กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > สัมผัสรัก อาสานวดเด็ก...พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
กลับหน้าแรก
สัมผัสรัก อาสานวดเด็ก พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

สัมผัสรัก
อาสานวดเด็ก...พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

รวมเรื่องราวน่าประทับใจของอาสาสมัครนวดเด็กบ้านปากเกร็ด
พิมพ์โดย มูลนิธิสุขภาพไทย
บก.โดยอภิญญา ตันทวีวงศ์

 

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องอานุภาพของความรักโดยแท้ เรื่องเล่าของอาสาสมัครหลายคนที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความรักสามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่เด็กอ่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความรักไม่เพียงช่วยให้เด็กเหล่านี้มีพัฒนาการทางกายภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท่านั้น หากยังนำความสุขและพลังชีวิตมาสู่ตัวเขาด้วย จากเด็กที่อมทุกข์ หงุดหงิด เซื่องซึม และระแวงผู้คน กลายเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงและเป็นมิตรกับผู้คน

เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกทิ้งและถูกนำมาเลี้ยงดูในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน บ้านปากเกร็ด หลายคนขาดความรักตั้งแต่เกิด หรืออาจจะตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยซ้ำ สภาพจิตใจของเขาจึงไม่ต่างจากต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในวัยอันน่าจะเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เด็กเหล่านี้ทั้งโหยหาทั้งอ่อนไหวต่อความรักจากคนรอบข้าง พวกเขาต้องการใครสักคนที่รักและห่วงใยเขา ไม่จำต้องเป็นพ่อแม่ก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนที่รักเขาจริง ๆ นี้จึงเป็นที่มาของ “โครงการสัมผัสกายสัมผัสรัก และสัมผัสจิตอาสา” ของมูลนิธิสุขภาพไทย ซึ่งเป็นเสมือนสื่อกลางชักนำอาสาสมัครมาให้ความรักแก่เด็กอ่อนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๔ แล้ว

เรื่องเล่าของอาสาสมัครเหล่านี้ยังบอกเราอีกว่า ความรักมิได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่เด็กอ่อนเท่านั้น หากยังมีอานุภาพต่ออาสาสมัครเองด้วย หลายคนได้พบกับความสุขอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน เป็นสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มผลิบานของเด็กน้อย เป็นสุขที่เกิดจากความอิ่มเอมและภาคภูมิใจที่ได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า ชีวิตของอาสาสมัครหลายคนเปลี่ยนไป เมื่อรู้ว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่าต่อเด็กน้อย จึงไม่อาจปล่อยตัวปล่อยใจเหมือนเดิมได้ บางคนได้เห็นตนเองในแง่มุมใหม่เมื่อพบความอ่อนโยนในตนเอง และรู้ว่าตนมีความสามารถที่จะรักผู้อื่นได้

ตรงข้ามกับที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ความสุขที่แท้ไม่ได้เกิดจากการเสพหรือเอาเข้าตัวให้มาก แต่เกิดจากการให้ “ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข” พุทธภาษิตนี้เป็นจริงในทุกยุคทุกสมัย ใช่หรือไม่ว่าสิ่งที่เราให้แก่ผู้อื่นด้วยความรักนั้น ย่อมกลับมาเติมเต็มชีวิตเราในที่สุด การให้ไม่ได้ทำให้เราจนหรือพร่องเลย แต่กลับทำให้เรารุ่มรวยและเต็มอิ่ม ยิ่งเป็นการให้ด้วยความรัก ความรักนั้นเองจะเปิดประตูใจทั้งของผู้ให้และผู้รับให้พบกับสิ่งประเสริฐ อีกทั้งยังปลุกพลังฝ่ายบวกในจิตใจให้เจริญงอกงามและนำพาชีวิตไปสู่ความดีงาม

พุทธศาสนาถือว่าการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรักหรือด้วยเมตตาจิต ถือว่าเป็น “บุญ”ที่สำคัญและมีอานิสงส์ยิ่งกว่าการให้ทานหรือสิ่งของ บุญชนิดนี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยกำลังต้องการอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ผู้คนคิดถึงตัวเองมากเกินไป จนขาดน้ำใจต่อผู้อื่น หากคนไทยมีน้ำใจต่อกันให้มากขึ้น พร้อมจะสละเวลาและแรงกายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยาก โดยไม่เลือกวัย เพศ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือเศรษฐานะ สังคมไทยจะมีความสงบสันติ และผู้คนจะมีความสงบเย็นมากกว่านี้

หวังว่าประสบการณ์และเรื่องเล่าในหนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้มีอาสาสมัครมาดูแลเด็กอ่อนที่บ้านปากเกร็ดกันให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะต้องคิดกันต่อไปก็คือ ทำอย่างไรเด็กอ่อนที่ถูกทิ้งจะมีน้อยลง เพราะสถานที่ที่เหมาะกับเด็กอ่อนมากที่สุดคือบ้าน และคนที่เด็กต้องการมากที่สุดคือพ่อแม่ที่รักและห่วงใยลูก ปัญหานี้แก้ไม่ได้ด้วยการออกกฎหมายหรือตราบทลงโทษที่รุนแรง แต่ต้องแก้ด้วยการทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง และมีกลไกสนับสนุนพ่อแม่ให้มีความพร้อมในการดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิด ตลอดจนลดเงื่อนไขทางสังคมที่ส่งเสริมให้เกิดการตั้งครรภ์ในวัยที่ไม่พร้อม ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม ที่เราต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนไปในทางที่ถูกต้อง นี้เป็นงานที่ต้องการอาสาสมัครและจัดว่าเป็นงานบุญที่จะมองข้ามมิได้เลย

คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล
๘ กรกฎาคม ๒๕๕๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved