คิดถึงหลวงพ่อ >
พ่อ
กลับหน้าแรก

พ่อ
ไก่ ราชสุดา

ข้าพเจ้าพบหลวงพ่อคำเขียนเมื่อได้พานักศึกษาหูหนวกจากวิทยาลัยราชสุดามาเข้าโครงการบวชเนกขัมมะ ที่วัดป่าสุคะโตในช่วงวันที่ ๒๒ มีนาคม – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๖ หลวงพ่อมาแนะนำคณะพระอาจารย์ และได้ชมสื่อบทสวดมนต์ภาษามือที่พวกเราเตรียมมา ท่านสอนให้คนหูหนวกไหว้และกราบอย่างงดงาม เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสถึงความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อพวกเรา

แทบทุกวันของการบรรยายธรรม ข้าพเจ้าในฐานะล่ามภาษามือจะได้นั่งบนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ข้างๆ หลวงพ่อที่นั่งบนเก้าอี้ตัวสูงกว่า เพราะท่านกลัวคนหูหนวกจะไม่เห็นภาษามือ จึงให้ล่ามนั่งสูงขึ้นและนั่งอยู่ข้างๆ ท่านเพื่อให้ล่ามได้ยินเสียงท่านชัดเจนโดยท่านไม่ถือสา พระอาจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวกับพวกเราว่า “พวกเราโชคดีมากที่หลวงพ่อเมตตามาเทศน์ให้คณะของพวกเราฟังทุกวัน พระอาจารย์มาบวชตั้งนานยังไม่ค่อยมีโอกาสอย่างพวกเราเลย” ได้ฟังแล้วอบอุ่นใจและซาบซึ้งสำนึกในความเมตตาของท่านมาก โครงการนี้เป็นความกรุณาของหลวงพ่อที่ท่านเห็นว่าแม้จะเป็นคนหูหนวกหรือพิการใดๆ ก็สามารถปฏิบัติธรรม เข้าถึงธรรมะได้ทุกคน ท่านจึงอนุญาตให้มาบวชและอยู่ปฏิบัติที่วัด โดยท่านได้กรุณามาโกนหัวและทำพิธีบวชให้กับคนหูหนวกที่เข้าร่วมโครงการ  ทั้งยังอนุญาตให้พวกเราสวดมนต์ด้วยภาษามือ รวมถึงบรรยายธรรมและให้กำลังใจพวกเราทุกคนอยู่เสมอ ท่านให้คนหูหนวกได้มีโอกาสไปบิณฑบาตร่วมกับพระภิกษุ ท่านบอกว่าคนหูหนวกก็ให้พรญาติโยมด้วยภาษามือ หรือไม่ก็คิดเป็นภาษามืออยู่ในใจก็ได้ รวมทั้งให้คณะของเราได้จาริกไปยังวัดป่ามหาวันด้วย ทำให้คนหูหนวกรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตของนักบวชอย่างแท้จริง

เมื่อวัดมีการจัดงานประชุมคณะสงฆ์ ท่านบอก “พวกเรามาช่วยหลวงพ่อทำงานด้วยนะ” ท่านให้พวกเรามีส่วนร่วมวางแผนและจัดเตรียมงานทุกอย่าง เมื่อจบงานหลวงพ่อก็ขอบคุณและชมเชย ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าปลาบปลื้มเป็นอย่างมากที่ท่านมีเมตตาต่อคนหูหนวก ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในวัดป่าสุคะโต ข้าพเจ้าอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้เห็นหลวงพ่อและรอยยิ้มของท่านเหมือนได้อยู่กับพ่อแท้ๆ และเรียกท่านว่าพ่อของพวกเรา

แม้เมื่อจบสิ้นโครงการไปแล้ว ข้าพเจ้ายังคงหาโอกาสไปวัดป่าสุคะโตเสมอ ทุกครั้งที่หลวงพ่อได้เห็นหน้าเมื่อพวกเราไปกราบ ท่านยิ้มและเรียกพวกเราว่า “ราชสุดา ราชสุดา กลับมาบ้านของเรานะ ที่นี่เป็นบ้านของเรานะ” ข้าพเจ้ายิ้มไม่หุบทุกครั้งที่ได้กราบท่าน  และได้ยินท่านเรียกพวกเราว่า “ราชสุดา ราชสุดา” แม้บางครั้งข้าพเจ้ามาเพียงคนเดียว หลวงพ่อก็จะเรียกว่า “ราชสุดา” เช่นกัน ต่อมาเมื่อข้าพเจ้ามาวัดได้บ่อยขึ้น อยู่ที่วัดนานวันขึ้น วันใดมีโอกาสได้กราบหลวงพ่อ ท่านก็จะชักชวนว่า “มา มา กลับมาบ้านเรา ไม่ต้องไปไหน มาแล้วก็อยู่นานๆ นะ ไม่ต้องกลับแล้ว” ข้าพเจ้าต้องยิ้มปลื้มทุกครั้ง ที่จริงแม้แต่การได้ยกสำรับอาหารถวายหลวงพ่อในตอนเช้าก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขไปทั้งวัน ความอบอุ่น มีเมตตาประดุจพ่อบังเกิดเกล้า ทำให้ข้าพเจ้าไม่คิดที่จะไปเสาะหาครูบาอาจารย์ที่ใดอีก และอยากจะกลับมาที่สุคะโตเสมอ

แม้ข้าพเจ้าจะไม่ได้ยินชื่อ “ราชสุดา ราชสุดา” อีกแล้ว ไม่ได้ยินคำชักชวนให้ “กลับมาบ้านของเรานะ” ไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นสดใสและเปี่ยมด้วยเมตตาของหลวงพ่ออีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นยังประทับอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจดจำท่านด้วยหัวใจ หลวงพ่อจึงมิได้หายไปไหน หากแต่ท่านยังคงอยู่ในธรรมะที่ได้มอบให้เราทุกคนได้ปฏิบัติตาม เพื่อไปสู่มรรคผลนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved