กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > Happiness Unfold เผยความสุขที่ซุกซ่อน
กลับหน้าแรก

Happiness Unfold เผยความสุขที่ซุกซ่อน
หลากวิธีปลดล็อกความสุขภายในใจ พร้อมแบบสอบถามและเกมสำรวจตนเอง

จัดพิมพ์โดย โครงการชุดสื่อสารสุขภาวะทางปัญญา สสส.
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

 

คำนิยม
เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข  ทุกสิ่งที่เราทำล้วนมีความสุขเป็นจุดหมาย  แต่ความสุขที่ผู้คนรู้จักนั้นมักอยู่นอกตัว  ดังนั้นความสุขที่คนส่วนใหญ่แสวงหาจึงเป็นความสุขที่ต้องอาศัยการมี การครอบครอง หรือการเสพ ไม่ว่าทางตา หู จมูก ลิ้น กาย  กล่าวคือจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเห็นสิ่งตื่นตาตื่นใจ ได้กินของอร่อย ฟังเพลงเพราะ หรือได้ท่องเที่ยวไปยังที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ 

สิ่งเหล่านี้แม้ให้ความสุขได้ง่าย ทันใจ (หากมีเงิน) แต่ข้อเสียก็คือ เบื่อง่าย  ดังนั้นไม่ว่าได้เท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที ต้องมีของใหม่ หรือมากกว่าเดิมมาปรนเปรออยู่เสมอ  จึงต้องดิ้นรนแสวงหาไม่จบไม่สิ้น  ขณะเดียวกันก็ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการรักษา  แต่รักษาเท่าไร ก็หนีความเสื่อมโทรมและสูญเสียไม่พ้น เพราะนั่นเป็นธรรมดาของโลก  จึงเป็นความสุขที่เจือไปด้วยความทุกข์  กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นสุขชั่วคราว แต่ทุกข์ยาวนาน

น้อยคนตระหนักว่า มีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่ประเสริฐกว่า  ขณะที่ความสุขประเภทแรกต้องอาศัยการเสพ  ความสุขประเภทหลังเกิดจากการกระทำ  เช่น การทำความดี  เอื้อเฟื้อผู้อื่น หรือเกื้อกูลส่วนรวม  รวมทั้งการทำสิ่งยากให้สำเร็จด้วยความเพียรของตน  ความสุขประเภทนี้เป็นความสุขทางใจ  ทำให้จิตใจเกิดปีติ แช่มชื่นเบิกบานหรือเกิดความภาคภูมิใจ ระลึกนึกถึงเมื่อใด ก็มีความสุขเมื่อนั้น แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายปีก็ตาม

ความปีติ แช่มชื่นเบิกบาน หรือความภาคภูมิใจ แม้ไม่หวือหวาเท่ากับความสนุกตื่นเต้นจากการเสพ  แต่ประณีต ลุ่มลึกและช่วยเติมเต็มจิตใจ  ทำให้สัมผัสได้ถึงคุณค่าและความหมายของชีวิต  อีกทั้งยังเป็นสะพานไปสู่ความสงบเย็นในจิตใจ  อันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนโหยหาในส่วนลึกของจิตใจ

“สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี” ข้อความดังกล่าวพระพุทธเจ้าตรัสไว้มานานร่วม ๒๖๐๐ ปี แต่ยังเป็นความจริงแม้จนทุกวันนี้   ตราบใดที่เรายังไม่พบกับความสงบในจิตใจ ภายในก็จะรู้สึกพร่องอยู่เสมอ  ใช่หรือไม่ว่าการที่ผู้คนทุกวันนี้รู้สึกพร่องในส่วนลึกของจิตใจ จนรู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่า ก็เพราะขาดความสงบในจิตใจ  แม้กระนั้นคนเป็นอันมากกลับเข้าใจว่าความรู้สึกพร่องนั้นเป็นเพราะยังมีไม่พอ จึงต้องดิ้นรนแสวงหาเงินทองทรัพย์สินให้มากเท่าที่จะมากได้ แต่ได้มาเท่าไร ก็ยังรู้สึกพร่องอยู่นั้นเอง  จึงต้องดิ้นรนแสวงหาต่อไป  แท้จริงแล้วความรู้สึกพร่องของคนเหล่านั้นมิได้เกิดจาก “มีไม่พอ” แต่เป็นเพราะ “สงบไม่พอ” ต่างหาก  และที่สงบไม่พอก็เป็นเพราะมัวแต่วิ่งหาสิ่งต่าง ๆไม่รู้จักหยุดนั่นเอง

ความสุขที่แท้นั้นไม่ต้องหาที่ไหน สามารถพบได้ที่ใจเรา ขอเพียงแต่รู้จักทำใจให้สงบ ก็จะพบสุขแท้ได้ทันที

ขออนุโมทนาโครงการชุดสื่อสารสุขภาวะทางปัญญา สสส. ที่จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นแนวทางในเข้าถึงความสุขซึ่งมีอยู่แล้วในใจเรา  หวังว่าผู้อ่านจะค้นพบความสุขที่ซุกซ่อนนี้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนหรืออยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม 

พระไพศาล วิสาโล
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved