กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > เยียวยาใจ
กลับหน้าแรก
 

เยียวยาใจ
ผู้เขียน พระไพศาล วิสาโล และ พญ. รุจิรา มังคละศิริ
ผู้เรียบเรียง วรพงษ์ เวชามาลีนนท์
จัดพิมพ์โดย สปสช.
คำนำโดย พระไพศาล วิสาโล

คำนำ

เมื่อเราล้มป่วย  เราไม่ได้ป่วยแต่กายเท่านั้น ส่วนใหญ่มักป่วยใจด้วย  กล่าวคือ มีความเครียด หงุดหงิด วิตกกังวล  รวมทั้งความหวาดกลัว  เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เป็นทุกข์มากขึ้น (จะเรียกว่าทุกข์สองต่อก็ได้)  บ่อยครั้งทุกข์เพราะความป่วยใจนั้นหนักกว่าทุกข์เพราะความป่วยกายด้วยซ้ำ     อีกทั้งยังซ้ำเติมให้ความป่วยกาย (รวมทั้งความเจ็บปวด) รุนแรงขึ้นด้วย

ความป่วยใจนั้นมักเป็นผลสืบเนื่องจากความป่วยกาย  แต่บางครั้งก็เป็นสาเหตุของความป่วยกาย  จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมบางคนเจ็บป่วยเรื้อรังทั้ง ๆ ที่ไม่พบความผิดปกติในร่างกาย หมอให้ยาเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น   ด้วยเหตุนี้นอกจากการเยียวยาทางกายแล้ว  อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการเยียวยาช่วยเหลือทางจิตใจ  ประการหลังมีความสำคัญมากโดยเฉพาะกับผู้ที่ป่วยด้วยโรคร้าย เช่น มะเร็ง หรือผู้ที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิต  ความป่วยใจของเขามักจะเพิ่มเป็นทวีหรือตรีคูณเลยทีเดียว  ไหนจะห่วงลูกหลานที่ยังเล็กหรือพ่อแม่ผู้ชรา  ไหนจะไม่สบายใจที่ตนเองกลายเป็นภาระของคนรัก  ไหนจะกลัวความตายที่ใกล้เข้ามา ยังไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกผิดติดค้างใจที่สะสมจากอดีต หรือความโกรธแค้นในชะตากรรมหรือผู้คนที่ทำให้ตนมาถึงจุดนี้

ความรู้สึกนึกคิดดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากอยู่อย่างทุรนทุราย  กราดเกรี้ยว หดหู่ ซึมเศร้า   แต่หากได้รับการเยียวยารักษาใจ  เขาก็จะกลับมามีชีวิตชีวา มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต  พร้อมเผชิญกับโรคร้าย และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยใจสงบ   การเยียวยารักษาใจนั้นต้องอาศัยธรรมโอสถเป็นหลัก  อันได้แก่ สติ สมาธิ  ปัญญา  และที่สำคัญไม่น้อยก็คือ เมตตากรุณา

เมตตากรุณาหรือความรักจากคนรอบข้างนั้น มีพลังในการเยียวยารักษาใจได้อย่างวิเศษ  ด้วยเหตุนี้กัลยาณมิตรหรือเครือข่ายเพื่อนจึงเป็นสิ่งที่ควรเสริมสร้างให้มีขึ้นแวดล้อมผู้ป่วย  การได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนที่มีความปรารถนาดี จริงใจ และช่วยเหลือเกื้อกูล   ขณะเดียวกันก็ได้เป็นฝ่ายมอบน้ำใจไมตรีให้แก่ผู้อื่นด้วย  เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มพูนสุขภาพจิต ทำให้จิตแจ่มใส ใจเบิกบาน  ซึ่งมีผลในการเยียวยาร่างกายได้ไม่น้อย

เครือข่ายมิตรภาพบำบัด ที่คุณหมอรุจิรา มังคละศิริและคณะได้ริเริ่มขึ้น ในจังหวัดนครราชสีมา โดยได้จัดค่ายผู้ป่วยมะเร็งต่อเนื่องตลอด ๖ ปีที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงพลังของมิตรภาพในการเยียวยาผู้ป่วย ซึ่งสามารถนำไปเป็นแบบอย่างสำหรับที่อื่นได้เป็นอย่างดี  ใช่แต่เท่านั้นกิจกรรมดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของจิตอาสาในการปลดเปลื้องความทุกข์ใจของผู้ป่วย ทำให้เขาได้รับการเยียวยาเหมือนเป็นคนใหม่  ประสบการณ์ของครูดล ธนวัชร์ เกตน์วิมุต ที่ได้ถ่ายทอดลงในหนังสือเล่มนี้ เป็นบทเรียนอันงดงามที่ย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงพลังแห่งการฟังผู้ป่วยด้วยใจที่เปิดกว้างและเปี่ยมด้วยเมตตา มิใช่เพื่อเข้าใจคำพูดหรือความคิดของเขาเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือเข้าใจความรู้สึกของเขา โดยไม่ตัดสิน และหากสะท้อนสิ่งที่ได้ฟังด้วยใจนั้นให้เขารับรู้ หรือตั้งคำถามให้เขาได้คิด ก็อาจช่วยให้เขาเห็นตัวเองและสามารถคลี่คลายอารมณ์ลบนั้นได้ด้วยตนเอง  โดยเราไม่จำเป็นต้องแนะนำสั่งสอนหรือเทศนาให้เขาฟัง

ขออนุโมทนาคุณหมอรุจิรา และคณะที่ได้ริเริ่มและขับเคลื่อนเครือข่ายมิตรภาพบำบัดมาตั้งแต่ต้น เกิดอานิสงส์มากมายต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะผู้ป่วย หากยังรวมถึงผู้จัดและจิตอาสาด้วย  ใช่แต่เท่านั้นหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นและสำเร็จได้ก็เพราะคุณหมอรุจิราเช่นกัน  เรื่องเล่าที่คุณหมอได้ถ่ายทอดออกมาในรูปจดหมายหลายฉบับในเล่มนี้ ตั้งคำถามให้ผู้อ่านซึ่งน่าจะนำไปคิดต่อ  และหาคำตอบด้วยตัวเอง โดยไม่หยุดอยู่ตรงคำตอบที่ได้รับจากอาตมาเท่านั้น

พระไพศาล วิสาโล
๑ มกราคม ๒๕๕๙

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved