กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > ธรรมะจากนกกางเขน
กลับหน้าแรก

ธรรมะจากนกกางเขน
จากหนังสือ นกกางเขน The Oriental Magpies
พระไพศาล วิสาโล

 

คำตาม

นกกางเขนเล่มนี้เป็นมากกว่าแบบเรียน  แบบเรียนนั้นให้แค่ความรู้หรือพัฒนาทักษะ  แต่นกกางเขนยังให้ความประทับใจแก่ผู้อ่านที่ยากจะลืมเลือน  หลายคนซึ่งได้กลายเป็นปู่ย่าตายายแล้วยังจำความรู้สึกสงสารครอบครัวนกกางเขนเมื่อได้อ่านครั้งแรก   แม้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษเมื่อกลับมาอ่านใหม่ก็ยังรับรู้ได้ถึงรอยประทับที่หนังสือเล่มนี้ฝากไว้ในใจของตน  และอาจหวนรำลึกถึงประสบการณ์เก่า ๆ อีกมากมายสมัยวัยเด็ก อาจนึกไปถึงครูภาษาไทยและครูคนอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อน ๆ ในช่วงเวลาเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง นกกางเขนเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างหนึ่งของผู้คนจำนวนมาก ที่สามารถชักนำให้หวนกลับไปยังวันเวลาในอดีตซึ่งมิอาจหวนกลับมาได้
 
แต่ที่สำคัญกว่านั้น  นกกางเขน เปิดใจผู้อ่านวัยเด็กให้มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์น้อย ๆ  น้อมใจให้ตระหนักว่านกก็มีหัวจิตหัวใจ มีความรักลูกและผูกพันต่อกัน รวมทั้งมีความรู้สึกสุข-ทุกข์ ดีใจ-เสียใจ ไม่ต่างจากมนุษย์ทั้งหลาย  ช่วยให้เด็กหลายคนมองนกที่พบเห็นในชีวิตประจำวันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป  มีความรู้สึกเชื่อมโยงผูกพันกันมากขึ้นจนเกิดมิตรภาพระหว่างกัน

นกกางเขนเป็นแบบเรียนที่เขียนขึ้นมาเพื่อฝึกหัดการอ่านสำหรับเด็กเล็ก  แต่การอ่านไม่ควรช่วยให้เราเข้าถึงความรู้นานาชนิดในตำราและหนังสือทั้งหลายเท่านั้น  หากยังควรช่วยเปิดใจของเราให้รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของเพื่อนร่วมโลก ซึ่งไม่ควรจำกัดที่มนุษย์หรือผู้คน ทั้งที่อยู่รอบตัวเราและคนต่างชาติต่างภาษาหรือต่างสังคมเท่านั้น แต่ควรรวมถึงสัตว์นานาชนิดด้วยเพราะชีวิตเหล่านั้นก็เป็นเพื่อนร่วมโลกกับเราเช่นกัน  พูดอย่างพุทธคือ เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา

การอ่านที่ทำให้เราเข้าถึงความรู้นานาชนิด อาจเป็นเครื่องมือให้เราเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้เพื่อสนองประโยชน์ส่วนตัวได้ แต่การอ่านที่ช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น ๆ และชีวิตอื่นนั้น ย่อมทำให้เราคิดถึงประโยชน์สุขของคนอื่นและชีวิตอื่นมากขึ้น ไม่นึกถึงแต่ตัวเอง อย่างน้อยก็เกิดความตระหนักว่า การกระทำของเรา หากไม่ระแวดระวัง อาจก่อความทุกข์และความเดือดเนื้อร้อนใจให้แก่คนอื่นและชีวิตอื่นได้  นี้คือพื้นฐานของคุณธรรมหรือศีลธรรมที่ช่วยให้เราอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เกิดสายสัมพันธ์ที่เกื้อกูลระหว่างเรากับผู้อื่นและชีวิตอื่น 

นกกางเขนเป็นแบบเรียนที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี  เป็นเสมือนสะพานที่นำพาเด็กเล็ก ๆ ไปสู่โลกของนกตัวเล็ก ๆ  จนรู้สึกใกล้ชิดกับชีวิตเหล่านั้น ราวกับเป็นเพื่อน  แม้นกกางเขนในชีวิตจริงจะพูดไม่ได้ แต่ความรู้ที่เพิ่มพูนในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ก็ทำให้เราตระหนักว่านกทั้งหลายมีอารมณ์ความรู้สึกและฉลาดกว่าที่เราคิดมาก  บางชนิด (เช่นนกแก้ว)เข้าใจภาษาของมนุษย์ และสื่อสารกับเราด้วยภาษาของมนุษย์  บางชนิด (เช่น นกหัวขวาน) รู้จักเอาวัตถุมาใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหา บางชนิด (เช่น กา) รู้จักคาบเอาของมาให้เด็กเพื่อตอบแทนอาหารที่ได้รับ  นักสัตววิทยาพบว่าในบางแง่นกมีพฤติกรรมเหมือนเรายิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น สร้างบ้านที่ประณีตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เป็นนักคิดที่หลักแหลมสามารถแก้ไขปัญหายาก ๆ ได้ รวมทั้งรู้จักร้องเพลงกล่อมเช่นเดียวกับเรา

นอกจากส่งเสริมคุณธรรมที่พึงมีต่อชีวิตอื่นอันมีนกเป็นตัวแทนแล้ว  นกกางเขนยังสร้างเสริมคุณธรรมที่พึงมีต่อบุคคลอื่นอีกด้วย  อาทิ การเคารพผู้อื่น ความซื่อตรง ความสามัคคี ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และการให้อภัย เป็นต้น คุณธรรมเหล่านี้ไม่เพียงจำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันในครอบครัว เริ่มจากคนในครอบครัว อันเป็นสังคมหน่วยย่อยที่ใกล้ชิดตัวเด็กมากที่สุดเท่านั้น หากยังมีความสำคัญสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคมใหญ่ด้วย

แม้ปัจจุบันมีหนังสือเด็กมากมายที่น่าอ่านกว่า นกกางเขน  ภาพวาดมีสีสันสวยงามกว่า  ใช้ถ้อยคำสำนวนที่ใกล้เคียงกับภาษาพูดในชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ อีกทั้งอ่านง่ายกว่า  แต่คงมีน้อยเล่มที่จะกินใจหรือส่งผลต่อความรู้สึกของเด็กได้มากเท่ากับนกกางเขน  แน่นอนว่ามาถึงวันนี้หนังสือเล่มนี้ไม่สามารถสร้างความประทับใจแก่เด็กยุคนี้ได้เท่ากับเด็กเมื่อ ๕๐-๗๐ ปีก่อน  แต่การระลึกนึกถึงหนังสือเล่มนี้และคุณูปการที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยเป็นเวลาหลายทศวรรษ  ก็น่าจะเป็นประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ขาดหายไปจากแบบเรียนไทยในปัจจุบัน  อีกทั้งยังเน้นย้ำว่าหนังสือทำนองนี้ยังมีความจำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชนไทย

โลกของเด็กไทยวันนี้แตกต่างจากโลกของปราณีและประนอมอย่างมาก  เด็กกรุงอยู่ตึกกันมากขึ้น น้อยคนที่อยู่สวน ตั้งแต่เล็กจนโตแทบไม่เคยเห็นนกกางเขนหรือนกชนิดใด ๆ ใกล้บ้าน  เด็กที่มีความสุขกับการให้อาหารนกกลายมาเป็นเด็กที่หมกมุ่นอยู่กับวีดีโอเกมหรือโทรศัพท์มือถือ   จำเป็นต้องมีหนังสือหรือสื่อที่ชวนให้เด็กมาใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น  ผูกสัมพันธ์กับชีวิตอื่น ทั้งสัตว์และต้นไม้   นอกจากการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของสัตว์นานาชนิดแล้ว การรับรู้ถึงสายสัมพันธ์ที่เรามีกับต้นไม้และป่าเขา ก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน 

ทุกวันนี้เราเหินห่างจากธรรมชาติมากขึ้น  วัยเด็กไม่ใช่เป็นวัยที่จะได้ปีนต้นไม้ ว่ายน้ำคลอง หรือเล่นกลางดินอีก ต่อไป แม้แต่น้ำที่ใช้อาบน้ำล้างหน้าทุกวัน เด็กแทบมองไม่เห็นถึงความเชื่อมโยงกับแม่น้ำ ป่าเขา และก้อนเมฆ กลับคิดว่าน้ำมาจากก๊อก เช่นเดียวกับที่คิดว่าอาหารมาจากร้านเซเว่น   ความเหินห่างดังกล่าวนำไปสู่ความรู้สึกแปลกแยกกับธรรมชาติจนมองเห็นธรรมชาติเป็นปฏิปักษ์ ที่ต้องทำลาย อย่างดีก็เห็นเป็นเพียงสินค้าหรือสิ่งสนองปรนเปรอความต้องการของตนเท่านั้น  ผลก็คือการทำลายธรรมชาติขนานใหญ่จนกลายเป็นวิกฤตไปทั้งโลก

โลกมิอาจรอดพ้นจากวิกฤตแห่งระบบนิเวศได้หากผู้คนไม่มีจิตสำนึกรักธรรมชาติ มองไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความผาสุกของตนกับผืนดิน ป่าเขา ท้องฟ้า มวลเมฆ และหมู่สัตว์  จิตสำนึกดังกล่าวจำเป็นต้องปลูกฝังหรือส่งเสริมตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้นแบบเรียนที่เปิดใจเยาวชนให้มีความเมตตาต่อสัตว์ ดัง นกกางเขน หรือไปไกลยิ่งกว่านั้นคือสร้างความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาติ สำนึกในบุญคุณของโลกทั้งโลก  จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  นี้คือคุณธรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับมนุษยชาติในศตวรรษที่ ๒๑ นอกเหนือจากคุณธรรมที่พึงมีต่อมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม

นกกางเขนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่สมบูรณ์สำหรับยุคสมัยของเด็กอย่างปราณีและประนอมแล้ว  หวังว่าจะมีแบบเรียนเล่มใหม่ ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบทอดภารกิจดังกล่าวสำหรับยุคสมัยของหลานเหลนของเด็กทั้งสอง ซึ่งกุมอนาคตของประเทศและของโลกอยู่ในมือแล้ว

พระไพศาล วิสาโล

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved