คิดถึงหลวงพ่อ >
สัจธรรมแห่งชีวิต
กลับหน้าแรก

สัจธรรมแห่งชีวิต
แม่ชีเมี่ยวฉือ

เมี่ยวฉือเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อคำเขียน เพราะผลบุญที่ได้สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน เมี่ยวฉือบวชในเมืองไทยที่วัดป่าสุคะโตได้ ๕ ปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลวงพ่อเป็นทั้งครูและพ่อ คำสอนของหลวงพ่อทำให้เมี่ยวฉือ มีสติตื่นรู้  เกิดปัญญา สมาธิ ใจมีสติ เข้าถึงวิปัสนา ขจัดความหลงและอวิชชา ความทุกข์ก็ค่อยๆ คลายไป

เมี่ยวฉือเกิดที่เมืองจีน แต่ชีวิตจริงเกิดที่เมืองไทยในวัดป่าสุคะโตจากคำสอนของหลวงพ่อ เมี่ยวฉือจะดำเนินชีวิตตามคำสอนของหลวงพ่อต่อไป

ในช่วงวาระสุดท้ายของหลวงพ่อ เมี่ยวฉือมีบุญมากที่ได้รับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อ ได้เห็นอาการที่เปลี่ยนแปลงของหลวงพ่อ เชื่อว่ายิ่งนานวันสังขารของหลวงพ่อมีเวทนามากขึ้น แต่เมี่ยวฉือเห็นว่าท่าทางและสีหน้าของ      หลวงพ่อดูสงบเย็นและเบิกบาน หน้าตาไม่มีริ้วรอยความเจ็บปวด ดูจากภายนอกไม่สามารถจะรู้ถึงอาการของหลวงพ่อได้เลย

กิจวัตรของหลวงพ่อทุกๆ วันตื่นแต่เช้ามืด แปรงฟัน ล้างหน้า สรงน้ำ ถ่ายหนักเบาโดยปกติไม่ต้องให้ใครช่วย หลังจากทำธุระเสร็จแล้วพระอาจารย์ที่ดูแลหลวงพ่อจะช่วยกันทำแผลที่คอ แล้วหลวงพ่อจะออกมาข้างนอก เดินจงกรม ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้ จากนั้นจะอ่านจดหมาย เขียนหนังสือธรรมะ ดูแล้วเหมือนหลวงพ่อไม่ใช่ผู้ป่วย  ที่เห็นทุกวันคือรอยยิ้มของหลวงพ่อและความสงบเบิกบาน ทำให้เมี่ยวฉือมีความหวังว่าหลวงพ่อคงสามารถสู้กับโรคมะเร็งได้ ไม่เคยคิดว่าหลวงพ่อจะจากไปเร็วถึงขนาดนี้

แม้ว่าร่างกายของหลวงพ่อจะมีเวทนามาก แต่เมี่ยวฉือไม่เคยเห็นหลวงพ่อแสดงออกมาทางสีหน้าเลย เห็นแต่หลวงพ่อพักผ่อนแบบสบายๆ อยู่บนเตียง วันที่ ๒๒ ส.ค. เช้าวันสุดท้ายที่เมี่ยวฉือได้เห็นรอยยิ้มของหลวงพ่อ เวลานั้นหลวงพ่อกำลังบริหารร่างกายด้วยท่านั่งเหยียดขา ยื่นมือแตะปลายเท้า เมี่ยวฉือยังพูดอยู่ว่าหลวงพ่อตัวอ่อนขนาดนั้นดูแข็งแรงกว่าเมี่ยวฉือ แล้วหลวงพ่อก็ยิ้ม ยิ้มนั้นดูบริสุทธิ์งดงามเหมือนเด็กน้อยอายุ ๓ ขวบ แววตาดูสดใสเป็นประกาย หน้าตาผ่องใส เป็นรอยยิ้มที่เมี่ยวฉือไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนเลย เมี่ยวฉือเกิดปิติ  แต่ชีวิตไม่แน่นอน สัจธรรมสอนเราให้รู้ถึงความไม่เที่ยง ใครจะคาดคิดว่าเช้ามืดวันต่อมาฟ้ายังไม่สว่างหลวงพ่อก็จากเราไปแล้ว

ประมาณตี ๔ ครึ่งเสียงโทรศัพท์ดัง บอกให้เมี่ยวฉือรีบไปกุฏิหลวงพ่อ ตอนนั้นหลวงพ่อหายใจลำบาก พระอาจารย์ผู้ดูแลกำลังยุ่งกับการให้ออกซิเจนและยา ผ่านไปสักพักหลวงพ่อหายใจได้ดีขึ้นเล็กน้อย ตอนนั้นทุกคนก็โล่งใจขึ้น หลวงพ่อบอกกับพวกเราว่าขอกระดาษกับปากกา และเขียนบอกลาพวกเราว่า “พวกเรา ขอให้หลวงพ่อตาย”

แล้วหลวงพ่อก็ไหว้พวกเราเพื่อแสดงความขอบคุณที่ช่วยดูแลและช่วยเหลือในยามที่ป่วย หลังจากนั้น ๑๕ นาทีหลวงพ่อก็จากไปอย่างสงบ

หลวงพ่อแสดงสัจธรรมให้พวกเราเห็นว่าไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดกาล มีแต่ร่างกายแก่ ร่างกายเจ็บ ร่างกายตาย แต่ใจไม่มีทุกข์ หลวงพ่อเคยเทศน์บอกเราว่าพระอรหันต์ก็แก่ เจ็บ ตายไปเหมือนกัน เพียงแต่ใจไม่เป็น หลวงพ่อบอกพวกเราคนที่จิตใจพ้นทุกข์ก็คือพระอรหันต์ 


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved