กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ > เดินเพื่อสันติปัตตานี ทำไม อย่างไร

กลับหน้าแรก

เดินเพื่อสันติปัตตานี ทำไม อย่างไร
สัมภาษณ์พระไพศาล วิสาโล
โดย ข่าว ๓ มิติ
วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓

แบ่งปันบน facebook Share   

ถาม อยากเรียนถามพระอาจารย์ถึงการเดินเท้าของอาสาสมัครสันติวิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อย่างไร

พระไพศาล ประการแรกคือ อยากให้ประชาชนที่อยู่สองข้างทางเกิดความตื่นตัวเรื่องปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี รวมทั้งช่วยส่งกำลังใจไปให้แก่ผู้คนที่นั่น นี่เป็นวัตถุประสงค์ข้อแรก เพราะว่าปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องยืดเยื้อมานาน ประการที่สอง อยากให้อาสาสมัครที่ร่วมเดินได้ฝึกฝนตนเอง ถือเป็นโอกาสปฏิบัติธรรมไปในตัว ซึ่งจะช่วยให้เกิดความพร้อมเพรียงกันในการทำงานด้านสันติภาพ เพราะว่าการทำงานด้านสันติภาพควรมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสันติจากภายใน การเดินจะมีส่วนช่วยทำให้เกิดสันติภาพ เริ่มจากสันติภาพภายในใจเรา และก้าวไปสู่การทำงานเพื่อสันติภาพในบ้านเมือง

ในวัฒนธรรมไทย เรามีการเดินที่เรียกว่าจาริกแสวงบุญ เป็นการเดินเพื่อสร้างกุศลให้แก่ตัวเอง ในการเดินจาริกแบบนี้ผู้คนจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ฝึกฝนความอดทน สร้างความเพียร ถ้าเป็นพระ เราก็เรียกว่าธุดงค์ ขณะเดียวกันเราก็เดินอย่างมีสติ ในระหว่างที่เดิน จิตเราอยู่กับการเดิน แดดร้อนแต่ใจไม่ร้อน กายเหนื่อยแต่ใจไม่เหนื่อย อันนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากการเดินแบบนี้ จะเน้นที่ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย อดทนและช่วยให้เกิดความสงบสันติภายในแม้ว่าจะอยู่ในโลกที่วุ่นวาย หรือร้อนแดดก็ตาม

ถาม การเดินทางครั้งนี้ระยะทางยาวไกลถึง ๑,๑๐๐ กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะเดินกันไปได้อย่างไร

พระไพศาล การเดินระยะทางไกลๆ สิ่งที่สำคัญอยู่ที่จิตใจ จริงๆ แล้วเราไม่ได้เดินด้วยเท้า แต่เราเดินด้วยใจ ถ้าหากว่าเราวางจิตวางใจเป็น เราสามารถเดินได้นานเป็นวัน ร่างกายเราพร้อมจะเดินทางไกลได้ ถ้าใจเราพร้อมที่จะเดิน โดยมีสติและสมาธิกับการเดิน อย่าไปพะวงกับจุดหมายปลายทาง เพราะถ้าเอาแต่คิดถึงจุดหมายปลายทางก็จะท้อ กังวล ถ้าเดินอย่างรีบจ้ำรีบเดินก็จะปวดเมื่อยเร็ว เดินได้ไม่นานก็จะขาพลิกขาแพลง แต่ถ้าเดินไปสบายๆ ถึงเมื่อไรก็ช่าง ให้จุดหมายอยู่ที่ปลายเท้า เราจะเดินได้นาน นี่เรียกว่าเดินเป็น เดินได้กับเดินเป็นไม่เหมือนกัน คนที่เดินได้อาจจะเดินไม่เป็นก็ได้ ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย ยิ่งเดินยิ่งทุกข์ แต่ถ้าวางใจเป็น แม้กายจะเหนื่อยแต่ใจก็ไม่เหนื่อย กายร้อนแต่ใจไม่ร้อน นี้เป็นเรื่องที่เราฝึกได้

ให้เข้าใจว่าที่เราเดินกันนี้ เราเดินเพื่อสันติภาพใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเดินเพื่อสันติสุขในใจเรา ในแต่ละก้าวที่เดิน ให้เราเดินอย่างมีสติ จะเดินกี่ชั่วโมง กี่กิโลเมตรไม่สำคัญ อยู่ที่คุณภาพของการเดิน อยู่ที่คุณภาพของจิตใจ ขณะเดียวกันในการเดินแต่ละวัน จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ถ้าเราเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน แม้จะมีความเห็นที่ต่างกันก็ไม่เป็นไร อาตมาคิดว่าสันติภาพเกิดขึ้นได้เมื่อเรายอมรับความเห็นที่แตกต่างกัน

คณะที่มาเดินก็เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของคนไทยที่มีความหลากหลาย และถ้าเราสามารถเดินอย่างมีสันติภายใน ท่ามกลางพวกเรากันเอง ซึ่งแม้จะมีความเห็นต่างกัน แต่เราก็มีความปรองดอง มีความสมานฉันท์กัน ก็จะเป็นบทเรียนที่ดีในการสร้างความสมานฉันท์และความปรองดองในสังคมส่วนใหญ่ในภาพรวม อาตมาคิดว่านี้เป็นสิ่งที่เราจะเรียนรู้ได้จากการเดิน


ถาม การเดินครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวดชายแดนภาคใต้อย่างไร

พระไพศาล อาตมาคิดว่าการเปิดใจรับความทุกข์ รับรู้สภาพปัญหาเป็นเรื่องสำคัญ การเดินก็มีข้อดีตรงที่ว่าทำให้เรารับรู้ข้อเท็จจริงที่ไม่เหมือนการนั่งรถ หรือนั่งเครื่องบิน หรือการรับรู้ผ่านสื่อ แต่เราจะรับรู้ข้อเท็จจริงด้วยสายตาของเราเอง เราจะได้สัมผัสกับชุมชนท้องถิ่น จะทำให้เห็นปัญหาในระดับท้องที่ ในระดับรากหญ้า ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นว่าอะไรคือปัญหา การเดินอย่างนี้ยังเป็นโอกาสในการสร้างสะพานมิตรภาพระหว่างผู้เดินกับผู้คนสองข้างทาง โดยเฉพาะเมื่อเดินไปถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาตมาคิดว่าการเดินด้วยเท้าผ่านสถานที่ต่าง ๆ สามารถนำไปสู่การเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่เรียกว่า “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” สามารถเกิดขึ้นได้จากการเดินไปช้า ๆ เดินเรื่อยๆ เปิดใจฟัง เปิดใจรับรู้ผู้คน เปิดใจรับรู้ความทุกข์ของผู้คน ถ้าเราเดินและเราเปิดใจรับรู้อย่างนี้อาตมาคิดว่าเราสามารถจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการสร้างมิตรภาพระหว่างผู้คนที่หลากหลายได้

ที่สำคัญก็คือการเดินครั้งนี้จะเป็นสื่อในการรวบรวมกำลังใจจากผู้คนตามสองข้างทาง เพื่อมอบให้แก่ประชาชนใน๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ในความทุกข์มานานหลายปีแล้ว ถ้าเขารู้ว่าคนไทยในส่วนอื่นของประเทศยังนึกถึงเขา เขาจะมีกำลังใจขึ้นมาก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved