หน้ารวมบทความ
   เรื่องเล่าเช้าวันพระ >
กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
กลับหน้าแรก

 

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
พระอาจารย์สุเมโธ

วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๘
พระไพศาล วิสาโล



พระอาจารย์สุเมโธ เดิมชื่อโรเบิร์ต แจ๊กแมน เป็นพระฝรั่งรูปแรกที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท ภายหลังได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดป่านานาชาติ ต่อมาได้เป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้งวัดป่าจิตวิเวกและวัดอมราวดีในประเทศอังกฤษ ตามมาด้วยวัดสาขาอีกมากมายในยุโรปและอเมริกา ทำให้สมาธิภาวนาและวัตรปฏิบัติแบบพระป่าเป็นที่รู้จักในโลกตะวันตก จนท่านได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชสุเมธาจารย์

ท่านเดินทางมายังเมืองไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๐๙ เพราะมีความสนใจในพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อได้บำเพ็ญกรรมฐานที่วัดมหาธาตุ ฯ ท่าพระจันทร์ ก็มีความสนใจอยากบวชพระ ท่านเริ่มต้นชีวิตบรรพชิตด้วยการเป็นสามเณรโดยมีพระราชปรีชาญาณมุนีเจ้าคณะจังหวัดหนองคายเป็นอุปัชฌาย์ หลังจากที่ได้ทำกรรมฐานอย่างเข้มข้นอย่างลำพังในกุฏิเป็นเวลาหนึ่งปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญของการมีครูบาอาจารย์เพื่อแนะนำการปฏิบัติให้ถูกทาง จึงเริ่มแสวงหาอาจารย์กรรมฐานที่พึ่งพาได้

ระหว่างอยู่ที่ประเทศลาวเพื่อต่อวีซ่าเข้าเมืองไทย ท่านได้พบพระไทยรูปหนึ่ง ชื่อพระสมหมาย มีกิริยาน่าเลื่อมใส พระสมหมายได้พรรณนาถึงอาจารย์ของท่านที่จังหวัดอุบลราชธานี สามเณรสุเมโธฟังแล้วก็เกิดความสนใจอยากไปศึกษาปฏิบัติกับท่าน อาจารย์รูปนั้นคือหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง เมื่อคิดว่าพบอาจารย์แล้ว ท่านได้ตัดสินใจบวชพระ โดยกลับไปอุปสมบทที่หนองคาย มีพระราชปรีชาญาณมุนีเป็นอุปัชฌาย์เช่นเคย

พระสมหมายเป็นทั้งผู้แนะนำและผู้พาพระสุเมโธไปกราบหลวงพ่อชาเป็นครั้งแรก ท่านจึงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพระสมหมาย แต่เมื่ออยู่ด้วยกันได้ไม่นาน ท่านก็เริ่มมีปัญหากับพระรูปนี้ ทั้งนี้เพราะพระสมหมายป็นผู้ที่เคร่งครัดในพระวินัยมาก แต่ด้วยความยึดติดถือมั่นในพระวินัย ท่านจึงจู้จี้ขี้บ่นและเพ่งโทษจับผิดผู้อื่นเป็นประจำ พระสุเมโธจึงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจมาก

ในเวลาต่อมาพระสมหมายได้ลาสิกขาบท กลับไปเป็นฆราวาสได้ไม่กี่ปี วิถีชีวิตก็เหวี่ยงไปในทางตรงข้าม จากพระที่เคร่งวินัย กลายเป็นคนขี้เหล้าเมายา พระสุเมโธจึงรู้สึกผิดหวังและรังเกียจทิดสมหมายมาก ไม่อยากให้ใครรู้ว่าทิดสมหมายเป็นผู้พาท่านมาวัดหนองป่าพง เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงหูหลวงพ่อชา ท่านก็เตือนสติพระสุเมโธให้สำนึกถึงบุญคุณของทิดสมหมาย และปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ

“นี่สุเมโธ เวลาเห็นสมหมาย ต้องเรียก “อาจารย์”ทุกครั้ง ต้องเรียกว่า “อาจารย์สมหมาย” ต้องแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อสมหมาย เพราะสมหมายเป็นผู้ที่พาสุเมโธมาพบหลวงพ่อ ถ้าไม่มีสมหมาย สุเมโธก็ไม่ได้มาที่วัดหนองป่าพง”

คำพูดของหลวงพ่อชาทำให้ท่านเปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีกับทิดสมหมาย ความเกลียดชังหายไป มีแต่ความสำนึกในบุญคุณมาแทนที่ เวลาพบทิดสมหมาย ท่านจะเรียกว่า “อาจารย์สมหมาย”ทุกครั้ง เมื่อท่านไปตั้งวัดที่ประเทศอังกฤษ ทุกครั้งที่กลับมาเมืองไทย ท่านจะหาโอกาสไปเยี่ยมอาจารย์สมหมาย พร้อมของฝากเป็นประจำ

ส่วนทิดสมหมายนั้น ชีวิตมีแต่ตกต่ำย่ำแย่ลง ปล่อยตัวปล่อยใจจนติดเหล้าอย่างหนัก กลายเป็นโรคสุราเรื้อรัง ถึงขั้นสติฟั่นเฟือน กลายเป็นคนเร่ร่อน แต่ก็ได้รับการสงเคราะห์จากพระผู้ใหญ่ที่เคยรู้จักกัน สร้างกระต๊อบให้อยู่หลังวัด อาศัยข้าวก้นบาตร และเก็บขยะขายไปวัน ๆ แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่เดินข้ามถนนเพื่อไปขอเศษอาหารในตลาดได้ถูกรถเมล์พุ่งชนอย่างแรงจนเสียชีวิต

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หลวงพ่อชาได้แนะให้พระอาจารย์สุเมโธอุทิศส่วนกุศลจากการปฏิบัติให้แก่ทิดสมหมาย ท่านได้น้อมรับและยินดีปฏิบัติตามจวบจนทุกวันนี้
พระอาจารย์สุเมโธเคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เพราะอาจารย์สมหมายพาเรามาพบหลวงพ่อชา จึงทำให้มีพระสุเมโธในปัจจุบัน....อาจารย์สมหมายจึงมีบุญคุณกับเรา มีคุณต่อพระพุทธศาสนา ส่วนอาจารย์สมหมายจะสึกแล้วไปติดเหล้า นั่นเป็นเรื่องของท่าน แต่เป็นหน้าที่ของพระสุเมโธที่ควรแสดงความกตัญญูกตเวที”

เรื่องราวของทิดสมหมายนั้นเป็นคติสอนใจได้หลายอย่าง นอกจากให้ข้อคิดเกี่ยวกับการมองผู้มีพระคุณอย่างรู้จักแยกแยะแล้ว ยังสะท้อนถึงภูมิธรรมของหลวงพ่อชาอีกด้วย แม้ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในวินัยและใฝ่ธรรมอย่างยิ่ง แต่เมื่อศิษย์ของท่านกลายเป็นขี้เหล้าเมายา ประพฤติตนไม่สมกับเป็นชาวพุทธหรือศิษย์หนองป่าพง ท่านก็ไม่ได้โกรธหรือรังเกียจแต่อย่างใด หากยังมีความเมตตา และแนะนำให้ศิษย์ผู้น้องสำนึกในบุญคุณของเขาและแสดงความกตัญญูเป็นการตอบแทน

ความดีนั้นหากยึดมั่นถือมั่นหรือ “ติดดี”เมื่อใด ก็อาจทำให้เกิดความโกรธเกลียดผู้ที่ไม่ดีเหมือนตน หรือไม่ดีอย่างที่ตนคาดหวังก็ได้ แต่หลวงพ่อชานั้น ท่านทำดีโดยไม่ติดดี จึงสามารถคงความดีและมีความดีให้แม้กระทั่งผู้ที่พลัดตกจากความดีหรือผิดศีล

ชีวิตที่ผกผันของทิดสมหมายยังเป็นอนุสติเตือนใจว่า ผู้ที่เคร่งครัดในวินัย จนเห็นแต่ความผิดพลาดของผู้อื่นนั้น หากไม่ระมัดระวัง ก็อาจพลิกกลับเป็นตรงข้าม ตกต่ำย่ำแย่ยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยบวชพระหรือศึกษาธรรมวินัยเลยก็ได้ จะว่าไปแล้วสองขั้วที่อยู่ตรงข้ามกันนั้น ไม่ได้ห่างกันเลย แต่อยู่ใกล้กันมาก หากประมาทเมื่อใดก็อาจพลั้งพลาดสู่ทางสุดโต่งอีกด้านหนึ่งจนถึงแก่ความหายนะ

 

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster