คิดถึงหลวงพ่อ >
ความเมตตาและปัญญาของหลวงพ่อ
กลับหน้าแรก

ความเมตตาและปัญญาของหลวงพ่อ
ธีรพล นิยม

ผมโชคดีที่ได้ไปกราบหลวงพ่อที่วัดป่าสุคะโตเมื่อราวปี๒๕๓๕ ด้วยความกรุณาของคุณสุภาพ ดีรัตนา  กัลยาณมิตรผู้ชักชวนไป เพียงช่วงเวลาสั้นๆยามบ่ายที่ได้สนทนากับท่าน ผมได้สัมผัสความเมตากรุณาที่แผ่ออกมาจากใจของหลวงพ่ออย่างล้นเหลือ เมื่อรุ่งสางผมก็ได้ซาบซึ้งจากน้ำเสียงที่ใสและก้องกังวาลเปี่ยมไปด้วยเมตตาจากคำเทศน์ซื่อๆสั้นๆของหลวงพ่อแม้จะไม่เข้าใจในคำสอนมากนัก หลวงพ่อเริ่มมาอยู่ในใจผมตั้งแต่นั้นมา

๖ ปีหลังจากนั้นหลวงพ่อเมตตาบวชให้ผมแม้นเป็นการบวชช่วงสั้นๆในพรรษา ผมจำได้ว่าหลังจากเสร็จพิธีในโบสถ์และมีการถ่ายรูปพระใหม่กับหลวงพ่อและพระอาจารย์ไพศาลเพื่อเป็นที่ระลึก หลวงพ่อฉุดมือผมขึ้นมาขณะที่จะคุกเข่าลงนั่งระหว่างพระเถราจารย์ทั้งสองท่านพร้อมพูดกับผมว่า"ตอนนี้เราต่างเป็นลูกพระพุทธเจ้า เราศีลเสมอกันแล้ว" หลวงพ่ออ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคนเสมอ ในระหว่างที่ผมบวชแม้จะไม่ได้พบกับหลวงพ่อมากนักเนื่องจากหลวงพ่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านท่ามะไฟหวานและละแวกใกล้เคียงทั่วอำเภอแก้งคร้อ จึงมีภารกิจมาก แต่เมื่อมีโอกาสได้ฟังเสียงเทศน์ที่ใสซื่อและทำวัตรเช้าบนศาลาไก่กับหลวงพ่อก็จะได้รับไออุ่นและกำลังใจจากความเมตตาและปัญญาของหลวงพ่อเสมอ

เมื่อลาสิกขาแล้วหลวงพ่อได้ให้ความเมตตาต่อครอบครัวผมและมิตรสหายอย่างยิ่งอีกครั้ง โดยการรับนิมนต์นำพวกเราไปจาริกแสวงบุญณ.สังเวชนียสถานทั้ง๔ ประเทศอินเดีย เกือบ๒สัปดาห์ ในช่วงนี้เองที่ผมได้ใกล้ชิดและเห็นวัตรปฎิบัติที่สมถะเรียบง่ายไม่เป็นภาระแก่ญาติโยมเลย จนพวกเราแทบจะลืมไปว่ามีพระเถระชั้นผู้ใหญ่นั่งสงบนิ่งอยู่บนรถ คอยพวกเราที่เพลิดเพลินกับการแวะซื้อของข้างทางที่เราต้องเดินทางไกลกันแทบทุกวัน และเมื่อถึงที่พักท่านก็จะเข้าที่พักทันทีเพื่อไม่ให้เป็นภาระของญาติโยมที่พยายามจะถวายน้ำปานะและอื่นๆด้วยเกรงว่าท่านจะอ่อนเพลียจากการเดินทางอันยาวนานท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ

สิ่งที่ผมได้ซึมซับจากหลวงพ่ออีกเรื่องหนึ่งคือวัตรปฎิบัติที่สำรวมของหลวงพ่อที่แสดงถึงความน้อมตัวถวายความเคารพที่แสดงถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพุทธเจ้าตั้งแต่การนำพวกเราก้มลงกราบสวดมนต์ภาวนาบางครั้งก็เทศนาสั้นๆ เมื่อเดินทางถึงทุกสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จ นอกจากนี้หลวงพ่อยังมีความรู้เรื่องพุทธประวัติที่นำมาเล่าให้เราได้รู้สึกใกล้ชิดกับพระพุทธองค์มากขึ้น

หลังจากนั้นผมก็แทบจะไม่ได้ไปกราบหลวงพ่อเลย จนหลวงพ่อป่วยหนักครั้งแรกที่โรงพยาบาลจุฬาฯผมมีโอกาสได้ยืนอยู่ขอบเตียงขณะที่หลวงพ่อมีอาการหายใจติดขัดเป็นอันมาก แต่หลวงพ่อก็อยู่ในอาการที่สำรวมสงบระงับและพยายามช่วยตัวเองจนถึงที่สุด ในขณะที่ผมถูกครอบงำด้วยจิตปรุงแต่งจนแทบจะหายใจไม่ออก หลวงพ่อมีชีวิตยืนยาวมาได้อีกหลายปีเหนือความคาดหมายของหมอ ผมมีโอกาสได้กราบหลวงพ่อบ้างเมื่อท่านลงมาเทศนาบ้างมาตรวจร่างกายบ้างจึงทราบจากหลวงพี่ตุ้มว่าท่านเมตตาอุทิศตนเพื่อธรรมเสมอในทันทีที่สภาพร่างกายอำนวยให้ดังที่ผมได้ฟังธรรมจากตัวท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปีที่แล้วที่สวนโมกข์กรุงเทพ

ผมได้ไปกราบเยี่ยมหลวงพ่อเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อต้นปีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่านพูดได้เล็กน้อยอย่างสงบว่า"พวกเราไม่ต้องเป็นห่วงหลวงพ่อ หลวงพ่อไม่กลัวตาย"เป็นธรรมจากปากหลวงพ่อที่ผมและครอบครัวได้รับเป็นครั้งสุดท้าย

ผมทราบจากหลวงพี่ตุ้มว่าหลวงพ่อเผชิญหน้ากับทุกขเวทนาทางกายอย่างหนักตลอดการป่วยในช่วง ๗ เดือนสุดท้ายและละสังขารอย่างสงบและสง่างามอันเนื่องจากปัญญาบารมีที่หลวงพ่ออุทิศตนเพื่อการเจริญสติภาวนามาตลอดชีวิต

 แม้หลวงพ่อจะละสังขารไปแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งความสมถะ ความเมตตา และปัญญา จะยังอยู่ในใจของศิษย์ทุกคน ตราบที่ยังปฏิบัติตนตามรอยท่านที่บำเพ็ญตนเป็นแบบอย่างมาตลอดชีวิต


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved