กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > นิราศซิดนีย์
กลับหน้าแรก
 

นิราศซิดนีย์
ท่องไปในโลกการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ผู้เขียน นายแพทย์สกล สิงหะ
สำนักพิมพ์ ศยาม
ISBN 978-616-7122-28-1

แบ่งปันบน facebook Share   

คำนำ

ในอดีตผู้คนตายที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันนับวันผู้คนจะตายที่โรงพยาบาลกันมากขึ้น ยิ่งคนเมืองด้วยแล้ว สิ้นลมที่โรงพยาบาลแทบทั้งนั้น สาเหตุนั้นมีหลายประการ เช่น ความไม่พร้อมของญาติพี่น้องในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ความต้องการที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนที่ตนรัก แต่คงไม่มีสาเหตุใดสำคัญเท่ากับความปรารถนาที่จะยืดชีวิตของคนไข้ให้นานที่ สุด คนไข้แทบทั้งหมดเข้า(หรือถูกพาเข้า)โรงพยาบาลด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ ต่อไป แต่จำนวนไม่น้อยก็ไม่สามารถกลับออกมาได้ โดยที่ในวาระสุดท้ายต้องประสบกับความทุกข์ทรมาน ท่ามกลางความความเจ็บปวดโศกเศร้าของญาติพี่น้อง

ทุกวันนี้โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ทุกคนคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลรักษาให้มีชีวิตยืนยาว ต่อไป ไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็ตาม ความคาดหวังดังกล่าวมักเกิดขึ้นโดยปฏิเสธความจริงว่าเราทุกคนต้องตายในที่ สุด ความคาดหวังดังกล่าวมีส่วนอย่างมากในการทำให้โรงพยาบาลพยายามทำทุกอย่าง เพื่อยื้อชีวิตของคนไข้ แม้นั่นหมายถึงการสร้างความทุกข์ทรมานแสนสาหัสให้แก่เขา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโอกาสรอดชีวิตนั้นมีน้อย และบ่อยครั้งก็จบลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเขา

ความตายเป็นธรรมดาของทุกชีวิตก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องตายด้วยความทุกข์ทรมานเสมอไป การตายอย่างสงบ โดยมีคุณภาพชีวิตอย่างดีที่สุดก่อนหมดลมนั้น เป็นไปได้ การ “ตายดี” อย่างนี้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของแพทย์และพยาบาล โดยมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นเครื่องสนับสนุน นี้คือที่มาของการแพทย์แบบประคับประคอง (Palliative Medicine) ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นในสังคมสมัยใหม่ รวมทั้งสังคมไทย ซึ่งมีแบบแผนความเจ็บป่วยที่เปลี่ยนไป ทำให้มีผู้เจ็บป่วยยืดเยื้อเรื้อรังมากขึ้น อันยากแก่การเยียวยารักษาให้หายขาด ได้แต่ประคับประคองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดจนวาระสุดท้าย

การแพทย์แบบประคับประคองเป็นของใหม่ในสังคมไทย ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากผู้คนเริ่มมีความตื่นตัวเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเพื่อ ให้ได้รับความสงบจนสิ้นลม คุณหมอสกล สิงหะ เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมบุกเบิกการแพทย์แนวนี้ในเมืองไทย โดยริเริ่มที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่ท่านเป็นประธานหน่วยชีวันตาภิบาล

เป็นนิมิตดีที่ปีที่แล้วคุณหมอสกลมีโอกาสไปดูงานด้านการแพทย์แบบประคับประคองที่ ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลาสามเดือน อันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาต่อเนื่องด้านนี้ การดูงานครั้งนั้นเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปิดโลกให้แก่ผู้อ่านเสมือนกับว่าได้พาผู้อ่านไปท่องเที่ยวและดูงานร่วม กับผู้เขียน ราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง

นิราศซิดนีย์ ได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการแพทย์แบบประคับประคองในออสเตรเลีย อย่างน่าสนใจ ที่เห็นได้ชัดก็คือการวางระบบไว้อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ
ทั้งในด้านการดูแลผู้ป่วย การสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติ และการติดตามผู้ป่วย รวมทั้งการสร้างทีมดูแลที่ประกอบด้วยสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งไม่เพียงเอื้อให้เกิดการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวมเท่านั้น หากยังเป็นชุมชนที่ให้ความสนับสนุนด้านจิตใจแก่กันและกันด้วย นอกจากนั้นยังมีฝ่ายสนับสนุนอีกมาก เช่น อาสาสมัคร และผู้ดูแลญาติหลังการสูญเสีย เป็นต้น

เห็นได้ชัดว่าการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายนั้นเป็นเรื่องของศาสตร์ ที่ต้องอาศัยความรู้ ข้อมูล และการจัดการที่เป็นระบบมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการดูแลผู้ป่วยอย่างได้ผล อันมิอาจมองข้ามได้ ก็คือ “จิตใจ” ของหมอและพยาบาล อันได้แก่ความเมตตากรุณา นึกถึงประโยชน์ของผู้ป่วย และอ่อนไหวต่อความรู้สึกของเขา หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากความรู้และทักษะแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่แพทย์และทีมดูแลมีไม่น้อยก็คือ การมีใจให้แก่ผู้ป่วยอย่างมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง มิติด้านจิตใจของแพทย์และทีมดูแลมีความสำคัญมากต่อการดูแลผู้ป่วยแบบประคับ ประคอง จึงทำให้การแพทย์ดังกล่าว (ที่จริงรวมถึงการแพทย์สาขาอื่นที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน)เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ไปพร้อมกัน

แม้ไม่ใช่แพทย์ แต่อาตมภาพเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์ต่อแพทย์และพยาบาลทุกคน ที่มีความห่วงใยในผู้ป่วย ไม่ว่าอยู่ในหน่วยดูแลแบบประคับประคองหรือไม่ก็ตาม ขณะเดียวกันก็หวังว่า นิราศซิดนีย์ จะมีส่วนช่วยจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาการแพทย์แบบ ประคับประคองให้ตั้งมั่นในเมืองไทย โดยมีลักษณะเฉพาะที่เหมาะกับเมืองไทยเอง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved