หน้ารวมบทความ
   บทความ > กรุงเทพธุรกิจ > ช่วยกันรักษาชีวิตช้างป่า
กลับหน้าแรก

นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๖

ช่วยกันรักษาชีวิตช้างป่า
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   

ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ยากจะมีชีวิตใดมาเทียบได้  แม้ช้างจะมิใช่สัตว์ประจำบ้าน แต่คนไทยไทยในอดีตก็คุ้นกับช้างมานาน จนช้างได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญในวัฒนธรรมและศาสนา  จารึกและศิลปกรรมเกี่ยวกับช้างชิ้นเก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย สามารถนำเราย้อนหลังไปยังอดีตได้ไกลนับพันปี

คนไทยผูกพันกับช้าง ไม่ใช่เพียงเพราะช้างเป็นสัตว์ที่สามารถใช้งานได้สารพัด หากยังเป็นเพราะเรามีบางอย่างที่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้  ความเป็นมิตรและความเอื้ออาทรที่สามารถสัมผัสถึงกันได้ ทำให้คนไทยแต่ก่อนนับญาติกับช้างว่าเป็นพี่เป็นน้อง หรือเป็นพ่อ(แม่)  เป็นลูกกัน  วิถีชีวิตของคนไทยแต่บรรพกาล จึงมีเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับกับความประทับใจในสติปัญญาและคุณธรรมของช้างสืบต่อกันมามิได้ขาด

แต่เมื่อคนไทยเริ่มเหินห่างจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ช้างก็เริ่มลางเลือนไปจากใจของคนไทยยิ่งขึ้นทุกที  นี้มิได้หมายความเพียงว่า นับวันเราจะรู้จักช้างน้อยลงเท่านั้น  ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ เราได้ตัดญาติขาดมิตรกับช้าง  หากไม่ถือว่าช้างเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ก็มองเห็นช้างเป็นเพียงวัตถุที่ต้องตักตวงประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้ว่าต้องฆ่าช้างเพื่อเอางาไปขาย ก็ไม่รู้สึกอะไร

การพัฒนาเศรษฐกิจในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมาได้ทำให้แหล่งอาศัยของช้างถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว แต่ภัยที่คุกคามช้างอย่างร้ายแรงที่สุดก็คือ การล่าช้างเพื่อเอางา เพียงชั่วเวลาไม่กี่ปี ช้างป่าลดจำนวนอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึง ๒,๕๐๐ ตัวทั่วประเทศ  จนน่าวิตกว่า ในเวลาไม่นานอาจไม่มีช้างหลงเหลือในป่าเลยก็ได้

ความโลภของมนุษย์ คือสาเหตุแห่งการทำลายล้างธรรมชาติ  แต่การที่ความโลภในยุคนี้ขยายตัวอย่างกว้างขวางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นเพราะทัศนคติของผู้คนได้แปรเปลี่ยนไป  จากความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ กลับกลายเป็นการแยกตนจากธรรมชาติ  เราฆ่าช้างกันมากมายก็เพราะเรามิได้มองช้างว่าเป็นเพื่อนร่วมโลกหรือพี่น้องของเราดังแต่ก่อนอีกต่อไป

นอกจากความโลภแล้ว ความหลงหรือความไม่รู้ก็มีส่วนไม่น้อย  ทำให้การฆ่าช้างเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  มิใช่แต่ช้างไทยเท่านั้น หากยังรวมไปถึงช้างในประเทศอื่น โดยเฉพาะช้างแอฟริกัน   ทุกวันนี้ในแอฟริกามีช้างถูกฆ่าเอางาปีละหลายหมื่นตัว  สาเหตุก็เพราะงาช้างเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมาก อีกทั้งมีราคาแพง  ในเมืองไทยผู้คนจำนวนไม่น้อยนิยมซื้อหาพระพุทธรูป ตลอดจนรูปเคารพและวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ทำด้วยงาช้าง   ทั้งนี้โดยหารู้ไม่ว่างาช้างจำนวนมากไม่ได้มาจากช้างที่ตายโดยธรรมชาติ  หากตายเพราะถูกฆ่าเพื่อเอางาโดยตรง   ซึ่งมีทั้งช้างไทยและช้างแอฟริกันซึ่งนับวันจะมีสัดส่วนมากขึ้นทุกที

การที่เมืองไทยอนุญาตให้มีการขายงาช้างได้อย่างถูกต้องและเปิดเผย  เปิดช่องให้มีการนำงาช้างจากแอฟริกาเข้ามายังเมืองไทย  (ทั้ง ๆ ที่การค้าขายงาช้างแอฟริกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)  ประกอบกับความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ไทย  ผลก็คือเมืองไทยกลายเป็นตลาดค้างาช้างเถื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก  นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๒-๒๕๕๔  งาช้างแอฟริกันที่ถูกยึดได้ในเมืองไทยมีมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากจีน (คือมากกว่า ๒๕ ตัน) 

คนไทยน้อยคนที่รู้ว่าเมืองไทยมีบทบาทอย่างสำคัญเบื้องหลังการฆ่าช้างแอฟริกันจนลดจำนวนลงอย่างฮวบฮาบ  ความไม่รู้นี้เองที่ทำให้เรายังคงมีส่วนสนับสนุนการสังหารช้างเหล่านี้วันแล้ววันเล่า  ทั้งด้วยการซื้อสินค้างาช้างและด้วยการปล่อยให้มีการค้าขายงาช้างอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้มีการเอางาช้างแอฟริกาที่ถูกกฎหมายมาฟอกผ่านร้านค้าในไทย 

ภาพช้างที่ถูกยิงตายทั้งโขลง  ภาพลูกช้างที่คร่ำครวญข้างศพแม่อย่างน่าเวทนา เป็นภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะรับรู้ถึงโศกนาฏกรรมที่กำลังเกิดแก่ช้างแอฟริกันและช่วยกันหยุดยั้งพฤติกรรมที่ส่งเสริมการสังหารช้างเหล่านี้ (รวมทั้งช้างไทยที่ยังคงถูกฆ่าเอางาอย่างไม่หยุดยั้ง)  นอกจากไม่ซื้อและไม่สนับสนุนสินค้างาช้างแล้ว ควรร่วมกันผลักดันกฎหมายที่ห้ามการค้างาช้างทุกรูปแบบในเมืองไทย

การฆ่าสัตว์นั้นเป็นปาณาติบาตที่สาธุชนพึงละเว้น   นอกจากจะไม่ฆ่าเองหรือสั่งฆ่าแล้ว  สาธุชนไม่ควรสนับสนุนการฆ่านั้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม  ในทางตรงข้ามเราควรช่วยกันปกป้องรักษาชีวิตสัตว์เหล่านั้น  การช่วยกันคนละไม้คนละมือร่วมกับผู้คนนับล้านทั่วโลกสามารถก่อตัวเป็นพลังหยุดยั้งการสังหารช้างในทั้งสองทวีปได้ แม้ขบวนการค้างาช้างจะมีอิทธิพลมากมายเพียงใดก็ตาม


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved