หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
คำสอนของหลวงตา
กลับหน้าแรก

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : คำสอนของหลวงตา
หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
พระไพศาล วิสาโล



เอ่ยชื่อ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ    ไม่มีชาวอีสานคนใดที่ไม่รู้จัก  ส่วนใหญ่รู้จักกิตติศัพท์ของท่านในทางคาถาอาคม และเครื่องรางของขลัง  ยิ่งมีข่าวลือว่าคนนั้นคนนี้รอดตายจากอุบัติเหตุ เช่น ตึกถล่ม รถคว่ำ เพราะมีพระเครื่องของท่านห้อยคอ  ผู้คนก็ยิ่งศรัทธาและนับถือท่านมากขึ้น  ต่างพากันมาหาท่านจากทุกสารทิศ เพื่อหวังบารมีของท่านคุ้มหัวหรืออำนวยโชคลาภ

แม้มีหลายคนที่สมหวัง แต่ก็มีไม่น้อยที่ผิดหวัง  วันหนึ่งมีหญิงผู้หนึ่งมาต่อว่าท่านว่า "ลูกชายได้เอาโฉนดที่ดินมาให้หลวงพ่อเหยียบแล้ว ทำไมยังขายที่ไม่ได้" ท่านตอบว่า "ก็มึงเอาแต่ใจมึงเอง มึงไม่เอาใจคนซื้อเขา ให้กูเหยียบจนตีนบวมมึงก็ขายไม่ได้ด๊อก ถ้ามึงเอาใจคนซื้อมึงก็ขายได้"

อีกคราวหนึ่งมีคนมาต่อว่าท่านว่า "ลูกชายฉันก็ห้อยเหรียญของหลวงพ่อ แล้วทำไมมันขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนกับรถสิบล้อตายได้" หลวงพ่อตอบว่า "ก็ลูกมึงมันขี่เร็วตั้ง ๑๒๐ กิโล ตอนมันขี่ถึง ๘๐ กูก็โดดลงแล้ว"

เคยมีลูกศิษย์ทักท้วงท่านว่า หลวงพ่อมอบวัตถุมงคลให้แก่ทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งโจรผู้ร้าย อย่างนี้ไม่บาปหรือ   ท่านตอบว่า “ใครขอกูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน กูจะไปรู้หรือว่ามันเป็นใคร ถ้ามันเป็นโจร เมื่อมันได้รับประโยชน์จากของที่กูแจก มันคงคิดได้ว่าเป็นเพราะพระศาสนา มันจะได้เข้ามาสนใจปฏิบัติธรรม”

หลวงพ่อคูณเป็นผู้ที่มีเมตตาสูง ท่านอยากช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะคนที่ตกทุกข์ได้ยาก  ท่านจึงไม่ค่อยขัดศรัทธาญาติโยม ใครขออะไร หากไม่เกินเลยท่านก็มักให้  แต่ในเวลาเดียวกันท่านก็พยายามเตือนผู้คนว่าอย่ามัวแต่พึ่งท่านหรือเครื่องรางของขลังของท่าน จนประมาทหรือละเลยการทำกิจของตน  วัตถุมงคลของท่านจะดีวิเศษแค่ไหน หากเจ้าของตั้งอยู่ในความประมาท  หรือไม่มีความเพียรพยายาม ก็มิอาจประสบความสำเร็จ หรือมีโชคลาภได้

สมัยที่ท่านยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง  ท่านเคยไปจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่ง  พระที่วัดนั้นประหลาดใจที่ท่านรู้อนาคตได้แม่นยำ เป็นที่เลื่องลือจนมีญาติโยมมาหาท่านไม่ขาด  พระรูปหนึ่งอดสงสัยไม่ได้จึงไปถามท่านว่าท่านทำได้อย่างไร  หลวงพ่อชี้ไปที่นกตัวหนึ่ง แล้วบอกว่า “นกมันบอกกระมัง”  ไม่ว่าพระรูปนั้นจะซักไซ้อย่างไร ท่านก็ไม่พูด  หนักเข้าท่านก็บอกว่า “กูก็เดาส่งไปอย่างนั้นแหละ อย่าถือเป็นอารมณ์เลย”

เคยมีคนถามหลวงพ่อว่า ถ้าเรียกหลวงพ่อว่าพระอริยเจ้าจะได้ไหม  ท่านมองหน้าผู้พูดและกล่าวว่า “กูหรืออริยเจ้า  ตัวกูเองยังเอาไม่รอดเลย จะเป็นอริยเจ้าได้อย่างไร  อย่างดีก็เป็นได้แค่หลวงตาแก่ ๆ ขอชาวบ้านเขากินไปวัน ๆ เท่านั้น”

นอกจากการสงเคราะห์ญาติโยมด้วยธรรมะและการเป็นที่พึ่งทางใจแล้ว  การช่วยเหลือด้วยวัตถุท่านก็ใส่ใจอย่างมาก  เงินที่ผู้คนนำมาถวายท่าน รวมทั้งเงินจากการเช่าวัตถุมงคลทั้งหลาย  ท่านนำไปบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์เป็นประจำ  เช่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ถนนหนทาง  รวมแล้วน่าจะเป็นจำนวนนับพันล้านบาท  มีคราวหนึ่งหลวงพ่อถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา เป็นเงิน ๗๒ ล้านบาท   มีคนมาทักว่าท่านควรถวาย ๗๓ ล้านบาท จึงจะถูก ท่านตอบว่า "ดีแล้ว ถูกแล้ว มึงเอามาล้านหนึ่ง รวมกับของกู จะได้เป็น ๗๓ ล้าน"  ปรากฏว่าผู้ที่พูดทักนั้นถึงพูดไม่ออก

แม้หลวงพ่อคูณจะปรารภด้วยความถ่อมตนเสมอว่า ท่านเป็นหลวงตาแก่ ๆ ความรู้น้อย แต่ท่านเป็นผู้ที่มีปฏิภาณ และฉลาดในการเปรียบเปรย  สุทธิชัย หยุ่น นักหนังสือพิมพ์ชื่อดัง เคยถามท่านว่า "หลวงพ่อ วัตถุมงคลของวัดเป็นที่นิยมมากมาย หลวงพ่อไม่กลัวจะมีรั่วไหลบ้างหรือ หลวงพ่อทำอย่างไร" หลวงพ่อเอาไม้เคาะที่ศีรษะทีละคน แล้วตอบว่า "ไอ้หัวล้าน มึงจะให้กูสับหมูไม่มีเศษติดเขียงเลยหรือ"

หลวงพ่อคูณได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเมื่ออายุ ๖๙ ปี  หลังจากนั้น ๑๒ ปีก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ  แต่ท่านก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสมัยเป็นพระบ้านนอก  หนึ่งในนั้นคือ การเรียกตนเองว่า ‘กู’ เรียกญาติโยมว่า ‘มึง’ รวมทั้งนั่งยอง ๆ   จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของท่าน เคยมีคนถามท่านเรื่องนี้  ท่านตอบว่า 

“เพราะสัญชาตญาณกูถนัดอย่างนี้ กูก็นั่งตามถนัดกู  กูพูดกับใคร มันก็มีแต่กูกับมึง  พวกข้าราชการทุกระดับ จะเป็นขั้นไหน กูก็ไม่ไปเจริญพรคุณท่านกับมัน....กูไม่เป็น มีแต่กูกับมึง  ทุกตัวคนภายในแผ่นดินไทยนี้ จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจ ผู้บังคับบัญชาการทหาร อะไรก็แล้วแต่ กูไม่เคยพูดคุณกับมัน”

ปี ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ทรงยกช่อฟ้าอุโบสถ เททองหล่อพระประธานวัดบ้านไร่  ก่อนถึงวันเสด็จ ฯ ข้าราชการหลายคนได้กำชับหลวงพ่อให้ระมัดระวังสำนวนที่ใช้อยู่ประจำ รวมทั้งแนะนำการใช้คำราชาศัพท์ที่ถูกต้อง ว่ากันว่าเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ มาทำพิธีเสร็จแล้ว ตรัสถามอะไรก็มีแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คอยถวายคำอธิบาย ส่วนหลวงพ่อคูณนิ่งเงียบ ซ้ำมีท่าทางอึดอัดจนผิดปกติ  ในที่สุดจึงตรัสถามหลวงพ่อคูณว่า “ทำไมหลวงพ่อไม่พูดกับหนูล่ะคะ”  หลวงพ่อคูณตอบว่า “ก็ไอ้นี่มันไม่ให้กูพูดกับมึง” ว่าแล้วก็ชี้นิ้วไปที่นายอำเภอด่านขุนทด

สามปีต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ มายังวัดบ้านไร่ เพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บุษบกเหนือพระอุโบสถวัดบ้านไร่  หลังจากที่เสด็จ ฯ กลับ ลูกศิษย์ถามหลวงพ่อว่า “ในหลวงตรัสอะไรกับหลวงพ่อบ้าง”  หลวงพ่อคูณตอบมาว่า “มึงรู้ไหม มือพระองค์เป็นมือคนทำงานอย่างก๊ะชาวไร่ชาวนา แข็งกระด้างมาก ๆ”  เมื่อถูกถามว่า หลวงพ่อใช้คำเรียกพระองค์ว่าอะไร หลวงพ่อตอบว่า ประโยคแรกที่พระองค์รับสั่งก็คือ “หลวงพ่อครับ พูดตามปกตินะครับ ผมเป็นคนไทย”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster