คิดถึงหลวงพ่อ >
มนต์ของหลวงพ่อ
กลับหน้าแรก

“มนต์” ของหลวงพ่อ
รสนา โตสิตระกูล

ดิฉันรู้จักหลวงพ่อคำเขียนประมาณปี ๒๕๒๐ ในงานอบรมถวายความรู้พระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นที่วัดทองนพคุณ รู้สึกตั้งแต่แรกพบหลวงพ่อว่าเวลาอยู่ใกล้ท่านรู้สึกเย็น เหมือนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่ผู้อยู่ใต้ร่มไม้ มารู้ภายหลังว่าท่านเป็นพระกรรมฐานสายหลวงพ่อเทียน
ดิฉันและหลวงพี่ไพศาลสมัยที่ยังเป็นฆราวาสและเพื่อนๆ อีกหลายคน ได้มีโอกาสมาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ กิจกรรมแรกที่จำได้คือการนำผ้าป่าชื่อ “ผ้าป่าข้าว” มาทอดที่วัดภูเขาทอง พวกเราน่าจะเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นแรกๆ ที่เดินทางขึ้นเขาไปหาหลวงพ่อที่วัดภูเขาทอง สมัยนั้นยังไม่มีรถขึ้นเขาสะดวกเหมือนปัจจุบัน
เมื่อหลวงพี่ไพศาลบวชและได้มาพำนักที่วัดป่าสุคะโต ซึ่งเป็นวัดที่ต่อขยายมาอีกชุมชนหนึ่งบนภูโค้ง สมัยที่ดิฉันทำงานในโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มีโอกาสลางานช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน มาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าสุคะโตติดต่อกันประมาณ ๒–๓ ปี (๒๕๒๘-๒๕๓๐) โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในการปฏิบัติธรรม และใช้เวลาวันละ๑–๒ ชั่วโมง แปลหนังสือไปด้วย หนังสือที่แปลในระหว่างอยู่ที่วัดป่าสุคะโตคือ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” ของมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ และหนังสือ “เดิน..วิถีแห่งสติ” ของท่านติช นัท ฮันห์ ซึ่งหลวงพ่อได้เขียนคำนำให้ด้วย พวกเราที่อยู่พรรษาในปีนั้น เช่นพระธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ลงมือเขียนด้วยลายมือ ชีแมวและฮุ้งช่วยกันผลิตเป็นหนังสือทำมือเพื่ออภินันทนาการ ให้กับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งพระและฆราวาสตอนออกพรรษา
การปฏิบัติธรรมในพรรษา ๓ เดือน ที่วัดป่าสุคะโตช่วงนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับชีวิตของตัวดิฉันในกาลต่อมา การฝึกสติด้วยการเคลื่อนไหว ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของจิตใจตามการปรุงแต่งของความคิดและกิเลสที่เข้ามาผลักดันให้เรากระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในรูปของเหตุผลที่น่าเชื่อถือ สติเป็นเครื่องป้องกันที่ช่วยไม่ให้เราถูกกิเลสล่อลวงและลากจูงไปกระทำสิ่งต่างๆ ตามที่ถูกปรุงแต่ง แม้ว่าการต่อสู้กับกิเลสที่ผลักดันให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บางครั้งจะทำได้ยากเย็นเหมือนหยุดสัตว์ที่มีกำลังมากที่ลากพาเราไป ต้องมีสติที่กล้าแข็งจึงจะชะลอและหยุดได้ การปฏิบัติเจริญสติช่วยให้เกิดความไวในการรู้สึกตัว และยับยั้งความเสียหายจากการกระทำตามกิเลสที่ผลักดัน
คำสอนของหลวงพ่อคำเขียน ๒ เรื่องที่ดิฉันระลึกไว้เหมือนมนต์ที่อาจารย์ให้ไว้คุ้มครองตัวคือ “การกระทำใดที่ทำให้จิตใจสูญเสียความเป็นปกติ ให้รู้ว่ากิเลสกำลังหลอกเรา ไม่ว่าจะมีเหตุผลดีเพียงใดก็ตาม” การระลึกถึงคำสอนของท่านเท่ากับเรียกสติกลับมาเสมอ
ส่วนเรื่องที่ ๒ หลวงพ่อแนะนำให้เจริญสติอยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ต้องรอให้มีเวลาว่างเป็นชั่วโมง ท่านบอกว่าให้ฝึกสติทุกครั้งที่ระลึกได้ “ให้ฝึกสติเหมือนแม่ค้าที่ขึ้นมาขายของบนรถไฟ ฉวยโอกาสขายของทุกครั้งที่มีโอกาส แม้มีเวลาน้อยเพียง ๕ นาที” 
การได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อในการฝึกปฏิบัตินั้นเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับดิฉันในการวางจิตวางใจที่ถูกต้อง ไม่ให้ไขว้เขวออกนอกเส้นทางธรรมในการทำงานทางสังคมของดิฉันในปัจจุบัน
การใช้ชีวิตช่วงปีท้ายๆ ของหลวงพ่อท่ามกลางสังขารที่ป่วยไข้ แต่ท่านอยู่เพื่อแสดงให้ลูกศิษย์ได้เห็นว่า การแยกทุกข์ทางกายออกจากใจเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ท่านมีจิตใจที่ปกติ ไม่มีความทุกข์ใจไปตามทุกข์ทางกาย ท่านได้แสดงให้เราเห็นจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่ท่านจะละจากสังขารนี้ไปว่า สติจะเป็นเครื่องมือที่ทรงอานุภาพที่ช่วยให้เราพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

ดิฉันขอกราบหลวงพ่อด้วยความสำนึกในความเมตตากรุณาของท่านที่มีต่อศิษย์เสมอมา


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved