หน้ารวมบทความ
   บทความ > เสขิยธรรม > พุทธศาสนาในโลกกว้าง บันทึกการสงเคราะห์คนไทยในญี่ปุ่น (ภาค ๒)
กลับหน้าแรก
 

เสขิยธรรม
ฉบับที่ ๓๕ ปีที่ ๗ กรกฎกคม - กันยายน ๒๕๔๐

พุทธศาสนาในโลกกว้าง
บันทึกการสงเคราะห์คนไทยในญี่ปุ่น (ภาค ๒)
พระไพศาล วิสาโล

เมื่อปีที่แล้ว พระไพศาล วิสาโล พระยูกิ นรเทโวและนายปรีดา เรืองวิชาธร ได้รับการนิมนต์/เชิญจากองค์การพัฒนาเอกชนญี่ปุ่น ให้ไปสำรวจดูความเป็นไปได้ในการที่พระจะมาช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น ดังปรากฏอยู่ในบทความ “เลียบแม่น้ำ ข้ามขุนเขา: ธุดงค์ในญี่ปุ่น” ในเสขิยธรรม ฉบับที่ ๓๑ ปีนี้ทั้ง ๒ รูป พร้อมกับโยมอุปัฐากเดินทางไปที่เมืองโคฝุอีกครั้ง เพื่อสานต่องานที่ได้ริเริ่มไว้เมื่อปีที่แล้วให้ต่อเนื่องและคืบหน้าต่อไป

หลังจากที่ได้ใช้เวลา ๒ เดือนเมื่อปีที่แล้ว ในการสำรวจหาความเป็นไปได้ในการที่พระจะมาทำงานสงเคราะห์คนไทยในญี่ปุ่น ก็พบว่าเมืองโคฝุในจังหวัดยามานาชิเป็นที่ๆ พระสามารถจะมีบทบาทในด้านนี้ได้มากกว่าเมืองอื่นๆ เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีองค์กรเอกชนญี่ปุ่นที่ช่วยเหลือคนไทยอย่างแข็งขัน อีกทั้งยังมีคนไทยหลายคนที่สามารถเป็นแกนหลักในงานด้านนี้ได้ นอกจากนั้นเมืองนี้ยังมีวัดที่พร้อมจะสนับสนุนกิจกรรมสงเคราะห์คนไทย ดังนั้นจึงเห็นว่าเมืองโคฝุเป็นเมืองที่เราควรให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

เมือปีที่แล้วได้เริ่มกิจกรรมบางอย่างเพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้คนไทยได้ทำงานช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้น เช่น การจัดงานสงกรานต์ การส่งเสริมให้มีบริการให้ยืมเทปธรรมะ รวมทั้งการแนะนำให้คนไทยรู้จักสมาคมโอเอซิสมากขึ้น เพื่อจะได้มีที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาระหว่างอยู่ญี่ปุ่น กับเพื่อจะได้อาศัยสมาคมนี้เป็นสถานที่ที่คนไทยจะมาพบปะหรือช่วยเหลือกัน

เพื่อไม่ให้งานขาดตอน เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวยังอยู่ในขั้นพื้นฐานเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ปีนี้จึงได้เดินทางมาเมืองโคฝุอีกครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานคือ ๑ เดือน แต่ก็เชื่อว่าคงจะทำอะไรได้เพิ่มขึ้นหวังว่าพระอีกชุดหนึ่งที่จะมาแทนจะสามารถสานและเสริมงานด้านนี้อีกชั้นหนึ่ง

โคฝุ – อุสุโนมิยา ๒ สงกรานต์
ในแดนอาทิตย์อุทัย

จุดมุ่งหมายของงานสงกรานต์นี้ไม่ได้มีเพียงเพื่อให้คนไทยในโคฝุมีโอกาสสังสรรค์รื่นเริงและได้ทำบุญเพื่อศิริมงคลแก่ตนเท่านั้น วัตถุประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเป็นเวทีให้คนไทยได้ทำงานร่วมกันและเพื่อเราจะได้รู้จักคนที่สามารถจะเป็นผู้นำหรือกลุ่มแกนในการช่วยเหลือคนไทย ผลพลอยได้อีกประการหนึ่งคือ เป็นโอกาสในการแนะนำสมาคมโอเอซีส สำหรับคนไทยอีกจำนวนไม่น้อย งานนี้ยังเป็นโอกาสที่เขาจะได้รู้ว่ามีพระมาที่เมืองโคฝุ เผื่อจะเป็นที่ปรึกษาในทางจิตใจแก่เขาได้บ้าง

ตั้งแต่เริ่มแรก ก็พยายามให้คนไทยเข้ามาเป็นเจ้าของงานนี้ โดยดึงหลายคนเข้ามาร่วมปรึกษาหารือและจัดงาน มีการกำหนดรายละเอียดร่วมกัน เช่น กำหนดการ กิจกรรมในวันงาน การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งก่อนถึงวันงานและในวันงาน

มีการประชุมเตรียมการ ๒ ครั้ง คือ วันที่ ๗ เมษายนในงานทำบุญวันเกิดของโยมไก่แก้ว และติดตามความคืบหน้าของงานในวันที่ ๑๑ เมษายนที่ร้านบัวหลวง โดยกำหนดจัดงานวันที่ ๑๓ เมษายนที่วัดเมียวโฮจิ

ปีนี้พยายามให้มีกิจกรรมหลากหลายกว่าปีก่อน นอกจากเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงแล้ว ยังเพื่อเปิดโอกาสให้หลายคนได้มีส่วนร่วมตามความถนัดของตน ดังนั้นจึงไม่เพียงมีพิธีทางศาสนาอย่างปีก่อน คือสวดพระพุทธมนต์ ทำบุญเลี้ยงพระ สรงน้ำพระ หากยังมีการจับฉลากของขวัญ การเปิดร้านสินค้าราคาถูก การร้องรำทำเพลง และที่ขาดไม่ได้คือการเล่นสงกรานต์กัน

ในงานนี้ยังมีการทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์สถานที่ๆ คนไทยสามารถขอความช่วยเหลือด้านต่างๆ ได้โดยแนะนำทั้งสมาคมโอเอซีสและสถานีอนามัยในโคฝุนิราซากิ ทั้งนี้แผ่นพับดังกล่าวยังมีบทสวดมนต์และพิธีกรรมที่คนไทยสามารถนำไปใช้เพื่อระงับความทุกข์ใจในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการทำกล่องรับบริจาคเป็นทุนแก่สมาคมโอเอซีสและช่วยเหลือคดีวนิดา ต่อมใจซึ่งได้รับความไม่เป็นธรรมจากโรงพยาบาล ๒ แห่งในเมืองโคฝุ

งานนี้คนไทยมาร่วมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ คน ไม่นับคนญี่ปุ่นอีกราวๆ ๒๐ คน นับว่ามากกว่าปีที่แล้ว แต่จะมากกว่านี้หากว่าอีกหลายคนไม่หลงทางจนมาไม่ถึงสถานที่จัดงาน (หลายคนเสนอว่า ครั้งต่อไปให้ใช้ธงธรรมจักรติดตามหัวเลี้ยวและทางแยกเข้าวัด) กล่าวโดยทั่วไป คนส่วนใหญ่พอใจกับงานนี้และอยากให้มีอีกในปีต่อไป เพราะได้สนุกสนานรื่นเริงกันเต็มที่ มีการร้องรำทำเพลงตั้งแต่เที่ยงครึ่งจนต้องขอให้เลิกเมื่อถึงเวลาบ่าย ๓ ครึ่ง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีทั้งจากผู้ที่ช่วยเตรียมงานและผู้มาร่วมงาน โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมอาหารและเก็บกวาดทำความสะอาด

อีกประการหนึ่งหากเป็นไปได้ควรเตรียมในเรื่องประเพณีวัฒนธรรมแต่เนิ่นๆ เช่นการยืมกลองยาวจากกลุ่มคนญี่ปุ่นในโตเกียว การจัดหาชุดไทยหรือชุดพื้นเมือง

นอกจากที่โคฝุแล้ว ยังได้ไปช่วยจัดงานสงกรานต์ที่เมืองอุสุโนมิยา จังหวัดโตกิจิเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายนด้วย แต่งานนี้เราเพียงแต่ไปทำพิธีทางศาสนา ส่วนรายการอื่นๆ ทั้งหมดอาจารย์สุจินดา อิสุมิดะและเพื่อนเป็นผู้รับผิดชอบที่เมืองนี้ เราไม่ได้คาดหวังผลมากเนื่องจากมีเวลาน้อย เพียงแต่มุ่งสงเคราะห์คนไทยที่นั่นให้ได้มีโอกาสทำบุญและสัมผัสกับประเพณีที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง หลังจากห่างเหินไปนาน กับยังเป็นโอกาสให้คนไทยได้พบปะกันด้วย อย่างไรก็ตามได้พบว่า ที่เมืองนี้มีความคืบหน้าพอสมควรในเรื่องเกี่ยวกับคนไทย เช่น มีการจัดชั้นเรียน สอนภาษาญี่ปุ่นแก่คนไทยทุกวันอาทิตย์ แต่ปรากฏว่าผู้เรียนมีจำนวนมากและความรู้ต่างระดับกัน ขณะที่ผู้สอนมีเพียงคนเดียว ทำให้เป็นภาระแก่ผู้สอนมาก นอกจากนั้นยังพบว่ามีคนไทยหลายคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน หากแต่ยังไม่ได้รวมกันเป็นกลุ่มก้อนและยังพบว่ามีวัดเมียวโฮจิซึ่งมีทีท่าสนใจช่วยเหลือคนไทยด้วย (คล้ายเทืองโคฝุในหลายด้าน)

สโมสรแม่บ้านไทย ถือกำเนิด

การมาญี่ปุ่นคราวนี้ นอกจากการช่วยประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว งานอีกอย่างหนึ่งที่เป็นแนวทางสำคัญของการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นคือ การรวมกลุ่มคนไทย โดยงานส่วนนี้ถือเป็นงานหลักที่จะส่งผลในระยะยาว เพราะปัญหาสำคัญหลายประการของคนไทยในญี่ปุ่นแก้ไม่ได้ ซ้ำกลับลุกลามยิ่งขึ้นก็เพราะขาดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในลักษณะที่เป็นกลุ่มก้อนหรือองค์กรหากมีกลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้น นอกจากจะช่วยเหลือกันในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพการงาน การติดต่อหน่วยราชการเช่นโรงพยาบาล อำเภอ หรือสถานทูตแล้ว ยังอาจทำให้คนไทยมีทางเลือกในเรื่องการพักผ่อนหย่อนใจหรือการใช้เวลาว่าง แทนที่จะไปหมกมุ่นกับการพนันหรืออบายมุข ที่สำคัญกลุ่มเช่นนี้ยังจะเป็นประโยชน์ในแง่การเป็นกัลยาณมิตร เป็นที่ปรับทุกข์หรือปรึกษาในเรื่องชีวิตจิตใจด้วย

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกๆ จำต้องมีกลุ่มแกนเล็กๆ ก่อน เพื่อจะได้เป็นหลักให้เกิดกลุ่มใหญ่ขึ้น สิ่งที่ได้พยายามทำตั้งแต่ปีที่แล้วคือหาคนที่จะเป็นผู้นำหรือมีน้ำใจ ในการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งในปีนี้ได้รู้จักคนมากขึ้น และพบว่ามีหลายคนที่มีลักษณะดังกล่าว เกือบทั้งหมดเป็นแม่บ้านที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็พบว่าผู้เป็นแม่บ้านมีโอกาสที่จะรวมกลุ่มได้มากกว่าคนไทยส่วนอื่นๆ เนื่องจากมีเวลาว่างมากกว่า และสามารถที่จะพบปะกันได้สะดวกกว่า (ตอนกลางวัน คนที่ทำงานในโรงงานก็ไม่ว่าง ส่วนกลางคืนก็เป็นเวลาทำงานของคนที่มีอาชีพขายบริการ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีครอบครัว)

ด้วยเหตุนี้เองในปีนี้จึงริเริ่มให้มีการจัดตั้ง สโมสรแม่บ้านไทย โดยชักชวนให้แม่บ้านคนไทยมาพบปะสังสันทน์กันและทำอาหารกินร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ กำหนดเดือนละ ๒ ครั้ง ทุกคืนวันจันทร์ที่ ๑ และ ๓ ของเดือน ณ สำนักงานของสมาคมโอเอซีส โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ในช่วงแรกจะยังไม่ขยายกลุ่มให้ใหญ่นัก เน้นคนที่คุ้นเคยกันหรือที่มาช่วยงานระหว่างที่เราอยู่โคฝุ ส่วนใหญ่ก็เป็นแกนที่ช่วยจัดงานสงกรานต์ที่ผ่านมานั่นเอง ขณะเดียวกันก็ชักชวนแม่บ้านที่กำลังมีปัญหาครอบครัว (โดยเฉพาะกับแม่สามี) มาร่วม เพื่อเป็นโอกาสให้เขาได้ปรับทุกข์ และปรึกษาหารือกับคนที่ผ่านประสบการณ์ดังกล่าวมาแล้ว

หากสโมสรแม่บ้านทำได้ต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่คนไทยที่มีครอบครัวอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ (ทำให้ปัญหาของคนไทยระยะหลังมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สามี-ภรรยา แม่ผัว-ลูกสะใภ้ ลูกไม่มีใบเกิดหรือสัญชาติ เป็นต้น ยังไม่นับปัญหาส่วนตัว เช่น ความเหงาความเบื่อเพราะอยู่แต่ในบ้าน และไม่สามารถหาเพื่อนในละแวกบ้านได้เนื่องจากเป็นคนต่างชาติ) ขณะเดียวกันถ้าแม่บ้านสามารถแก้ปัญหาของตนได้ ก็จะสามารถช่วยเหลือคนไทยกลุ่มอื่นๆได้ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น ไม่ปัญหาเรื่องวีซ่า มักพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ปัญหาการเงินมีน้อย และมีเวลาว่างมากกว่า

กัลยาณมิตรในต่างแดน

การช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นโดยเฉพาะที่เมืองโคฝุนี้ ลำพังพวกเรากันเองคงไม่สามารถทำอะไรมากมายเช่นนี้ได้ ถ้าไม่มีสมาคมโอเอซีส (องค์การพัฒนาเอกชนญี่ปุ่นที่คอยช่วยเหลือคนต่างชาติในเขตจังหวัดยามานาชิ) ซึ่งเรารู้จักด้วยความบังเอิญจากการธุดงค์เมื่อปีที่แล้ว และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือกมาที่นี่อีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า สมาคมโอเอซีส จะมีความตั้งใจอย่างมากที่จะช่วยเหลือคนไทยในโคฝุ แต่เราพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักหรือไม่ก็ยังมีความหวาดระแวงอยู่ นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้พยายามแนะนำคนไทยให้รู้จักสมาคมนี้มากขึ้น ทั้งโดยการพูดในที่สาธารณะ การแนะนำเป็นส่วนตัว และการทำแผ่นพับแจกคนไทยที่มาร่วมงานวันวิสาขบูชา ในปีนี้ก็เช่นกัน ได้ทำแผ่นพับเกี่ยวกับบทสวดมนต์โดยมีข้อความประชาสัมพันธ์สมาคมนี้แจกแก่ผู้ร่วมงานสงกรานต์ เท่าที่ผ่านมา แผ่นพับดังกล่าวดูเหมือนจะได้ผล เพราะหลังจากวันวิสาขบูชาปีที่แล้ว ก็มีคนโทรศัพท์มาปรึกษาสมาคมนี้มากกว่าแต่ก่อน

การชักชวนคนไทยมาถวายเพล ก็ช่วยให้คนไทยรู้จักที่ตั้งของสมาคมนี้มากขึ้น ทำให้คุ้นเคยกับสมาคมมากกว่าแต่ก่อน ผลที่ตามมาก็คือมีคนไทยมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่สมาคมมากขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามีบริการทางด้านนี้

นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วได้พบพระญี่ปุ่น ๒ รูป ที่ยินดีช่วยเหลือคนไทย ปีนี้จึงได้ไปเยี่ยมเยียนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ต่อเนื่อง และชี้แจงให้ท่านรู้ถึงความคืบหน้าของงานที่เราทำและจะทำต่อไป รูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเอโซจิ อีกรูปหนึ่งเป็นวัดเมียวโฮจิ วัดแรกเคยใช้เป็นที่จัดงานสงกรานต์ปีก่อน วัดหลังเราได้ใช้จัดงานวิสาขบูชาปีที่แล้วและงานสงกรานต์ปีนี้

ที่จริงเชื่อว่ายังมีพระญี่ปุ่นอีกหลายรูปในเมืองโคฝุที่พร้อมจะช่วยเหลือคนไทยในแง่ต่างๆ ในปีนี้ก็พบเพิ่มขึ้นแม้จะยังไม่มากนัก แต่ที่เมืองอื่นๆ เช่น นาโกย่า เราได้รู้จักเพิ่มอีกหลายรูปจากการแนะนำของเพื่อนพระ (ญี่ปุ่น) ด้วยกันที่เมืองนั้น

กล่าวโดยสรุป แม้ว่าการมาญี่ปุ่นในคราวนี้จะมีแนวโน้มและความริเริ่มหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น สโมสรแม่บ้านไทย แต่ก็ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังต้องประคับประคองและสนับสนุนให้เกิดอย่างต่อเนื่อง กับยังมีงานหลายอย่างที่ควรจะทำแต่ยังไม่ได้ทำเท่าที่ควรเพราะโอกาสไม่อำนวยคือ การสอนธรรม ซึ่งคงจะต้องหาช่องทางที่เหมาะสมในโอกาสต่อไป

๒๘ เมษายน ๒๕๔๐

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved