กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > เราคือโลก โลกคือเรา
กลับหน้าแรก
 

เราคือโลก โลกคือเรา

ติช นัท ฮันห์
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิหมู่บ้านพลัม
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

 

แบ่งปันบน facebook Share   

คำนิยม

วิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้  กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วเป็นวิกฤตการณ์ทางจิตวิญญาณ    เป็นเพราะใจเรารู้สึกพร่องและว่างเปล่า เราจึงพยายามตักตวงจากธรรมชาติด้วยความมุ่งหวังที่จะทำให้ชีวิตเติมเต็ม เป็นเพราะเราเห็นธรรมชาติเป็นเพียงวัตถุที่จะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อแปรเป็นสินค้าเพื่อปรนเปรอความต้องการอันไม่รู้จักพอของเรา  เราจึงผลาญพร่าธรรมชาติทั้งโลกอย่างมโหฬาร    เป็นเพราะเราแยกตัวเองออกจากธรรมชาติ  เราจึงคิดแต่จะเอาชนะและควบคุมธรรมชาติให้อยู่ในอำนาจ โดยหารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นส่งผลย้อนกลับมาทำลายตัวเราเอง

วิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมจึงมิอาจแก้ได้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน หรือการออกกฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  หรือการคิดค้นมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้เทคโนโลยีสีเขียว  ทั้งหมดนี้ทำได้อย่างมากแค่ชะลอความหายนะให้เกิดช้าลง   สิ่งเดียวที่จะแก้ปัญหานี้อย่างถึงรากเหง้าก็คือการเปลี่ยนทัศนคติของมนุษย์ต่อธรรมชาติในระดับพื้นฐาน  นั้นคือการหันมาตระหนักว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ   เราแต่ละคนดำรงชีวิตอยู่ได้ก็เพราะความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลของธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเคารพและกตัญญูต่อธรรมชาติ เสมือนเป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือเป็นแม่ของเรา

สายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินั้นลึกซึ้งกว่าที่เราคิดมาก   น้อยคนที่สามารถอธิบายให้เห็นถึงสัจธรรมดังกล่าวได้อย่างลุ่มลึกและงดงามเท่าท่านติช นัท ฮันห์ ผู้เป็นทั้งกวีและวิปัสสนาจารย์ ดังท่านเปรียบมนุษย์กับธรรมชาติว่าแนบแน่นเสมือนคลื่นกับน้ำ   คลื่นแต่ละลูกมีความแตกต่างกันแต่ก็ประกอบไปด้วยน้ำเหมือนกัน  และเมื่อคลื่นสลายก็มิได้หายไปไหนหากกลับไปเป็นน้ำดังเดิม ก่อนที่จะก่อตัวเป็นคลื่นใหม่  ท่านยังชี้ให้เห็นว่ามนุษย์นั้นมิได้มีตัวตนที่แยกขาดหรือต่างหากจากธรรมชาติทั้งหลาย  เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมประกอบด้วยสิ่งที่มิใช่มนุษย์ อาทิ ธาตุหรือสสารต่าง ๆ ที่ล้วนมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น  แสงแดด ก้อนเมฆ แม่น้ำ ดวงอาทิตย์ ฯลฯ ต่างมีส่วนประกอบขึ้นเป็นตัวเรา

ท่านติช นัท ฮันห์แนะให้เรามองสิ่งต่าง ๆ อย่างลุ่มลึก จนกระทั่งเราสามารถเห็นโลกและจักรวาลในดอกไม้เพียงดอกเดียว หรือสามารถเห็นเมฆในชาที่เราดื่ม  เพราะสัจธรรมมิใช่อะไรอื่นหากคือสายสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในจักรวาลที่ไม่อาจแยกจากกันได้   โลกคือเรา เราคือโลก เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งของท่านที่นำเสนอทัศนะการมองโลกอย่างใหม่ชนิดที่ไปพ้นจากทวินิยม หรือการแยกสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นขั้วเป็นคู่   เพราะความจริงนั้นอยู่เหนือการแบ่งขั้ว  ดังท่านชี้ว่าดอกไม้กับขยะไม่ได้แยกจากกัน ต่างเป็นดั่งกันและกัน   กล่าวคือดอกไม้ย่อมกลายเป็นขยะ แต่ขยะก็ก่อเกิดดอกไม้ด้วยเช่นกัน  นี้คือการมองโลกแบบอิทัปปัจจยตา  การมีปัญญามองเห็นความจริงดังกล่าวย่อมทำให้เราเห็นแม้กระทั่งว่าเกิดและตายไม่ได้แยกจากกัน  ถึงที่สุดแล้วก็ไม่มีทั้งเกิดและตายด้วย เช่นเดียวกับคลื่นที่ไม่ได้ดับไป เป็นแต่คืนกลับไปเป็นน้ำ

การมองธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง  จึงไม่เพียงช่วยให้เราเห็นคุณูปการของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังส่งผลสะท้อนกลับมาให้เราเห็นตัวเองอย่างลุ่มลึกด้วย  ธรรมชาติจึงมิได้มีคุณค่าในทางหล่อเลี้ยงร่างกายของเราเท่านั้น หากยังบ่มเพาะจิตวิญญาณของเราให้เจริญงอกงาม ด้วยการจุดประกายแห่งปัญญาให้เกิดขึ้นแก่เรา  ทำให้เรายิ่งซาบซึ้งในคุณค่าของธรรมชาติมากขึ้น อย่างไรก็ตามพึงระลึกว่าการมองเห็น
ธรรมชาติอย่างลึกซึ้งนั้น มิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยการคิด แต่ต้องเกิดจากการประจักษ์แจ้งด้วยวิถีแห่งการภาวนาและการมีสติตื่นรู้ในการดำเนินชีวิต

หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงมอบดวงตาแห่งปัญญาเพื่อมองโลกและตัวเราในมุมใหม่ (ซึ่งที่จริงเป็นภูมิปัญญาแต่โบราณ)  หากยังนำเสนอแบบแผนการดำเนินชีวิตที่อ่อนโยนต่อธรรมชาติ  โดยมีชุมชนของท่านนัทฮันห์ เป็นแบบอย่าง  อีกทั้งยังมอบบทภาวนาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีสติและเคารพธรรมชาติ   การแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมนั้น จะต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ทั้งโดยการเปลี่ยนจิตสำนึกและวิถีชีวิต แต่เท่านั้นยังไม่พอ เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของมนุษย์ทั้งโลก เพราะถึงที่สุดแล้ววิกฤตสิ่งแวดล้อมคือวิกฤตทางจิตวิญญาณ

คุณปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส ผู้แปลหนังสือเล่มนี้ เป็นสถาปนิกที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการออกแบบ  อีกทั้งยังมีบทบาทในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม  นับเป็นการจัดสรรสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อชีวิตจิตใจของผู้คน  หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานอีกด้านหนึ่งของเธอที่เชิญชวนให้เราเปิดใจและก้าวข้ามกำแพงแห่งอัตตาอันเป็นมายา  เพื่อกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแนบแน่น  ซึ่งแท้จริงก็คือการคืนสู่ธรรมชาติที่แท้ของเรานั่นเอง   จึงสมควรแก่การอนุโมทนาอย่างยิ่ง

พระไพศาล วิสาโล
๑๑ กันยายน ๒๕๕๒

 

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved