หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
เมื่อใจใฝ่หาหญิงสาว
กลับหน้าแรก

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : เมื่อใจใฝ่หาหญิงสาว
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
พระไพศาล วิสาโล



ในบรรดาพระกรรมฐานซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองเลย   ไม่มีท่านใดโดดเด่นเท่าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านได้ชื่อว่าเป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตอีกรูปหนึ่งที่มีภูมิธรรมลุ่มลึก อันเป็นผลจากการภาวนาอย่างอุตสาหะตั้งแต่ยังหนุ่ม  อีกทั้งมีประสบการณ์ที่เข้มข้นโชกโชนจากการธุดงค์ในป่าลึก ความที่ท่านมีอายุยืนนานถึง ๙๐ ปี แม้จะเป็นอัมพาตในช่วง ๒๐ ปีสุดท้าย แต่การได้มีเวลาเทศนาแสดงธรรมอย่างต่อเนื่อง  ลูกศิษย์ลูกหาของท่านจึงมีมากมายทั่วประเทศ

หลวงปู่ชอบได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นตั้งแต่อายุยังน้อย   ท่านได้รับคำชมจากหลวงปู่มั่นตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่มว่า  “ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบ”  อีกคราวหนึ่งได้พูดถึงประสบการณ์การภาวนาของท่านว่า “ไปไกลลิบเลย พระน้อยองค์นี้”

หลวงปู่ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ในป่าเขา  ออกพรรษาแล้วก็ชอบธุดงค์ในป่าลึกแถวภาคเหนือและพม่าจนกระทั่งอายุ ๔๕  ปี จึงกลับมายังภาคอีสาน และปักหลักที่จังหวัดเลยอันเป็นบ้านเกิดในเวลาต่อมา

ว่ากันว่าท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์มากที่สุดองค์หนึ่ง  ลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นพระหนุ่มเณรน้อยจึงมักอยากฟังท่านเล่าเรื่องเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ค่อยผิดหวัง  ฟังแล้วก็สนุกและตื่นเต้น แต่มีเรื่องอื่นที่ใกล้ตัวกว่าและมีประโยชน์มากกว่า ดังเรื่องข้างล่าง

มีพระรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ของท่าน  มากราบลาเพื่อขอสึกไปเป็นฆราวาส  ท่านจึงถามว่าอยากสึกเพราะเหตุใด  คำตอบคือ “รักผู้สาวครับ”

“รักเขามากไหม ?”
“รักมากครับ”
ท่านถามต่อว่า “ถ้ารักเขามาก แล้วสามารถกินขี้เขาได้ไหม ?” 
พระรูปนั้นยอมรับว่าทำไม่ได้
“แสดงว่าท่านยังรักเขาไม่จริง  ท่านยังรักเขาไม่พอ  ถ้ารักมากพอแล้ว ขี้ของคนที่ตนเองรักนั้นก็น่าจะกินได้ไม่ใช่หรือ”

ว่าแล้วหลวงปู่ชอบให้คำแนะนำแก่พระรูปนั้นว่า  “ขอให้ท่านกลับไปพิจารณาให้ดี ๆ เสียก่อน  ถ้ามันถึงขั้นกินขี้ของผู้หญิงที่ตนเองรักได้แล้ว ผมก็จะอนุญาตให้ท่านสึกได้ทันที  แต่ถ้าตัดสินใจกินขี้เขาไม่ได้แล้วก็อย่ามาลาสึกกับผม  จะไปสึกกับใครก็ไปเสีย”

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับคนอื่นเท่านั้น  ตัวท่านเองก็เคยประสบ และบ่อยเสียด้วย   ครั้งที่หนักที่สุดเกิดขึ้นเมื่อท่านอายุ ๒๘ ปี  ตอนนั้นท่านตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า “จะสึกออกไปสู่ขอเขาเป็นเมียให้ได้”

หญิงสาวผู้นั้นชื่อว่า “สาวทอง”   วันนั้นเธอมาทำบุญกับแม่ที่วัด  ขณะที่ท่านเตรียมจะให้พร พอแหงนหน้ามองญาติโยมที่มาทำบุญ สายตาของท่านก็ปะทะกับสายตาของเธอพอดี  ชั่ววินาทีนั้นท่านเล่าว่า  “มันเหมือนกับมีอะไรพุ่งเข้ามาชนหัวใจเราทันทีทันใด  ตาค้างจ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่ง”  พอได้สติ ก็รีบก้มหน้าด้วยความอาย

นับแต่นั้นท่านก็คิดถึงสาวทองตลอด  แม้จะทำความเพียรสู้ ก็ไม่สามารถคลายความคิดถึงเธอได้  ประกอบกับแม่ของเธอเป็นโยมอุปัฏฐากดูแลพระเณร  จึงเป็นเหตุให้มีโอกาสพบปะและพูดคุยกันหลายครั้ง ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีใจผูกพันกับเธอ  ส่วนฝ่ายหญิงนั้นก็มีใจให้ท่านเช่นเดียวกัน

ตอนนั้นใจของท่านคิดแต่จะสึกอย่างเดียว   เวลาภาวนา  “พุทโธ” ที่บริกรรมมาตลอด ก็กลายเป็น “พุดทอง” ไปโดยไม่รู้ตัว  อย่างไรก็ตามใจที่คิดจะสู้กับความคิดนี้ก็ยังมีอยู่  ท่านจึงใช้วิธี “อดนอนผ่อนอาหาร”

ทีแรกวิธีนี้ดูเหมือนจะใช้ได้  กามราคะที่เคยรบกวนก็อ่อนแรงลง  แต่หลังจากอดนอนและอดอาหารติดต่อกันเป็นแรมเดือน ร่างกายก็ทนไม่ไหว ล้มป่วย 

ครั้นสาวทองและผู้เป็นแม่รู้เข้า ก็วิ่งเต้นหายามารักษาท่าน ทำให้ใกล้ชิดกับท่านยิ่งกว่าเดิม กามราคะที่เคยฝ่อลงก็กลับมีกำลังเข้มแข็งขึ้น  ท่านเห็นว่าแบบนี้ชักไม่ได้การแล้ว  จึงตั้งสติหันมาพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตใจของท่าน 

ในที่สุดก็พบว่า “เพราะความคิดตัวเดียว มันมาปลุกให้กิเลสกามตื่นขึ้นมาแผลงฤทธิ์แผลงเดชกับหัวใจเรา  เหตุนี้มันเกิดที่ใจ เราก็จะต้องแก้ไขที่ใจของเรา”

ในเมื่อใจยังคิดไม่หยุดถึงสาวทอง  ทางเดียวที่จะช่วยให้หยุดคิดก็คือ หนีออกจากที่นั้น  ท่านจึงตัดสินใจออกจากวัดในคืนนั้น  หลังจากหนีไปได้ไม่ถึงสองเดือน  ท่านก็สามารถตัดใจได้ ไม่อาลัยใฝ่หาสาวทองอีกต่อไป

นี้เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของท่านก็ว่าได้  และเป็นการตัดสินใจที่ถูก เป็นเหตุให้ท่านสามารถมั่นคงดำรงในพรหมจรรย์ต่อไปได้อีก ๖๐ ปีจนละสังขารในผ้าเหลือง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster