หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
ลูกน้องของหลวงพ่อคง
กลับหน้าแรก

 

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : ลูกน้องของหลวงพ่อคง
หลวงพ่อคง สุวัณณ

วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘
พระไพศาล วิสาโล



เมื่อร้อยปีที่แล้วฉะเชิงเทราทั้งจังหวัดเต็มไปด้วยป่ารกทึบ มีสัตว์ใหญ่มากมาย รวมทั้งช้างและเสือ   แน่นอนย่อมเต็มไปด้วยภยันอันตราย   แต่มีวัดเล็ก ๆ วัดหนึ่งในอำเภอสนามชัยเขต ทั้ง ๆ ที่อยู่ในป่าลึก กระนั้นผู้คนมากมายก็พากันดั้นด้นเข้าไปโดยไม่กลัวอันตรายใด ๆ วัดนั้นคือ วัดซำป่างาม ส่วนเจ้าอาวาสคือ หลวงพ่อคง  สุวัณณ

หลวงพ่อคง เป็นพระกรรมฐานที่ชอบความสงบสงัด  แต่ผู้คนทั่วทุกสารทิศรู้จักท่านในฐานะพระเกจิอาจารย์ ที่ปรีชาสามารถทั้งด้านด้านพุทธศาสน์และไสยเวท  มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านอิทธิปาฏิหาริย์และคาถาอาคม  วัตถุมงคลของท่าน ไม่ว่าเหรียญ แหวน ตะกรุด ผ้ายันต์ ล้วนเป็นที่ต้องการของผู้คนตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ และมีผู้ปรารถนาครอบครองและหวงแหนจวบจนทุกวันนี้

แต่ท่านยังมีคุณวิเศษอีกอย่างหนึ่ง  ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่กล่าวขานกันมากนัก โดยเฉพาะสมัยนี้  นั่นคือความเมตตากรุณา

เมื่อปี ๒๔๘๓ หรือ ๗๕ ปีก่อน  ณรงค์ เทวานฤมิตรกุลเป็นเด็กอายุ ๘ ขวบ  วันหนึ่งพ่อชวนไปร่วมงานทำบุญอายุครบ ๑๐๖ ปีของหลวงพ่อคง  สมัยนั้นไม่มีรถ ต้องขี่ม้าเข้าไป  จากพนมสารคามไปสนามชัยเขต ระยะทางแค่ ๔๐ กิโลเมตร แต่ต้องเดินทางเป็นวัน เพราะเป็นป่าทึบ มีแต่ทางเส้นเล็ก ๆ ตัดผ่าน

ตอนออกจากบ้าน  ณรงค์เล่าว่า นอกจากข้าวของที่จะเอาไปทำบุญแล้ว พ่อยังเอาหอมหัวแดงพวงใหญ่ ๓-๔ พวงใส่ย่ามไปด้วย  เด็กน้อยแปลกใจว่าเอาไปทำไม แถมยังเก็บไว้กับตัว ราวกับของมีค่า แต่ก็ไม่ได้ถาม

เมื่อขี่ม้าไปได้ไม่นาน ก็เข้าสู่เขตป่าดงดิบ ต้นไม้แน่นขนัด แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง  มองขึ้นไปไม่เห็นฟ้า  ตอนบ่ายแก่ ๆ  จู่ ๆ ม้าซึ่งกำลังวิ่งอยู่ดี ๆ ก็หยุดชะงัก ยกขาหน้า พร้อมกับส่งเสียงร้องตกใจ จนเด็กตกลงมาจากหลังม้า  ส่วนม้าก็ล้มลงไปนอน ไม่ยอมลุก  พ่อรีบล้วงเอาหอมหัวแดงออกมาจากย่าม  เรียกให้ลูกเอามือขยี้หอม แล้วป้ายที่จมูกม้า  เพียงเท่านั้นม้าก็ตกใจ รีบลุกขึ้นยืน  ทั้งพ่อทั้งลูกก็กระโดดขึ้นมาทันที  พอขึ้นม้าเรียบร้อย ม้าก็วิ่งอย่างรวดเร็วแบบไม่คิดชีวิตเอาเลย

เด็กน้อยสงสัย ถามพ่อว่าม้าเป็นอะไร  คำตอบคือ “เสือ”

“ม้ามันได้กลิ่นเสือ มันเลยหมดแรง นอนรอให้เสือมากิน” แล้วพ่ออธิบายต่อว่าที่เอาหอมแดงมาทุบแล้วป้ายจมูกเสือก็เพื่อดับกลิ่นเสือนั่นเอง  หอมหัวแดงยังทำให้ม้าแสบจมูก จึงวิ่งแบบไม่คิดชีวิต

พ่อยังเล่าให้เด็กน้อยฟังว่า หลังจากม้าลุกขึ้นแล้ว  เห็นเสือตัวหนึ่ง ใหญ่มาก อยู่ด้านหลังห่างประมาณ ๒๐ เมตรเท่านั้นเอง

พอม้าวิ่งควบไปได้อีกชั่วโมงกว่า มันก็ทำท่าจะหยุด  พ่อต้องเอาหอมแดงป้ายจมูกม้าเพื่อให้ม้าวิ่งต่อ  ทำอย่างนี้ ๓-๔ ครั้ง ในที่สุดก็ถึงวัดซำป่างาม  หลังจากที่ชะลอม้าลง  หลวงพ่อคงก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าวัด  ประโยคแรกที่หลวงพ่อคงทักคือ
“เป็นไง รู้ว่าจะมาเลยให้ลูกน้องไปรับ”
พ่อก้มลงกราบ แล้วบอกว่า “ลูกน้องหลวงพ่อทำเอาผมกับไอ้หนูเกือบแย่”
ลูกน้องหลวงพ่อก็คือเสือโคร่งนั่นเอง

หลวงพ่อคงที่เด็กน้อยเห็นนั้น เดินเหินคล่องแคล่ว ราวกับอายุ ๕๐-๖๐ ปี ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าท่านอายุ ๑๐๖ ปี

คืนนั้นทั้งพ่อและลูกพักในโบสถ์ ซึ่งก่อสร้างด้วยซุงต้นใหญ่ ๆ   เนื่องจากเป็นคืนเดือนหงายจึงมองเห็นรอบโบสถ์ได้ชัดเจน  ตกดึกเด็กน้อยปวดฉี่ จึงลุกขึ้นมาจะเดินออกไปฉี่  แต่ทันทีที่มองออกไปทางหน้าต่างโบสถ์ ก็ชะงักและตกใจ เพราะที่เห็นก็คือ เสือตัวใหญ่ ๗-๘ ตัว กำลังเดินไปมารอบโบสถ์  เด็กน้อยหายปวดฉี่ทันที รีบกลับไปนอนข้างพ่อ  เงยหน้าทีไรก็เห็นเสือเดินไปเดินมาตลอดทั้งคืน รุ่งเช้าจึงหายไป

เรื่องราวข้างต้นดูเหลือเชื่อ  แม้แต่ณรงค์ก็ยอมรับว่า “เล่าให้คนสมัยนี้ฟัง ก็มีแต่คนหาว่าโม้ แต่เรื่องนี้จริงที่สุด ๗๐ กว่าปีผ่านไปยังไม่เคยลืมเลย” 

เรื่องนี้คงจะสูญหายไปตลอดกาลหากลูกชายของณรงค์ คือปริญญา เทวานฤมิตรกุล ไม่ได้สอบถามและบันทึกเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ 

เสือนั้นเป็นสัตว์ดุร้าย  แต่ก็กลายเป็นสัตว์เชื่อง เมื่ออยู่ใกล้หลวงพ่อคง  จนกลายเป็น “ลูกน้อง” ของท่าน นั่นคงไม่ใช่เพราะคาถาอาคมของท่านเท่านั้น หากยังเป็นเพราะเมตตาอันไม่มีประมาณของท่าน  ท่านจึงอยู่ท่ามกลางสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่โดยไม่เป็นอันตราย   แถมบารมีของท่านยังปกแผ่ไปยังสานุศิษย์ทั้งหลาย  จะว่าไปแล้วที่คนกับเสืออยู่ด้วยกันได้ฉันมิตรเพราะต่างเป็นศิษย์ของหลวงพ่อคงนั่นเอง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster