เรื่องเล่าเช้าวันพระ > อมฤตธรรมจากเทวดา
กลับหน้าแรก

เรื่องเล่าเช้าวันพระ : อมฤตธรรมจากเทวดา
พระอาจารย์ทองรัตน์ กันตสีโล
๑๑ เมษายน ๒๕๕๔
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   
 

คนทั่วไปแม้กระทั่งในหมู่ผู้ใฝ่ธรรม น้อยคนจะเคยได้ยินชื่อพระอาจารย์ทองรัตน์ กนฺตสีโล แต่ในหมู่นักกรรมฐานแล้ว ชื่อนี้มีความโดดเด่นมากในฐานะครูบาอาจารย์ผู้สืบทอดแนวทางปฏิบัติจากหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโลและหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จนได้รับการยกย่องจากบูรพาจารย์ทั้งสององค์ว่าเป็นแม่ทัพนายกองพระกรรมฐานฝ่ายมหานิกาย ที่มักน้อย สันโดษ และเพียรในการปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

ความโดดเด่นของพระอาจารย์ทองรัตน์อีกประการหนึ่ง คือ นิสัยที่ห้าวหาญและโผงผาง ไม่เฉพาะกับผู้อื่นเท่านั้น แม้กับตัวท่านเอง ท่านก็ไม่ลดราวาศอกให้

เมื่อท่านบวชได้ ๒ พรรษา ท่านมีความเพียรในการปฏิบัติ แต่ไม่ประสบผล จึงมีความคิดอยากลาสิกขา แต่ท่านก็ไม่ยอม พยายามต่อสู้กับตัวเอง ถึงกับยื่นคำขาดกับตัวเองว่า “มึงอยากสึกหลาย ให้มึงตายอยู่นี่” และท่านก็ทำความเพียร เดินจงกรม นั่งสมาธิต่อเนื่อง ๖-๗ วัน แต่ความคิดอยากสึกก็ยังมีอยู่ ท่านจึงไม่ลงไปบิณฑบาตเป็นเวลาหลายวัน จนโยมคิดว่าตายแล้ว เมื่อเดินขึ้นมาจึงเห็นท่านเดินจงกรมอยู่ โยมจึงนำเอาอาหารมาถวายท่าน แต่ท่านไม่ฉัน ต่อเมื่อญาติโยมอ้อนวอน ท่านจึงสนองศรัทธา ช่วงนี้เองที่ท่านได้ยินโยมพูดถึงหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ว่าเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านจึงตัดสินใจเดินทางไปหาครูบาอาจารย์ทั้งสอง เป็นเหตุให้ยุติความคิดเรื่องสึกหาลาเพศ

อย่างไรก็ตามหลายปีต่อมา อุปสรรคก็บังเกิดแก่ท่านอีก คราวนี้กามราคะกำเริบอย่างแรง ท่านพยายามระงับเท่าไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายก็คว้าขวานเก่าแล้วเดินตรงไปสับขอนไม้ผุ ท่านสับแล้วสับเล่าอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งร้องด่าไปด้วย เหมือนกับจะตวาดกิเลสในใจตนว่า “โคตรพ่อ โคตรแม่มึง มึงสิไปสร้างโลก โลกาทางได๋ มึงฮู้จักอยู่บ้อ มันทุกข์ โคตรพ่อ โคตรแม่มึง” ท่านทำอยู่อย่างนั้นจนหมดแรง ในที่สุดความกำหนัดก็หายไป

ท่านเป็นพระที่เอาใจใส่วัตรปฏิบัติของสหธรรมิก โดยเฉพาะพระผู้บวชใหม่ ไม่นิ่งดูดายที่จะแนะนำสั่งสอน แต่ท่านมีวิธีสอนและท้วงติงที่ไม่เหมือนใคร คราวหนึ่งพระใหม่สองรูปเถียงกันเรื่องพระธรรมวินัย ต่างไม่ยอมกัน พระรูปหนึ่งหยิบหนังสือนวโกวาทมาเปิดเพื่อยืนยันว่าตนเป็นฝ่ายถูก แม้กระนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ยอม การโต้แย้งบานปลายจนเป็นการทะเลาะวิวาท และทำท่าว่าอาจถึงขั้นวางมวยกัน

จู่ ๆ พระอาจารย์ทองรัตน์ก็เดินตรงเข้ามายังกลุ่มพระใหม่ พร้อมกับคว้าหนังสือนวโกวาท ทำท่าเหมือนเช็ดก้นแล้วโยนทิ้งต่อหน้าพระทั้งสอง พร้อมกับพูดว่า “ฮูขี้กูหนี่”(ตูดข้านี่) แล้วพูดต่อว่า “อย่าเฮ็ดคือครูบาอาจารย์ได๋” (อย่าทำเหมือนอาจารย์นะ) “มันบาป” พระทั้งสองตกตะลึงพักใหญ่สุดท้ายก็ได้คิดและเลิกทะเลาะกัน

แม้ว่าท่านจะมีทีท่าโผงผาง แต่เมื่อถึงคราวถูกกระทบ ท่านก็นิ่งสงบได้อย่างน่าทึ่ง คราวหนึ่งมีคนเขียนบัตรสนเท่ห์ใส่บาตรท่าน เมื่อท่านกลับถึงวัด ก็ห่มจีวรพาดสังฆาฏิอย่างดี แล้วยื่นบัตรสนเท่ห์ให้พระเณรอ่าน พร้อมกับพูดว่า “เอ้าลูกอ่าน อมฤตธรรมแน่นี่ เทวดาเขาใส่บาตรมา หาฟังยากตั๋ว”

ระหว่างที่พระเณรอ่าน ท่านก็พนมมือฟังไป ข้อความนั้นมีว่า

“พระผีบ้า เป็นพระเป็นเจ้า ไม่สำรวม ไม่มีศีล ไม่มีวินัย ประจบสอพลอขอของจากชาวบ้าน พระแบบนี้ถึงจะเหาะเหินเดินอากาศได้ ก็ไม่นับถือเป็นพระ ให้รีบออกจากวัดไป ถ้าไม่ไปจะเอาลูกตะกั่วมาฝาก”

พระเณรอ่านจบท่านก็พนมมือสาธุ แล้วพูดว่า

“เอาเก็บไว้ใต้แท่นพระบูชาเด้อ โลกธรรมแปดมันนี่เอง แต่ก่อนได้ยินแต่ชื่อว่า มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีสรรเสริญ-มีนินทา มีสุข-มีทุกข์ โอ้ยของดีตั๋วนี่ สาธุ...พ่อได้ฟังแล้วแก่นธรรมเพิ่งมามื่อนี่(วันนี้)เอง เก็บไว้ เก็บไว้”

ผู้มีปัญญานอกจากจะไม่หวั่นไหวเสียงตำหนิแล้ว ยังเห็นประโยชน์ของคำตำหนิด้วย พระอาจารย์ทองรัตน์เป็นแบบอย่างของผู้มีปัญญาที่มองเห็นธรรมแม้กระทั่งจากคำต่อว่าของญาติโยม มิใช่แค่ธรรมธรรมดาแต่เป็น “อมฤตธรรม” ของ “เทวดา” เลยทีเดียว

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved