกระเป๋าของเรา) นี่เป็นความพ่ายแพ้อย่างหนึ่งของสังคมท่ามกลางการขับเคี่ยวต่อสู้กับอำนาจทุน

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved