กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > เดินสันติปัตตานี
กลับหน้าแรก
 

เดินสันติปัตตานี
บันทึกการเดินเท้าทางไกล ๕๓ วัน ๑,๑๐๐ กิโลเมตร
จากศาลายา สู่มัสยิดกลางปัตตานี

อาทิิตย์ ชูสกุลธนะชัย วริสรา กริชไกรวรรณ - เรียบเรียง
ประมวล เพ็งจันทร์ - บรรณาธิการ
จัดพิมพ์โดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม. มหิดล
พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๕๕

คำแนะนำหนังสือโดย พระไพศาล วิสาโล

 

แบ่งปันบน facebook Share   
คำนำ

การเดินเป็นวิถีของมนุษย์แต่โบราณ ไม่ว่าการทำมาหากิน ความบันเทิง การศึกษา การติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นล้วนต้องอาศัยการเดินเป็นหลัก คนแต่ก่อนไม่ได้เดินเพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวันเท่านั้น หากยังเดินเพื่อการแสวงหาทางจิตวิญญาณ ไม่ได้เดินเพื่อเปลี่ยนสถานที่ หากยังเดินเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองด้วย แม้ทุกวันนี้วิทยาการจะก้าวหน้าจนมีรถยนต์ เครื่องบิน และอินเทอร์เน็ต แต่มนุษย์ก็ยังอาศัยการเดินเพื่อจุดประสงค์ที่มิอาจทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว เช่น การเดินเพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง ดังที่คานธีได้สั่นคลอนระบอบอาณานิคมของอังกฤษด้วยการเดินเพื่อประท้วงภาษีเกลืออันลือชื่อ แม้จนทุกวันนี้การเดินก็ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและปลุกจิตสำนึกของผู้คนเพื่อเป้าหมายที่ดีงาม อาทิ ธรรมยาตราเพื่อสันติภาพในกัมพูชา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดธรรมยาตรานานาชนิดในเมืองไทย ในขณะที่การเดินจาริกแสวงบุญก็ยังเป็นที่นิยมในแวดวงของผู้ใฝ่ธรรม

ในยุคที่รถยนต์กลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของมนุษย์ไปแล้ว การเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ๆ มักสร้างความประหลาดใจและฉงนเท่ห์ให้แก่ผู้คนส่วนใหญ่ ด้วยเข้าใจว่าเป็นการกระทำที่ผิดยุคผิดสมัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปฏิกิริยาดังกล่าวได้เกิดขึ้นแก่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเมื่อรับรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง "เดินเพื่อสันติปัตตานี"เมื่อปีที่แล้ว ระยะทางกว่า ๑,๑๐๐ กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาร่วม ๖๐ วันหากเดินวันละ ๒๐ กิโลเมตร พร้อมกับแบกสัมภาระไปเอง ท่ามกลางดินฟ้าอากาศที่ผันผวนแปรปรวนนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนสมัยนี้ แม้แต่จะนึกก็ยังนึกไปไม่ถึงด้วยซ้ำ แต่เพราะเป็นเรื่องยากนั้นเอง การเดินเพื่อสันติปัตตานีจึงดึงดูดความสนใจของผู้คนให้ติดตามและให้กำลังใจแก่ผู้เดินที่กล้าทำสิ่งที่คาดไม่ถึง ขณะเดียวกันการเดินครั้งนั้นก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย จนบางคนไม่สามารถทนเสียงเรียกร้องจากภายในได้ ต้องมาร่วมเดินกับคณะ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน จนถึงจุดหมายปลายทางในที่สุด

แม้การเดินให้ถึงปัตตานีเป็นเรื่องยาก แต่ที่ยากกว่านั้นก็คือการนำสันติภาพมาสู่ปัตตานีและอีกสองจังหวัดใต้สุดของไทย นับแต่ปี๒๕๔๗ เป็นต้นมา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า ๔,๗๐๐ คน โดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงนั้น ได้สร้างความทดท้อหรือถึงกับสิ้นหวังให้แก่ผู้คนเป็นอันมาก จนไม่คิดว่าตนจะสามารถทำอะไรได้เพื่อช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ที่หนักกว่านั้นก็คือไม่อยากจะรับรู้เรื่องนี้อีกแล้ว แต่เมื่อมีคนเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งลงทุนลงแรงเดินไปปัตตานีด้วยใจที่ใฝ่ฝันสันติภาพ เพียงแค่นี้ก็มากพอที่จะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจชะตากรรมของผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง แล้วถามตัวเองว่าเราจะมีส่วนช่วยสร้างสันติสุขในดินแดนแถบนั้นได้อย่างไร ความกล้าที่จะทำสิ่งยากของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มนี้ได้ปลุกให้ผู้คนกล้าที่จะใฝ่ฝันถึงสิ่งยากนั่นคือ สันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช่แต่เท่านั้นการที่คนกลุ่มนี้ได้ฟันฝ่าอุปสรรคจนทำสิ่งยากให้สำเร็จ เดินทางถึงปัตตานีได้ในที่สุด ย่อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเกิดความมั่นใจว่า สันติภาพในปัตตานีนั้นแม้จะยากเพียงใด เราก็สามารถช่วยกันทำให้สำเร็จได้ด้วยเช่นกัน

การเดินเพื่อสันติปัตตานี แม้จะไม่ช่วยให้สันติภาพเกิดขึ้นได้ในวันนี้วันพรุ่ง อีกทั้งอาจไม่ช่วยลดความรุนแรงรายวันได้ แต่เพียงแค่บันดาลใจให้ผู้คนเกิดความกล้าที่จะฝันถึงสันติภาพในปัตตานี และกล้าที่จะทำสิ่งยากเพื่อสังคมที่ดีงาม ไม่ดูแคลนความเป็นคนเล็กคนน้อยของตน พร้อมที่จะทำสุดกำลังหากเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เท่านี้ก็ถือว่าการเดินครั้งนี้ได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่สันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ใช่หรือไม่ว่า ปราศจากซึ่งความฝันและกล้าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ความเลวร้ายก็จะดำเนินต่อไปอย่างไร้อุปสรรค

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ของคนเล็กคนน้อยกลุ่มนี้ แม้จุดหมายอยู่ที่ปัตตานี แต่บนเส้นทางอันยาวไกลนั้นมีเหตุการณ์ต่าง ๆเกิดขึ้นมากมาย อันควรแก่การจดจำ อาทิ ความทุกข์ของผู้คนตามชุมชนต่าง ๆ ซึ่งแม้จะมีลักษณะหลากหลาย แต่มีรากเหง้าอันเดียวกัน คือโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองที่ไม่เป็นธรรม ที่ทำให้คนเล็กคนน้อยถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น ถูกแย่งชิงทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ที่มีเงินและอำนาจ การพบเห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงปัตตานีซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ด้วยกำลังทหารตำรวจเต็มอัตรานั้น เหมือนกับจะบอกเป็นนัยว่าก่อนที่จะเกิดการจับอาวุธขึ้นสู้จนมีผู้คนล้มตายมากมายนั้น ความรุนแรงเชิงโครงสร้างได้ก่อตัวและฝังรากลึกจนจุดชนวนให้ความรุนแรงทางกายภาพระเบิดออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ใช่ว่าประสบการณ์ตามรายทางจะเต็มไปด้วยเรื่องราวความทุกข์ก็หาไม่ ยังมีเรื่องราวมากมายที่ให้แง่คิดและความประทับใจแก่ผู้เดิน นอกไปจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดิน ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย หากจะพูดว่าคณะเดินเพื่อสันติปัตตานีเป็นภาพย่อของสังคมไทยเวลานี้ก็ไม่ผิดนัก เพราะนอกจากมีทั้งพระและฆราวาส หญิงและชายแล้ว ยังมีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง และเสื้อหลากสี อีกทั้งอาชีพและสถานะก็มีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ตลอดเส้นทาง แต่การมีจุดหมายร่วมกัน ก็ทำให้คณะนี้สามารถประสานใจและเดินไปด้วยกันจนถึงจุดหมายในที่สุด เรื่องราวของเขาชี้ให้เห็นว่า เมื่อใดที่เราเปิดใจฟังกัน ยอมรับความแตกต่างและเคารพความคิดเห็นของกันและกัน มิตรภาพก็สามารถเกิดขึ้นและสามารถร่วมกันทำสิ่งยากให้สำเร็จได้

หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงภาพความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินกับชุมชนรายทาง และความสัมพันธ์ภายในกลุ่มผู้เดินเท่านั้น ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ สะท้อนให้เห็นมิติด้านในของผู้เดิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนให้การเดินทางไกลครั้งนี้สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างที่หวัง ถึงที่สุดแล้วนี้คือการเดินเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง หลายคนไม่มั่นใจว่าจะเดินไปถึงปัตตานีเพราะสังขารไม่อำนวย แต่เมื่อใจไม่ยอมแพ้เสียแล้วก็สามารถพาสังขารมาถึงจุดหมายได้ในที่สุด ขณะที่บางคนได้พบว่าแม้กายทุกข์ยากลำบาก แต่ใจก็สงบได้ สันติภาพภายในนี้เองที่เป็นพลังให้การต่อสู้เพื่อสันติภาพในสังคมนั้นเป็นไปได้ แม้การเดินครั้งนี้ยังไม่ทำให้ปัตตานีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกคนมาถึงปัตตานีด้วยใจที่เปลี่ยนไป กลายเป็นคนใหม่ ไม่ใช่คนเดิมในวันที่ออกเดินทาง

การเดินเพื่อสันติปัตตานีได้จบไปแล้ว แต่เชื่อว่าเรื่องราวและประสบการณ์ของเขายังสดใหม่ ที่สามารถให้แรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านได้หลายคนอ่านแล้วอาจจะพบว่าเสียงเรียกร้องภายในใจดังกระหึ่มมากขึ้นจนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ หากต้องลุกขึ้นมาทำสิ่งทีฝันใฝ่นานมาแล้วแต่กดเอาไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรือเพราะกลัวความยากลำบาก หนังสือเล่มนี้จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่เลือกชีวิตที่สบายมากกว่าชีวิตที่มีความใฝ่ฝัน แต่ถ้าเลือกอย่างหลัง หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณกล้าฝันและกล้าทำตามความฝัน โดยไม่พรั่นพรึงต่อความยากลำบากหรือเสียงทัดทานของผู้คนรอบข้าง


พระไพศาล วิสาโล
๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved