กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > ไกลแค่ไหน ไปให้ถึง ๒๐ ปี ธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว
กลับหน้าแรก
 

ไกลแค่ไหน ไปให้ถึง
๒๐ ปี ธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว

จัดพิมพ์โดย
คำนำโดย พระไพศาล วิสาโล

 

คำนำ

“ธรรมยาตราเพื่อฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติลุ่มน้ำลำปะทาว เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๓ ในตอนนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีธรรมยาตราต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ ๑๐ และมีหลายหน่วยงานเข้าร่วมหรือสนับสนุนอย่างมากมายดังที่เห็นในปัจจุบัน”

ข้อความข้างบนคือย่อหน้าแรกของคำนำหนังสือที่จัดทำขึ้นเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ ข้อความดังกล่าวก็ยังใช้ได้เป็นอย่างดี

ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีธรรมยาตราลำปะทาวต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ ๒๐ ทั้งนี้เพราะการจัดแต่ละครั้งกว่าจะสำเร็จได้นอกจากต้องใช้ความเพียรพยายามและความอดทนของผู้ร่วมเดินทุกคน รวมทั้งความเอื้อเฟื้อของผู้สนับสนุนซึ่งมีนับไม่ถ้วนแล้ว ในการเตรียมงานก็ต้องอาศัยการทุ่มเทและความเสียสละของผู้คนมากมาย การที่งานใหญ่เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ทุกปีตลอด ๒ ทศวรรษ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ธรรมยาตราลำปะทาวเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องปีแล้วปีเล่าก็เพราะนอกจากมิตรสหายเก่าๆ หวนกลับมาเดินซ้ำแล้ว ยังมีมิตรใหม่ซึ่งหลายคนอายุคราวลูกคราวหลานมาร่วมเดินด้วย คนเหล่านี้เป็นเสมือนเลือดใหม่ที่มาสร้างชีวิตชีวาให้แก่ธรรมยาตราทุกครั้ง ไม่ใช่แค่มาต่อชีวิตให้เท่านั้น จะทำเช่นนั้นได้ก็เพราะมีความตระหนักชัดถึงจุดมุ่งหมายของการจัด ด้วยเหตุนี้ทุกปีจึงต้องมีการตอกย้ำถึงเหตุผลของการจัดธรรมยาตราบนเทือกเขาภูแลนคา ซึ่งสรุปได้ด้วยข้อความข้างล่าง

“ธรรมยาตราลำปะทาวเกิดขึ้นจากความสำนึกว่า ปัญหาความเสื่อมโทรมของธรรมชาติไม่อาจแก้ไขได้โดยรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ชาวบ้านจะต้องมีส่วนร่วมด้วยอย่างแข็งขัน การมีส่วนร่วมของชาวบ้านเท่านั้นที่จะทำให้ธรรมชาติคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชาวบ้านตระหนักว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาของเขาด้วย ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลเท่านั้น

ธรรมยาตรามิใช่เป็นการเดินเพื่อธรรมชาติเท่านั้น หากยังเป็นการเดินเพื่อธรรมะ ด้วยธรรมะ และในธรรมะ กล่าวคือเดินเพื่อเสริมสร้างและฟื้นฟูธรรมะภายใน ด้วยการเดินอย่างมีสติและดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ด้วยความเชื่อว่าการมีชีวิตอยู่ในธรรมะย่อมก่อให้เกิดสันติสุขทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วธรรมชาติภายนอกกับธรรมชาติภายในไม่อาจแยกออกจากกันได้ การฟื้นฟูธรรมชาติภายนอกจึงควรทำควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติภายใน ด้วยเหตุนี้ธรรมยาตราจึงเป็นการปฏิบัติธรรมไปพร้อมกับการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม” (จากคำนำในหนังสือเล่มเดียวกัน)

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นในวาระที่ธรรมยาตราลำปะทาวจัดขึ้นครบ ๒๐ ครั้ง เป็นโอกาสอันควรที่จะได้ทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านมาและสรุปบทเรียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต ทั้งสำหรับองค์กรร่วมจัด และสำหรับผู้สนใจในวงกว้าง  ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อคิดและความประทับใจที่หลายคนได้รับจากการเดินธรรมยาตรา ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆ

ขอขอบคุณผู้เขียนบทความทุกท่านรวมทั้งผู้จัดทำทุกคน หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยเตือนใจให้ผู้อ่านทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เคยเดินธรรมยาตราได้ตระหนักถึงภารกิจที่สำคัญนั่นคือการดำเนินชีวิตอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติ รวมทั้งการฟื้นฟูธรรมชาติภายในให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติภายนอก หรืออย่างน้อยๆ ก็เตือนใจให้ตระหนักว่า ความสุขสามารถเกิดขึ้นได้จากการทำสิ่งยากให้สำเร็จ แม้ประสบความยากลำบากเพียงใดก็ตาม

สำหรับหลายคน ธรรมยาตราลำปะทาวเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต เพราะแม้เจอความยากลำบากอย่างไม่เคยพบมาก่อน แต่ก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยความอดทนและพากเพียร จะว่าไปแล้วปีแล้วปีเล่าตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา ชาวธรรมยาตราได้แสดงให้เห็นถึงความบากบั่นไม่ท้อถอย จุดหมายอยู่ไกลแค่ไหน ก็พากันเดินไปจนถึง แต่ขอให้ตระหนักว่า ไกลยิ่งกว่าหมู่บ้านที่พักตามรายทาง ก็คือวันที่ป่าเขาลำเนาธารฟื้นคืนชีวิต ธรรมชาติกลับเขียวขจีอีกครั้ง ใช่หรือไม่ว่า นี้คือจุดหมายที่เราจะพากเพียรไปให้ถึง ไม่ว่านานเพียงใดก็ตาม
           
“ไกลแค่ไหน ไปให้ถึง” จึงสมควรเป็นปณิธานของชาวธรรมยาตราทุกคน

พระไพศาล วิสาโล
๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved