กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > หัวใจตื่นรู้
กลับหน้าแรก
 

หัวใจตื่นรู้
โดย ธรากร กมลเปรมปิยะกุล และ ณัฐนภ ตระกลธนภาส
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล


คำนิยม

โลกกับเรานั้นแยกจากกันไม่ออก  ไม่เพียงร่างกายของเราก่อรูปและอยู่ได้เพราะโลกอุ้มชูหล่อเลี้ยงเท่านั้น  ใจเรายังถูกหล่อหลอมด้วยอิทธิพลของโลกรอบตัว  อารมณ์เราจะดีหรือร้าย มุมมองของเราจะกว้างหรือแคบ ประณีตหรือหยาบ   สิ่งแวดล้อมภายนอกมีส่วนกำหนดมิใช่น้อย   ขณะเดียวกันโลกรอบตัวจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับใจของเราด้วย  ในยามทุกข์ โลกรอบตัวดูหม่นหมอง  ตรงข้ามกับยามสุข โลกก็จะพลันสว่างไสว

ใช่หรือไม่ว่า เมื่อใจพลิก ชีวิตก็เปลี่ยน โลกย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป   ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ใจจะพลิกไปทางใด ดีหรือร้าย ขึ้นหรือลง  สว่างหรือมืด  อย่างไรก็ตามแม้สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อใจ ก็ใช่ว่าใจจะตกเป็นทาสของสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง  เราแต่ละคนมีอิสระในการเปลี่ยนจิตพลิกใจไปในทางที่ดี แม้ว่าใจนี้มิใช่ของเรา ชนิดที่จะบงการควบคุมไปในทางใดก็ได้ แต่เราก็สามารถฝึกฝนปรับปรุงหรือพัฒนาได้หากเข้าใจธรรมชาติของใจ หรือสร้างเหตุปัจจัยให้สอดคล้องกับธรรมชาติดังกล่าว

ภูมิปัญญาหรือองค์ความรู้ในการพัฒนาจิตใจนั้นมีมากมาย  หนึ่งในนั้นคือพุทธธรรม ซึ่งให้ความสำคัญแก่การสร้างความตื่นรู้  จนเกิดปัญญาแจ่มแจ้งในสัจธรรม นำไปสู่อิสรภาพทางจิต ชนิดที่อะไรมากระทบก็ไม่ทำให้เป็นทุกข์ได้  แม้กายยังต้องทุกข์เพราะความแก่ชราและความเจ็บไข้ได้ป่วยก็ตาม  แต่ความตื่นรู้ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยคุณภาพจิตอย่างอื่น ๆ เป็นตัวรองรับสนับสนุน เช่น เมตตากรุณา  สมาธิ สติ ศรัทธา เป็นต้น คุณภาพจิตเหล่านี้มิอาจนึกฝันให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องสร้างด้วยการฝึกฝนตนเองทั้งในระดับพฤติกรรม (ทาน และศีล) และการฝึกด้านใน (ภาวนา)

หนังสือเล่มนี้รวบรวมภูมิปัญญาต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ เพื่อสังเคราะห์เป็นแผนที่สู่ความตื่นรู้ โดยนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและปฏิบัติได้  ไม่ติดอยู่กับพิธีรีตอง และก้าวข้ามความแตกต่างทางด้านรูปแบบ ภาษา หรือสัญลักษณ์  ซึ่งมักกลายเป็นตัวขวางกั้นความตื่นรู้   อีกทั้งยังกลายเป็นเครื่องแบ่งแยกให้เกิดฝักฝ่าย แทนที่จะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของความตื่นรู้

หนังสือเล่มนี้ยังชวนให้เรากลับมาทบทวนชีวิตของตนเอง เป็นเสมือนกระจกเงาที่ช่วยให้เรารู้จักตัวเอง อีกทั้งยังเชิญชวนให้กล้าเดินออกจากกรอบที่เป็นประหนึ่งคุกที่ขังตัวเราเอาไว้  เรื่องเล่าและข้อคิดที่ตกผลึกจากประสบการณ์อันเข้มข้นของผู้แสวงหามากมายหลายคน  ล้วนเป็นกำลังใจให้แก่ผู้อ่านที่ปรารถนาจะเดินหรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของความตื่นรู้ ซึ่งไม่ราบรื่นเสมอไป และต้องอาศัยความเพียรมาก เพราะเป็นการทวนกระแสกิเลสอันเชี่ยวกรากทั้งภายในและภายนอก

ยุคนี้แม้เป็นยุคที่เราสามารถเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ ได้มากมาย รวมทั้งคำสอนเพื่อความตื่นรู้และหลุดพ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็เต็มไปด้วยสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้เราถลำหรือติดกับดักแห่งความหลง  ดึงเวลาและพลังงานของเราไปจนแทบไม่เหลือให้กับสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต  อีกทั้งยังผลักรุนให้เราใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและร้อนรนจนไม่มีเวลาหยุดคิดแม้กระทั่งว่าอะไรคือสิ่งที่ชีวิตของเราต้องการอย่างแท้จริง   หนังสือเล่มนี้อาจให้คำตอบดังกล่าวแก่เราได้  อย่างไรก็ตามคำตอบที่แท้จริงนั้นต้องมาจากใจของเราเอง   แต่จะพบมันได้ก็ต้องเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างช้า ๆ  หันมาใช้ชีวิตให้ช้าลง มีเวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น แล้วกลับมาดูใจของตนเองอยู่เนือง ๆ  บางช่วงอาจต้องหลีกเร้นเพื่อทำกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนสัมผัสกับความตื่นรู้   ความตื่นรู้นี้แหละเมื่อถึงจุดหนึ่งจะช่วยให้ใจเราสงบ สดชื่น และเบิกบานได้แม้อยู่ในโลกที่วุ่นวาย อึกทึก และรีบเร่ง 

ขออนุโมทนาผู้เขียนและทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเล่มนี้  เชื่อแน่ว่า หัวใจตื่นรู้ จะช่วยจุดประกายแห่งความตื่นรู้ขึ้นในใจของผู้อ่านไม่มากก็น้อย

พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved