คิดถึงหลวงพ่อ >
ที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่ญาติมิตรที่เพิ่งพบกัน
กลับหน้าแรก

ที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่ญาติมิตรที่เพิ่งพบกัน
หัทยา อารีย์การเลิศ

เป็นวาสนาที่ตัดสินใจไปเก็บอารมณ์ที่วัดป่าสุคะโตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หน้าหนาวที่วัดป่าสุคะโตเย็นยะเยือกเหมือนเช่นทุกปี  อากาศ ๘- ๑๐ กว่าองศา ไม่นึกว่านี่จะเป็นหน้าหนาวสุดท้ายที่ได้พบหลวงพ่อ

ทางจงกรมในลานหินไม่มีที่สงัดไร้ผู้คน นอกจากการปลีกตัวเข้าไปอยู่ในป่า เป็นธรรมชาติที่จะมีผู้คนเดินผ่านไปมา หากการฝึกฝนกับการตื่นรู้ รู้สึกตัว การมีสิ่งเร้าเข้ามากระทบ เป็นเรื่องปกติของการฝึก

การฝึกฝนที่เริ่มตั้งแต่ตี ๓ กับการเตรียมทำวัตรเช้าที่อากาศหนาว เสียงหลวงพ่อเทศน์ในช่วงเช้าตรู่เตือนใจให้เร่งปฏิบัติ  ธรรมะที่หลวงพ่อสอนเป็นเรื่องการปฏิบัติล้วนๆ กว่าเรานักปฏิบัติใหม่จะฟังหลวงพ่อเข้าใจก็เมื่อเข้าปีที่ ๒  จากความไม่ตั้งใจ ละเลย ไม่ต่อเนื่อง หลงๆ ละๆ ไปตามสภาพสังคม ธรรมะของหลวงพ่อชี้ทางให้ก้าวเดินจากความไม่รู้ หากทำไปโดยไม่ตั้งคำถามใช้ความคิดให้น้อย เกิดความเข้าใจจากการลงมือทำ ที่ไม่เข้าใจเพราะทำไม่มากพอนั่นเอง 

เป็นความคุ้นเคยของคนในวัด ที่จะเห็นหลวงพ่อมาเทศน์ที่หอไตรในตอนเช้าตรู่ เมื่อท่านสอนธรรมน้ำเสียงท่านสงบเย็น ท่านเล่าถึงประสบการณ์จริงแห่งการเข้าถึงความปราศจากทุกข์ ที่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง การเพียรสร้างหน่อโพธิในชีวิตของท่าน บางครั้งก็เล่าถึงบรรยากาศของวัดป่าสุคะโตเมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน ที่แถวนี้ก่อนยังมีเสือ สัตว์ร้ายมากมาย เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของลำน้ำลำปะทาว  ความสำคัญแห่งการนำน้ำสะอาดคืนสู่ธรรมชาติผ่านงานธรรมยาตรา   

บางเช้าหลังทำวัตร ท่านจะมานั่งทำงานเงียบๆ ที่กุฏิหลังองค์พระและเดินที่ลานจงกรม บางครั้งท่านจะมากับหลวงตากรม ลานหินโค้งที่มีเสียงลมพัดกระทบยอดไม้ไหวลู่ตามลม  บรรยากาศในวัดเงียบสงบเอื้อต่อการปฏิบัติ คนในวัดจะพบท่านเดินอยู่ในบริเวณวัดตามที่ต่างๆ ทั่วไป  เราไม่เคยไปกุฏิหลวงพ่อ หน้าที่เราที่พระอาจารย์สั่ง คือปฏิบัติอยู่ที่ลานจงกรมเท่านั้น 

แต่ละปีทางวัดจะมีการจัดบวชเณรและพรหมจาริณีเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ และมีการไปธุดงค์และไปค้างคืนในป่าอยู่หลายครั้ง ครั้งที่ลูกสาวสองคนมาบวชพรหมจาริณีที่วัดป่าสุคะโตเมื่อปี ๕๒ และปี ๕๓ ช่วงนั้นหลวงพ่อเพิ่งหายป่วยอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย เด็กๆ ยังเล่าว่าได้พบท่านในทุ่งกะมัง ป่าภูเขียว ป่าที่เหล่าพระสงฆ์และแม่ชีสอนให้เด็กๆ ไม่นำสัมภาระใดๆ เข้าป่าโดยไม่จำเป็น ทำข้าวในกระบอกไม้ไผ่ หรือเดินธุดงค์เป็นวันๆ ข้ามภูเขา  แม้กระนั้น เด็กๆ ก็ยังได้พบหลวงพ่อเดินทางไปด้วยเกือบทุกครั้งของการเดินธุดงควัตรฝึกฝนตน  

ในช่วงกรรมฐานเข้ม เมื่อนักปฏิบัติลงลานปฏิบัติกันแล้ว เรามักจะพบหลวงพ่อเดินไปตามลานหินโค้ง   บางครั้งท่านมาให้กำลังใจนักปฏิบัติ เรายังจำได้เมื่อท่านพูดว่าหน้าหนาวนี้ปฏิบัติดีนัก มีผู้บรรลุธรรมในหน้าหนาวมากนัก ให้ตั้งใจปฏิบัติ

เช้าวันสิ้นปีต่อวันปีใหม่มีลูกศิษย์มาเต็มวัด บรรยากาศในวัดกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังทำวัตรเย็น นักปฏิบัติต่างแยกย้ายเข้าปฏิบัติในลานหินโค้งเพื่อปฏิบัติธรรมข้ามปี ปีนี้หลวงพ่อลงเทศน์ชี้ทางปฎิบัติ และเทศน์ในช่วงข้ามคืนปีใหม่เกือบชั่วโมง เป็นพรปีใหม่อันมีค่า

ความสงบเย็นของท่านเป็นต้นแบบ  การพ้นทุกข์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง  “สึกแต่กาย ใจเป็นพระ”  ท่านสั่งเราถึง ๓ ครั้ง  เมื่อเราไปลาสิกขาในวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๗ ท่านบอกเราเรียบๆ ว่าหลวงพ่อคงอยู่ไม่นานแล้ว  เราไม่นึกเลยว่านั่นจะเป็นคำพูดคำสุดท้ายที่เราได้ยิน

วันที่ ๖ กรกฎาคม  ได้ไปกราบท่านที่กุฎิและทราบว่าท่านฉันทางสายยางเท่านั้น เมื่อเราไปกราบท่านปัดมือไล่ ทราบว่าท่านเขียนบอกลูกศิษย์ในช่วงป่วยครั้งนี้ว่า ไม่ต้องห่วงท่าน ให้ห่วงตนเอง ให้เร่งปฏิบัติ  ทางแห่งการพ้นทุกข์มีจริง หลวงพ่อที่เราเห็นในวันนั้น ดูเป็นปกติ  ท่านนั่งอยู่ที่ลานด้านนอกกุฏิ เขียนหนังสือตามลำพัง มีการดูแลอยู่รอบนอก และเสียงลูกศิษย์ที่มาเยี่ยมท่านคุยกันเบาๆ อยู่ห่างๆ  

วันนี้วัดป่าสุคะโตไม่มีหลวงพ่อแล้ว  เหลือไว้เพียงรอยมือที่ท่านทำ ท่านสร้าง ท่านสอน ท่านสั่ง  วัดป่าสุคะโตในวันที่ไม่มีหลวงพ่อ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ หากคำสอนของท่านยังมีอยู่ให้เราเดินตามแนวทางปฏิบัติของท่าน ของหลวงปู่เทียน  บนเส้นทางที่มีอยู่จริง ...หากลงมือทำจริง 


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved