หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
วัยเด็กของหลวงพ่อปัญญา
กลับหน้าแรก

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : วัยเด็กของหลวงพ่อปัญญา
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปั่น ปัญญานันโท)

วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๙
พระไพศาล วิสาโล



หลวงพ่อปัญญา หรือปัญญานันทภิกขุ เป็นสหายธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่มีชื่อเสียงมากในด้านการเผยแผ่ธรรม   คำเทศนาของท่านเข้าใจง่าย  เป็นเหตุเป็นผล  ระคนด้วยมุขชวนขัน มุ่งพาคนออกจากความงมงายหลงใหลในไสยศาสตร์ และการหมกมุ่นในอบายมุข  ทุกหนแห่งที่ท่านแสดงธรรม จะมีญาติโยมติดตามไปฟังเป็นจำนวนมาก  เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ก็ตามฟังจากรายการวิทยุ หรือไม่ก็จากตลับเทป

หลวงพ่อปัญญาเกิดที่จังหวัดพัทลุง นามเดิมว่า ปั่น ในครอบครัวชาวนา บิดามารดาของท่านเป็นผู้ใฝ่ธรรมและมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หาอะไรมาได้ก็จะแบ่งปันให้เพื่อนบ้านอยู่เสมอ แม้ไม่ได้ร่ำรวย ท่านพูดถึงความรู้สึกในช่วงที่เป็นเด็กว่า

“ครั้งเป็นเด็ก ๆ นี้เบื่อที่สุดในการที่จะเอาแกงไปแจกบ้านโน้น เอาขนมไปแจกบ้านนี้  เวลาโยมทำอะไรกิน เช่น ได้เนื้อมาก้อนหนึ่ง เอามาขึ้นแกงหม้อหนึ่ง ต้องตักไปแจกทุกบ้าน  ได้ทุเรียนมาสองสามผล ทำน้ำกะทิอ่างใหญ่ ๆ ต้องเอาไปแจกทุกบ้าน ถ้าได้ปลามาเป็นเข่ง ต้องเอามาแบ่งเป็นกอง ๆ เด็กต้องเอาไปแจก เรือนนั้นกอง  เรือนนี้กอง

“ได้อะไรมาก็ไปแจกอยู่อย่างนั้น  สมัยเด็ก ๆ นี่เบื่อเต็มที พอเห็นเขาแบ่งกองปลาก็คิดว่า แย่อีกแล้ววันนี้  วิ่งกันเต็มที่ละ น่าเบื่อจริง ๆ”

เวลามีใครเดือดร้อน  บิดามารดาของท่านก็ยินดีช่วยเหลือเต็มกำลัง  ครอบครัวของท่านมีควาย ๒๐ ตัว แต่ก็ให้เพื่อนบ้านยืมไปใช้ทำนาถึง ๑๘ ตัว  เหลือไว้ใช้งานเพียง ๒ ตัว   ยิ่งไปกว่านั้นหากมีคนมาขอที่เหลือไปอีก ก็พร้อมจะให้ด้วยความยินดี   “คนที่มาขอยืม เขาลำบากกว่าเรามาก เราหาเอาใหม่ได้”  คือเหตุผลที่บิดามารดาบบอกกับลูกชาย

ไม่ใช่กับเพื่อนบ้านเท่านั้น กับคนแปลกหน้า  บิดามารดาของท่านก็เอื้อเฟื้อด้วยความยินดี  บางคราวมีชาวบ้านสัญจรผ่านมาและขอพักที่บ้านถึง ๑๕ คน  ทั้งสองท่านก็กุลีกุจอจัดหาที่พักและทำอาหารต้อนรับอย่างดียิ่ง  วันที่แข็กจะเดินทางกลับ  มารดาของท่านก็จะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อจัดอาหารเช้าให้ พร้อมทั้งห่ออาหารกลางวันไปกินกลางทางด้วย

เด็กชายปั่นได้เห็นแต่เล็กว่า “การต้อนรับขับสู้เหล่านี้ให้ความสุขใจ ได้มิตรภาพเป็นกำไร  คนเดินทางเหล่านี้มักนำอาหารหรือของแปลก ๆ มาฝากบ่อย ๆ เหมือนกัน  มิใช่เป็นค่าจ้าง แต่เป็นเครื่องหมายแห่งความระลึกถึงกัน”

สมัยนั้นพัทลุงขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นนักเลงและดงโจร  มีการปล้นวัวควายเป็นประจำ  แต่น่าแปลกที่วัวควายของครอบครัวท่าน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือปล่อยไว้กลางทุ่ง ไม่เคยถูกโจรขโมย  ตรงข้ามกับเพื่อนบ้าน วัวควายหายอยู่เนือง  เมื่อเกิดเหตุดังกล่าว บิดาของท่านไม่เคยนิ่งเฉย รับเป็นธุระไปตามกลับมาให้  ซึ่งก็มักประสบความสำเร็จเสมอ  ไม่ใช่เพราะบิดาของท่านเป็นผู้มีอิทธิพลที่โจรเกรงกลัว แต่เป็นเพราะความดีของท่าน

ท่านเล่าว่าบิดาของท่าน “คบคนทุกเหล่า ให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ วัวควายที่มีอยู่ไม่เคยหวง  ใครขอไปกี่ตัว ใช้กี่วัน ได้ตามปรารถนา  เป็นความเอื้อเฟื้อของบิดามารดาอาตมาที่ช่วยปกป้องควายไว้ได้”

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ “บางทีบรรดาโจรอาจจะเคยมาอาศัยบ้าน กินข้าวปลาอาหารครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง เลยสำนึกในบุญคุณ”

เป็นเพราะมีบิดามารดาที่เปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรี เอื้อเฟื้อเผือแผ่ ท่านจึงมีจิตใจใฝ่ธรรมตั้งแต่เยาว์วัย  เป็นนิสัยปัจจัยให้ท่านน้อมใจในพระศาสนา  หลังจากที่ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๘ ปี ท่านก็ไม่ได้หวนคืนสู่เพศคฤหัสถ์อีกเลย  เจริญมั่นคงในสมณเพศโดยตลอด ยินดีในการบำเพ็ญทานไม่หยุดหย่อน เช่นเดียวกับโยมบิดามารดาของท่าน แต่แทนที่จะเป็นวัตถุทาน ก็มอบธรรมทาน ซึ่งเป็นทานอันประเสริฐสุด จวบจนท่านมรณภาพด้วยวัย ๙๔ ปี

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster