หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
อย่าลืมเณรน้อย
กลับหน้าแรก

 

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : อย่าลืมเณรน้อย
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๘
พระไพศาล วิสาโล



ผู้ใฝ่ธรรมจำนวนไม่น้อยเมื่อได้เยือนจังหวัดนครราชสีมา  มักหาโอกาสหยุดแวะที่วัดป่าสาลวัน  เพราะหลวงพ่อพุธ ฐานิโย  หรือพระราชสังวรญาณ เคยเป็นประธานสงฆ์ที่วัดนี้นานร่วม ๒๐ ปี  แม้ท่านละสังขารเกือบ ๒๐ ปีแล้ว แต่คำสอนและวัตรปฏิบัติของท่านก็ยังส่องสว่างนำทางแก่ผู้ประพฤติชอบจวบจนทุกวันนี้

หลวงพ่อพุธเป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ผู้เป็นสหายธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต  ท่านมีชีวิตวัยเยาว์ที่ลำบากเนื่องจากกำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่อายุ ๔ ขวบ  สมัยเด็กนอกจากทำนาแล้ว ยังต้องหาเงินเรียนหนังสือ เสื้อผ้าก็ต้องเย็บเอาเอง ไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าที่ซื้อจากตลาด  ความยากลำบากตั้งแต่เล็กทำให้ท่านคิดอยู่เสมอว่าโลกนี้มีแต่ความทุกข์ จึงอยากหาทางพ้นทุกข์   ดังนั้นเมื่อได้บวชเณรขณะอายุ ๑๕ จึงตั้งปณิธานว่า “เราจะบวชตลอดชีวิต...ชั่วชีวิตนี้เราจะไม่กลับมาใส่กางเกงอีก”

หลวงพ่อพุธมีความสนใจธรรมะตั้งแต่เล็ก  แม้จะไม่ได้เรียนมาก  ครูบาอาจารย์ด้านธรรมะก็ไม่มี แต่สติและสมาธิ มีมาตั้งแต่เล็ก  คราวหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ ลอมฟางกลางทุ่งนา  พอล้มตัวลงนอน  งูเห่าตัวใหญ่ก็เลื้อยมาข้าง ๆ  แล้วเลื้อยขึ้นมาตรงกลางตัว  ตอนนั้นทั้งกลัวทั้งสั่น แต่สติดี ไม่ขยับเขยื้อน  สักพักมันก็เลื้อยข้ามตัวไป  ท่านว่าหากไม่มีสติ เผลอขยับตัว  งูคงตกใจและฉกกัดเอาได้

เมื่อบวชเณรแล้วก็ตั้งใจศึกษาปฏิบัติ สามารถท่องปาฏิโมกข์และขึ้นเทศน์ได้  อย่างไรก็ตามบางครั้งก็มีอุปสรรคมาทดสอบ    มีช่วงหนึ่งท่านชอบสาวคนหนึ่ง ชื่อ “ประยูร”   เวลาภาวนา  หลวงตาสอนให้นั่งบริกรรมด้วยการท่องพุทโธ  แต่ท่านภาวนาพุทโธได้ไม่นาน ก็ทิ้งพุทโธ  ไพล่ไปนึกถึงประยูรแทน  ท่านว่า “ตอนนั้นจะตายเพราะยายประยูรนี้ละ”

แต่ท่านไม่ยอมแพ้  เอาชื่อของหญิงสาวมาใช้เสียเลย  คือบริกรรมว่า “ประยูร”แทน  พอจิตตั้งมั่น  คำว่าประยูรก็หายไป  เมื่อจิตสงบ  ก็เกิดนิมิตเป็นภาพสาวประยูรขึ้นมา  ท่านก็พิจารณาว่า ผมสวย  สักพักผมก็ร่วงหลุดลงมา  พอพิจารณาว่าตาสวย ตาก็หลุดออกมา  พอนึกว่าคนสวยนี้แม้แต่กระดูกก็ยังสวย  กระดูกก็ร่วงหล่นจมหายไปกับแผ่นดิน   พอออกจากสมาธิ  ร่างกายของเธอก็หายไป   ผลก็คือความระลึกนึกถึงหญิงสาวจางคลายลง และไม่รบกวนจิตของท่านอีกต่อไป

ประสบการณ์อีกตอนหนึ่งที่น่าสนใจสมัยเป็นเณรก็คือ  วันหนึ่งท่านฉันเสร็จ กำลังล้างบาตร  เหลือบเห็นหมาขี้เรื้อนหิวโซ  เดินโซซัดโซเซใกล้หมดแรงเต็มที  ท่านเกิดความเมตตาสงสารจับใจ  อยากให้อาหาร แต่ในบาตรไม่มีข้าวเหลือเลยสักเม็ด  มองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นอาหารที่จะประทังความหิวของหมาน้อยได้   ท่านจึงตัดสินใจเอามือล้วงคอเพื่อให้อาเจียนออกมา  อาหารใหม่ที่เพิ่งฉันพุ่งออกมาจนหมด   หมาตัวนั้นเห็นเข้าก็คลานมาฟุบตรงเศษอาหารกองนั้น  เมื่อได้กินอาหาร มันก็เริ่มมีเรี่ยวแรง และวิ่งตามท่าน

ท่านเล่าว่านับแต่นั้นเรื่องอาหารการกิน ท่านไม่เคยขาดแคลนเลย  มีมากมายจนฉันไม่หมด

ประสบการณ์สมัยเป็นเณร ทำให้หลวงพ่อพุธเข้าใจหัวอกของเณร  ท่านจึงแนะนำญาติโยมเสมอว่า อย่าละเลยเณรน้อย “ทำบุญกับเณรน้อยน่าจะได้บุญมาก เพราะเณรไม่ค่อยมีใครสนใจจะมาทำบุญให้  ได้อะไรมานิดหน่อยก็ดีใจมาก  ถ้าเราจะเลือกทำบุญเฉพาะกับพระอริยะ ก็ต้องนึกเสมอว่ากว่าท่านจะได้เป็นพระอริยะ ท่านต้องผ่านชีวิตเณรน้อยมาก่อน”

ท่านเล่าว่าเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันโท) วัดบรมนิวาส  พาเด็ก ๆ มาบวชเณรนับร้อยจะได้มีโอกาสเล่าเรียนหนังสือ  แต่มีญาติโยมบางคนไม่เห็นด้วย  ทักท่านว่าลูกศิษย์เจ้าคุณมีแต่หัวขี้กลาก กินข้าวเย็น ท่านจึงย้อนว่า “อย่าไปว่ามัน อีกหน่อยพวกหัวขี้กลากนี้แหละมันจะค้ำจุนพระศาสนา”   กาลเวลาได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านกล่าวนั้นถูกต้อง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster