กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > ห้องเรียนเปลี่ยนโลก
กลับหน้าแรก

ห้องเรียนเปลี่ยนโลก
โดย สรยุทธ รัตนพจนารถ
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

 

คำนิยม

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของห้องเรียนที่แหวกแนว ไม่เหมือนที่ใด อย่างน้อยก็ในเมืองไทย และอาจเป็นหนึ่งเดียวในโลก  ที่นั่นนักศึกษาไม่ได้นั่งหันหน้าเข้าหากระดาน และหันหลังให้แก่นักศึกษาคนอื่น แต่หันหน้าเข้าหากัน  โดยมีอาจารย์มานั่งร่วมวงในระดับเดียวกับนักศึกษา  แทนที่อาจารย์จะบรรยาย  นักศึกษากลับเป็นผู้นำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนกันในห้อง  ไม่มีรายงานวิชาการ มีแต่การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตนเองในแต่ละสัปดาห์  ยิ่งกว่านั้นยังไม่มีการสอบ คะแนนที่ได้นั้นมาจากการประเมินตนเองของนักศึกษา  อีกส่วนหนึ่งได้จากมติเอกฉันท์ของเพื่อนทุกคนในห้อง  และอีกหนึ่งในสามได้จากอาจารย์

วิชาที่เปิด “สอน” ในห้องเรียนนี้คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม    แต่สิ่งที่นักศึกษาได้เรียนรู้มิใช่แค่ ความเชื่อมโยงอย่างเป็นองค์รวมภายในระบบนิเวศเท่านั้น หากยังได้รู้จักตนเองมากขึ้น  มิใช่แค่รู้กว้าง แต่ยังรู้ลึก ซึ่งเป็นหัวใจของวิชานี้ เพราะการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเกิดผลดีอย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อมนุษย์รู้จักจัดการตนเอง สามารถครองตนมิให้ถูกครอบงำด้วยความเห็นแก่ตัวและอวิชชา  แต่จะจัดการตนเองได้อย่างไร หากไม่รู้จักตนเอง  อันที่จริงไม่ว่าเรียนวิชาใด พื้นฐานที่นักศึกษาทุกคนควรมีก็คือ การรู้จักตนเอง  เพราะจะเลือกเรียนวิชาใด ก็ควรรู้ก่อนว่าเรามีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิต และวิชานั้นจะตอบสนองจุดมุ่งหมายดังกล่าวได้หรือไม่ หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าวิชานั้นมีประโยชน์แก่ตนอย่างไร  จะช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อย่างไร

ห้องเรียนนี้ใช้การฟัง การเขียน และการใคร่ครวญ เป็นเครื่องมือของนักศึกษาในการรู้จักตนเอง  ซึ่งในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้รู้จักคิด ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ของนักศึกษา รวมไปถึงผู้คนทั้งหลาย  ทำให้การเรียนรู้ไม่จำกัดในตำราหรือในห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น  แต่ขยายไปสู่โลกกว้าง และทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  หลายคนที่ผ่านห้องเรียนนี้พบว่าชีวิตของตนเปลี่ยนแปลงไป  และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างก็ดีขึ้นด้วย

ห้องเรียนนี้ทำให้ “การเรียน” กับ “การเรียนรู้” กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน  ในขณะที่ห้องเรียนส่วนใหญ่ในเมืองไทย ทำให้การเรียนกลายเป็นการท่องจำ  ผู้คนเรียนเพียงเพื่อสอบหรือเอาคะแนนเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเรียนรู้อะไร เพราะความใฝ่รู้ได้เลือนหายไปแล้ว  อีกทั้งไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยให้เรียนรู้เป็น  ดังนั้นนอกจากการเรียนจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายแล้ว  เมื่อเรียนจบ จึงได้แต่คะแนน แต่แทบไม่มีความรู้ใด ๆ ติดมาด้วยเลย

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของห้องเรียนนี้คือ  การชี้ให้เห็นว่า  หัวใจของการศึกษานั้นมิได้อยู่ที่การสอน  แต่อยู่ที่การเรียนรู้   หากเน้นที่การสอน  ศูนย์กลางของห้องเรียนย่อมได้แก่ครูหรืออาจารย์   แต่เมื่อเน้นไปที่การเรียนรู้ ศูนย์กลางของห้องเรียนย่อมได้แก่ผู้เรียน  บทบาทของอาจารย์แทนที่จะบรรยายหรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน ก็เปลี่ยนมาเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน  กล่าวให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน  “พวกเราเป็นเจ้าของการเรียนรู้” คือคำพูดที่นักศึกษาในห้องเรียนนี้ได้ยินบ่อยครั้งจากอาจารย์  ซึ่งหมายความว่า การเรียนรู้ทั้งมวลอยู่ที่ตัวนักศึกษาเอง  อีกทั้งเป็นสิ่งที่นักศึกษาควรกำหนดและคิดค้นด้วยตนเอง ซึ่งก็ต้องมีพื้นฐานคือการรู้จักตนเองว่าชอบอะไร ถนัดตรงไหน และมีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิต

อาจารย์สรยุทธ รัตนพจนารถ ทำให้ห้องเรียนนี้พิเศษและมีเสน่ห์ได้ ก็เพราะเป็นครูที่ใฝ่รู้ และเคารพความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา กล่าวคือเชื่อมั่นในศักยภาพของนักศึกษาว่าสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถพัฒนาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้  เป็นเพราะความใฝ่รู้ จึงทำให้อาจารย์เปิดใจกว้าง และมีความสุขที่ได้เรียนไปพร้อมกับนักศึกษา  คุณสมบัติดังกล่าวมีส่วนไม่น้อยในการทำให้นักศึกษาเกิดความใฝ่รู้และเปิดใจกว้าง  ใช่หรือไม่ว่า สิ่งสำคัญที่ครูหรืออาจารย์พึงทำแก่ศิษย์ ไม่ใช่แค่สอน หรือสาธิตให้ดู แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ หรือจุด “ไฟ” แห่งการเรียนรู้และความปรารถนาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

ห้องเรียนนั้นสามารถเปลี่ยนโลกได้เสมอ  อย่างน้อย ๆ ก็เปลี่ยนโลกในจิตสำนึกของผู้เรียน  ห้องเรียนส่วนใหญ่ทำให้โลกในการรับรู้ของผู้คนเป็นเพียงผลรวมของปรากฏการณ์ที่ไม่เชื่อมโยงกัน อีกทั้งยังเป็นโลกที่มีตนเองเป็นศูนย์กลาง  แต่ห้องเรียนของอาจารย์สรยุทธไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของนักศึกษาเท่านั้น หากยังทำให้โลกในจิตสำนึกของเขาเปลี่ยนไปด้วย เป็นโลกที่ตนเองมีส่วนรับผิดชอบ และปรารถนาจะทำให้ดีขึ้น  จิตสำนึกเช่นนี้ในท้ายที่สุดย่อมทำให้โลกนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว  อดคิดไม่ได้ว่าหากสมัยเป็นนักศึกษาข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าห้องเรียนแบบนี้ ชีวิตในมหาวิทยาลัยของข้าพเจ้าคงจะมีสีสัน รุ่มรวยทางความคิด และอิ่มเอมกับการเรียนรู้มากขึ้น   ซึ่งอาจส่งผลให้ข้าพเจ้าไม่ทิ้งห้องเรียนแทบจะตลอดชีวิตนักศึกษาอย่างที่ได้ทำไปแล้วก็ได้

ขอชื่นชมผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้ ซึ่งถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ จากห้องเรียนนี้ให้เห็นอย่างชัดเจน อีกทั้งมีเรื่องเล่ามากมายที่ชวนอ่าน   เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแก่นแท้ของสิ่งที่เรียกว่า “การศึกษา”มากขึ้น     หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเสนอทางเลือกทางด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น  หากยังวิพากษ์วิจารณ์หรือท้าทายระบบการศึกษาที่มีอยู่ในเมืองไทยไปด้วยในตัว  หวังว่าจะมีส่วนช่วยจุด “ไฟ” ให้แก่ผู้อ่านในการคิดค้นและสร้างสรรค์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ไม่ว่ากับคนในครอบครัวหรือลูกศิษย์

พระไพศาล วิสาโล
๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๐     

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved