คิดถึงหลวงพ่อ >
รู้ซื่อๆ
กลับหน้าแรก

รู้ซื่อๆ
อรุณจิตรา

ข้าพเจ้าเดินทางไปสุคะโตครั้งแรกเมื่อกว่าสิบปีก่อน ไปด้วยคำสั่งของเจ้านายที่ให้ไปช่วยเป็นลูกมือ ‘พี่ตุ้ม’ (ปัจจุบันคือ พระอาจารย์สันติพงษ์ เขมะปัญโญ) ซึ่งกำลังจัดภาวนาให้กับคนหูหนวกในวัด เมื่อไปถึงก็เห็นหลวงพ่อยืนอยู่ที่ลานหินระหว่างโรงครัวกับหอฉันและเอ่ยทักทาย ข้าพเจ้าก้มกราบโดยที่ขณะนั้นข้าพเจ้าไม่รู้ว่าพระสงฆ์ใจดีรูปนั้นคือหลวงพ่อคำเขียน การอยู่วัดครั้งนั้นข้าพเจ้าอยู่ในครัวเป็นหลักและประกอบกับตัวเองก็ไม่ได้มีความสนใจด้านการปฏิบัติธรรมมากนักจึงไม่ได้เรียนรู้การปฏิบัติใดๆ เลยแม้แต่อย่างเดียว ซึมซับเพียงบรรยากาศของวัดที่ร่มรื่น เบาสบาย ปลอดโปร่ง

หลังจากนั้น ๒-๓ ปี ก็มีโอกาสไปปลูกต้นไม้ที่สุคะโต ได้ฟังเทศน์ของหลวงพ่อ แต่ด้วยความเบาปัญญาของตัวเองก็รู้สึกว่าฟังแล้วเหมือนจะเข้าใจแต่ไม่เข้าใจอะไรเลย แม้กระทั่งคำง่ายๆ เช่น หลง กับ รู้ ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง หลวงพ่อมาเทศน์และสอนการปฏิบัติในที่ทำงานของข้าพเจ้า นั่นเป็นครั้งแรกๆ ที่ข้าพเจ้าได้นั่งฟังหลวงพ่อและทดลองปฏิบัติเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ต้องกระโดดวิ่งวุ่นจัดการนั่นนี่ดังที่ผ่านมา ในขณะที่หลวงพ่อกำลังสอนการเคลื่อนมือ 14 จังหวะนั้น มีจังหวะเปลี่ยน จากการยกมือค้างไว้เป็นวางมือลงบนเข่า หลวงพ่อถามขึ้นว่า “ตอนนี้มืออยู่ที่ไหน” ข้าพเจ้าและทุกๆ คนตอบว่า “อยู่บนเข่า” ข้าพเจ้านึกอยู่ในใจว่า---หลวงพ่อกำลังสอนเด็กอนุบาล หลวงพ่อถามต่อไปว่า “รู้ได้อย่างไรว่ามืออยู่บนเข่า” ทุกคนในห้องเงียบก้มมองมือตัวเองกันอย่างงงๆ ข้าพเจ้านึกหัวเราะอยู่ในใจอีก---เมื่อไม่มีใครตอบ หลวงพ่อก็บอกว่า “มือวางอยู่บนเข่าแน่หรือ รู้ได้อย่างไร ถ้าหลวงพ่อบอกว่ามืออยู่ที่อื่นจะเชื่อหลวงพ่อไหม” ทุกคนในห้องส่ายหน้าว่า “ไม่เชื่อ” หลวงพ่อพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะว่า “อ้าว ไม่เชื่อหรอกหรือ หลวงพ่อเป็นหลวงพ่อเชียวนะ เป็นอาจารย์ เป็นพระ อาจารย์พูดอะไรก็ต้องเชื่อสิ ต้องเชื่อหลวงพ่อทีเดียวนะ” ทุกคนในห้องก็หัวเราะฮาขึ้นมา หลวงพ่อก็หัวเราะด้วยแล้วจึงสอนต่อไปว่า “การรู้เป็นแบบนี้ รู้ด้วยตัวเอง เรียกว่า รู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ รู้ตรงๆ การรู้เช่นนี้ไม่ใช่ความหลง ไม่ต้องกลัวใครหลอก ไม่ต้องให้ใครมาบอก เป็นความมั่นใจ ไม่ต้องอ้างคัมภีร์ นี่คือการรู้” เท่านั้นเองข้าพเจ้าก็ตาสว่าง

หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้กราบหลวงพ่ออีกหลายครั้ง แม้จะไม่เคยได้ร่วมคอร์สปฏิบัติในวัดป่าสุคะโตจริงจัง แต่ก็มีความเข้าใจบางเรื่องมากขึ้น คำสอนของหลวงพ่อนั้นเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เฉียบคมนัก

เมื่อได้ทราบข่าวว่าหลวงพ่อสิ้นลมข้าพเจ้ารู้สึกใจหายแม้จะทราบเรื่องความเจ็บป่วยของหลวงพ่อมาเป็นระยะแล้วก็ตาม เมื่อวันพุธที่ ๒๗ ส.ค.ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้กราบสรีระของหลวงพ่ออีกครั้ง ได้เห็นคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อ เห็นความเพียร ความตั้งมั่น ความแจ่มใส ก็รู้ได้ว่า แท้จริงแล้วหลวงพ่อไม่ได้จากไปไหนเลย หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ ยังคงมีชีวิตสืบเนื่องอยู่ในตัวของพระอาจารย์ ของคณะสงฆ์ ลูกศิษย์ของท่าน หลวงพ่อยังเป็นกัลยาณมิตรอยู่ดังที่ท่านกล่าวไว้เลยทีเดียว


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved