กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > อาสาเพื่อนรับฟัง
กลับหน้าแรก
 

อาสาเพื่อนรับฟัง

จัดพิมพ์โดย สปสช.
คำปรารภโดย พระไพศาล วิสาโล
ดาวน์โหลดหนังสือ

คำปรารภ

ความขัดแย้งเป็นธรรมดาของชีวิต  ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็หนีความขัดแย้งไม่พ้น  แม้กระทั่งเวลาอยู่คนเดียวเราก็อดขัดแย้งกับตัวเองไม่ได้  ดังนั้นชีวิตที่พึงปรารถนาจึงมิใช่ชีวิตที่ไร้ซึ่งความขัดแย้ง   ด้วยเหตุนี้แทนที่จะเรียกร้องหรือคาดหวังให้ความขัดแย้งหมดไป  สิ่งที่ควรทำมากกว่าคือ การจัดการกับความขัดแย้งนั้นเพื่อมิให้เกิดผลเสียร้ายแรง  ขณะเดียวกันก็รู้จักใช้มันให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น รวมทั้งเรียนรู้ที่จะอยู่กับความขัดแย้งโดยไม่ทุกข์   นี้ก็เช่นเดียวกับความทุกข์  ในเมื่อทุกอย่างนั้นเป็นทุกข์ทั้งนั้น (สัพเพ สังขารา ทุกขา)  สิ่งที่เราควรทำคือ อยู่กับทุกข์อย่างไรใจจึงไม่ทุกข์  ขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกข์อยู่ในระดับที่พอทนได้ เช่น เมื่อกายเจ็บป่วยก็ต้องรักษา ส่วนใจก็ดูแลอย่าให้ป่วยไปด้วย

การจัดการกับความขัดแย้งนั้น  มีความหมายรวมไปถึงการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์ (เช่นเดียวกับการเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นธรรมะ)  จะทำเช่นนั้นได้ จำต้องมีความเข้าใจความขัดแย้งอย่างรอบด้านว่ามีสาเหตุจากอะไร ( ในทำนองเดียวกันทุกข์ก็เป็นสิ่งที่ต้องรู้และเข้าใจ) โดยที่สาเหตุนั้นมีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน  บ่อยครั้งปัจจัยภายในเป็นตัวการที่สร้างและกระพือความขัดแย้งให้ลุกลาม  แต่ก็มักถูกละเลยไป เพราะเป็นธรรมดาที่มนุษย์ชอบโทษสิ่งภายนอกมากกว่าที่จะหันกลับมามองตน  (หลวงพ่อชา กล่าวว่า “คนตั้งร้อยพันคนโทษว่ารูมันลึกเพราะล้วงไปไม่ถึง  ที่จะว่าแขนของตนสั้นนั้นไม่ค่อยมี”)  ขณะเดียวกันปัจจัยภายนอกบ่อยครั้งก็มิใช่ใครคนใดคนหนึ่งที่เป็นคู่กรณีเท่านั้น หากยังรวมถึงสิ่งที่กว้างกว่านั้น เช่น สิ่งแวดล้อม  ระบบ หรือโครงสร้าง ที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมของผู้คน   การจัดการกับความขัดแย้งจะไม่เกิดผลหากมองข้ามปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หรือมองไม่ครบถ้วน

ในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างคนหรือระหว่างกลุ่มชนนั้น  นอกจากคู่กรณีแล้ว  บุคคลที่สามก็มีบทบาทมิใช่น้อยในการทำให้เกิดความเข้าใจอย่างรอบด้านและลุ่มลึก  บุคคลที่สามนั้นมีหลายประเภท เช่น ผู้ไกล่เกลี่ย  คนกลาง หรืออนุญาโตตุลาการ  แต่สำหรับความขัดแย้งที่ไม่ซับซ้อน มีคู่กรณีไม่มาก  “จิตอาสา” หรือ “เพื่อนรับฟัง”นั้น สามารถช่วยให้คู่กรณีเกิดความเข้าใจต่อกันและหันมาคืนดีกันได้ไม่ยาก  รวมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาหรือจัดการกับสาเหตุที่มีส่วนเสริมสร้างความขัดแย้งขึ้นมา

ทุกวันนี้สังคมไทยเต็มไปด้วยความขัดแย้งทุกหย่อมหญ้า และมักจะลุกลามบานปลาย  เกิดผลเสียมากมาย  กลไกการจัดการความขัดแย้งที่เคยมีก็ไม่ทำงาน หรือไม่สามารถปรับตัวทันกับความเปลี่ยนแปลงได้  โรงพยาบาลเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เป็นภาพสะท้อนของปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน   อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีบุคคลหลายฝ่ายเห็นความสำคัญของการสร้างกลไกจัดการความขัดแย้งขึ้นมาในโรงพยาบาลและระบบบริการสุขภาพ   มีการจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่บุคลากรเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวในที่ทำงานของตน  หนึ่งในนั้นคือ โครงการอบรม “อาสาเพื่อนรับฟัง” ซึ่งคุณหมอรุจิรา มังคละศิริ และคณะได้ริเริ่มขึ้น และดำเนินการต่อเนื่องในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา โดยเน้นบุคคลากรสาธารณสุขใน ๔ จังหวัด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

ผลพลอยได้อย่างหนึ่ง (ซึ่งสำคัญน้อยกว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ร่วมการอบรมเกือบ ๕๐๐ คน) ก็คือหนังสือเล่มนี้   เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนน้อยนิดของสาระที่เกิดขึ้นในระหว่างการอบรม  มิใช่สาระจากวิทยากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสาระจากผู้ร่วมอบรม ซึ่งได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย  สาระเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้มีการสรุปในตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้  แม้จะยังน้อยอยู่แต่ก็คงช่วยให้เห็นภาพของการอบรมดังกล่าวได้บ้าง 

ขออนุโมทนาคุณหมอรุจิราและคณะที่ได้ผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นและดำเนินการจนสำเร็จ  เชื่อแน่ว่าอานิสงส์อย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ การช่วยลดความขัดแย้งในสถานพยาบาลให้น้อยลง  อันเป็นวัตถุประสงค์แรกเริ่มของโครงการนี้  และอีกสิ่งหนึ่งที่จะเกิดควบคู่กันก็คือ การแปรเปลี่ยนความขัดแย้งในชีวิตประจำวันของผู้ร่วมอบรมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ขึ้น

พระไพศาล วิสาโล
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๘

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved