กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > หนึ่งเดียวกัน
กลับหน้าแรก
 

หนึ่งเดียวกัน

จัดพิมพ์โดย we oneness
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

 

คำนิยม

ตั้งแต่เกิดจนตาย ร่างกายของเรามีสองสภาวะหลัก ๆ คือ ตื่น กับ หลับ  จิตใจก็เช่นกัน   ร่างกายตื่นเมื่อได้รับแสงสว่าง  ส่วนจิตนั้นตื่นเมื่อมี “ความรู้” เกิดขึ้น  เราจึงมักเรียกสภาวะดังกล่าวว่า “ตื่นรู้”

ความรู้ที่ทำให้จิตตื่นนั้นมีหลายอย่าง  อย่างแรกคือ ความรู้ตัว  เมื่อใดที่รู้ตัว จิตก็หลุดจากความหลงที่ครอบงำ  ไม่ว่าหลงเข้าไปในความคิดหรือหลงไปติดอยู่ในอารมณ์ อาทิ ความโกรธ ความเกลียด ความเศร้า  ความหลงดังกล่าวสามารถบงการจิตให้ถลำลึกหรือจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ราวกับฝันร้ายในยามหลับใหล   แต่ทันทีที่รู้สึกตัว  จิตก็พลันตื่น สดชื่น เบิกบาน และโลกก็พลันสว่าง สดใส ไม่หม่นหมองอีกต่อไป

ความหลงที่ครอบงำจิต นอกจากความคิดและอารมณ์ที่ทำให้ลืมตัวแล้ว ยังได้แก่มายาคติเกี่ยวกับชีวิตและโลก เช่น  ความเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อตักตวงความสุขใส่ตนให้มากที่สุด  เงินทองและอำนาจคือสรณะของชีวิต  ความยากจนเกิดจากบาปกรรมในอดีตชาติ  ธรรมชาติและทรัพยากรทั้งหลายในโลกมีเพื่อปรนเปรอความต้องการของมนุษย์สถานเดียว ฯลฯ รวมทั้งอคติเกี่ยวศาสนา ชาติพันธุ์   เพศสภาวะ วัฒนธรรม อุดมการณ์ ที่ทำให้เกิดความรังเกียจเหยียดหยามคนที่ต่างจากตน   ใครที่หลุดจากมายาคติดังกล่าว เพราะมีความรู้หรือระบบคุณค่าอีกชุดหนึ่งที่ดีกว่ามาแทนที่  ย่อมเกิดอาการ “ตาสว่าง” เสมือนตื่นจากหลับ เพราะได้เห็นชีวิตและโลกต่างจากเดิม ช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า เปี่ยมสุข ไม่รู้สึกว่างเปล่าร้อนรุ่มดังแต่ก่อน  รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นเกื้อกูลกับผู้อื่นและโลกภายนอกมากขึ้น

ความตื่นรู้หรืออาการตาสว่างดังกล่าวข้างต้น เป็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านทัศนคติหรือจิตสำนึก ซึ่งอาศัยการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง หรือการใช้ความคิดเป็นสำคัญ  ขณะที่ความรู้ตัวนั้นเป็นการตื่นรู้ที่มิได้เกิดจากความคิดหรือใคร่ครวญ แต่เกิดจากการฝึกฝนหรือความเปลี่ยนแปลงทางจิต เช่น มีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์ หรือมีสมาธิจนจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่มากระทบ

ความรู้ประการที่สามก็คือ ความรู้หรือการเห็นความจริง  ความจริงที่ว่ามิใช่ความจริงเกี่ยวกับโลกภายนอก แต่เป็นความจริงเกี่ยวกับตนเอง  ซึ่งแยกไม่ออกจากความจริงของสรรพสิ่ง  ความจริงชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการคิด แต่เกิดจากการประจักษ์แจ้งด้วยใจ ผ่านการพิจารณาหรือพินิจความเป็นไปของกายและใจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการรับรู้สรรพสิ่งรอบตัวด้วยใจที่เป็นกลาง จนเห็นธรรมชาติของสิ่งเหล่านั้นตามความเป็นจริง มิใช่ตามความอยาก  ความรู้หรือการเห็นความจริงดังกล่าว ถึงที่สุดย่อมทำให้เกิดปัญญาสว่างโพลง จิตกระจ่างแจ้งในสัจธรรม ทำให้ตื่นอย่างแท้จริง คือหลุดจากความหลงที่สำคัญที่สุด อันได้แก่อวิชชา

ความตื่นรู้ดังกล่าวย่อมทำให้เส้นแบ่งระหว่างตัวฉันกับสรรพสิ่งมลายหายไป  ในด้านหนึ่งก็เพราะ “ตัวกู” นั้นหายไป หรือพูดให้ถูกก็คือ ไม่มีความยึดติดถือมั่นในตัวกูอีกต่อไป  ในอีกด้านหนึ่งก็เห็นถึงความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง  ไม่มีการแบ่งเขาแบ่งเรา หรือแบ่งแยกเป็นมนุษย์ สัตว์ และธรรมชาติอีกต่อไป  สรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียว  ต่างกันก็แต่ชื่อเรียก ซึ่งเป็นสมมุติเท่านั้น

แม้จะยังก้าวไม่ถึงความตื่นรู้ประการที่สาม เพียงแค่ความตื่นรู้ประการแรก คือความรู้ตัว หากเกิดขึ้นกับเราอย่างน้อยก็ช่วยให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างกายกับใจ และระหว่างสมองกับหัวใจได้มากขึ้น ขณะที่ความตื่นรู้ประการที่สอง ย่อมส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างเรากับผู้อื่นได้มากขึ้น นำไปสู่การร่วมมือและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แทนที่จะแข่งขัน หรือมุ่งเอารัดเอาเปรียบกัน

ความตื่นรู้นั้นมีชื่อเรียกต่างกัน ถ้อยคำที่ใช้บรรยายสภาวะก็แตกต่างกันไปด้วย  จึงไม่ควรให้ความสำคัญกับถ้อยคำมากนัก ขณะเดียวกันวิถีสู่ความตื่นรู้ก็มีมากมายหลายหลาก  ดังเห็นได้จากเรื่องเล่าของ ๔๐ บุคคลในหนังสือเล่มนี้  ซึ่งล้วนมีภูมิหลัง ประสบการณ์ เพศ วัยที่แตกต่างกัน  

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ  หลายท่านสัมผัสกับภาวะตื่นรู้หลังจากที่ประสบความทุกข์หรือวิกฤตในชีวิต  อาจเป็นเพราะความทุกข์ทำให้เกิดการตั้งคำถามกับวิถีชีวิตที่ผ่านมารวมทั้งทัศนคติที่เคยยึดถือ หรือเป็นเพราะความทุกข์ผลักดันให้ต้องหาแสวงหาหนทางใหม่ ๆ ที่เคยมองข้ามเมื่อครั้งยังมีความสุขและความสำเร็จ หรือเป็นเพราะความทุกข์นั้นทำให้หันมาใคร่ครวญตนเองจนเห็นเหตุแห่งทุกข์ว่าแท้จริงแล้วอยู่ที่ใจของตนนี้เอง ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย ทำให้เห็นคำตอบว่า จะหลุดจากทุกข์ได้ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขที่ใจของตนเองยิ่งกว่าอะไรอื่น

มองในแง่นี้ความตื่นรู้กับความทุกข์จึงเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ยาก  ไม่ผิดหากจะกล่าวว่าไม่มีความทุกข์ ความตื่นรู้ก็ไม่เกิด  ดังท่านติช นัท ฮันห์ กล่าวไว้อย่างไพเราะว่า  No Mud , No Lotus  (ไม่มีโคลนตม ก็ไม่มีดอกบัว) 

หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเห็นหนทางสู่ความตื่นรู้ รวมทั้งเกิดความเพียรในการปฏิบัติเพื่อสร้างความตื่นรู้ให้เกิดขึ้นแก่ตนในเร็ววัน

พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved