กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ > ปัจฉิมกถาพระไพศาล วิสาโล ในงาน คน ค้น ฅน อวอร์ด ปี๒๕๕๒

กลับหน้าแรก



ฅ คน ฉบับที่ ๕๐ ธันวาคม ๒๕๕๒

ปัจฉิมกถาพระไพศาล วิสาโล  ในงาน คน ค้น ฅน อวอร์ด ปี๒๕๕๒

            ขอคารวะพระคุณเจ้า และขอเจริญพรญาติโยมทุกท่าน ทั้งที่อยู่ในห้องประชุมนี้ และก็อยู่ด้านนอก

            เชื่อแน่ว่าทุกท่านคงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับอาตมา ก็คือ มีความสุข มีความปีติ มีความอิ่มเอิบ และมีความชุ่มชื่นใจ ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามีความยินดีกับทุกท่านที่ได้รางวัลวันนี้ แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ เป็นความรู้สึกที่เกิดจากการที่ได้เห็นคนดีๆ ทั้งที่ได้ขึ้นมาบนเวทีและที่ได้มาอยู่ ณ ที่ประชุมนี้ ซึ่งหลายๆ ท่าน พวกเราก็คงจะได้รับทราบเรื่องราวของท่านซึ่งเป็นเรื่องที่บันดาลใจให้กับพวกเรา

       อาตมาเชื่อว่า คนเราทุกคนโหยหาความดี ชื่อเสียงเกียรติยศ หรือทรัพย์สิน แต่นั่นเป็นส่วนผิวเผิน ในส่วนลึกของหัวใจมนุษย์ของทุกคนโหยหาความดี  เพราะฉะนั้นเราจึงมีความสุข มีความปีติ เมื่อเห็นคนดีได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า  อาตมาเชื่อว่า หลายคนที่ได้อ่านหนังสือ  ฅ คนหรือว่าได้ดูรายการคนค้นฅน แต่ละครั้ง แต่ละอาทิตย์ แต่ละฉบับ จะมีความชุ่มชื่นหัวใจ เพราะว่านั่นคือสิ่งที่มโนธรรมสำนึกในใจของเราปรารถนา

            เราโหยหาความดี ไม่ใช่เพียงแค่ว่า มีความสุขที่ได้เห็นคนดีได้ทำสิ่งที่เป็นความประทับใจเท่านั้น แต่ยังอยากจะทำความดีด้วย มนุษย์ทุกคนอยากจะทำความดี และอาตมาเชื่อว่า เมื่อเราได้ทำความดีแล้ว เราจะมีความสุข ความดีที่เราทำนั้นเปรียบเสมือนกับน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ภายในใจให้เกิดดอกที่งดงาม ความดีหรือมโนธรรมสำนึกในใจเรานั้น ไม่มีอะไรที่จะหล่อเลี้ยงได้ดีเท่ากับการทำความดี และเมื่อได้ทำความดีแล้วจะมีความสุข ความดี โดยเฉพาะการเสียสละเพื่อผู้อื่น แม้ดูเผินๆ แล้วคือการทำให้ตัวเองลำบาก แต่ที่จริงแล้วเมื่อเราทำความดี เราให้ความสุขแก่เพื่อนมนุษย์ ความสุขนั้นไม่ไปไหนเลย จะย้อนกลับมาที่ใจเรา ทำให้เรามีความสุขอย่างลึกซึ้ง และทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีคุณค่า ได้รับการเติมเต็ม

            เมื่อใดก็ตามที่เรามีความทุกข์ หากเรามีโอกาสได้นึกถึงคนที่ทุกข์ยากกว่าและได้ทำความดีให้แก่คนเหล่านั้น เราจะรู้สึกขึ้นมาว่า มีพลังก่อเกิดขึ้นมาในใจอีกครั้งหนึ่ง ว่าไปแล้ว คนทุกข์ส่วนใหญ่นั้น เป็นเพราะเขาคิดถึงตัวเองมากเกินไป ยิ่งเราคิดถึงตัวเองมากเกินไปเท่าไร อัตตาตัวตนก็จะใหญ่ และก็จะรับแรงกระทบกระแทกจากสิ่งที่มากระทบ ทำให้มีความทุกข์ได้ง่าย

            เราทุกข์ง่ายเพราะเราคิดถึงตัวเอง แต่จะทุกข์น้อยลง และมีความสุขมากขึ้น เมื่อเราได้นึกถึงผู้อื่น

            เมื่อเราได้ทำความดีเพื่อผู้อื่น และสิ่งนี้เองทำให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ในโลก แม้ว่าจะประสบกับความทุกข์ที่มากระทบตัวเองมากเพียงใดก็ตาม

            มนุษย์ทุกคนปรารถนาจะทำความดี แต่เราก็พบว่าหลายคนรอบตัวเรา ทำไมเขาเห็นแก่ตัว ทำไมเขาเอาเปรียบ อาตมาเชื่อว่า ลึกลงไปแล้วเขามีความปรารถนาที่จะทำความดี ใจเขามีมนโนธรรม แต่ว่ามันอ่อนแรง ไม่มีแรงพอที่จะทำความดี จึงทำให้ความเห็นแก่ตัวเข้ามาครอบงำใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่ความดีหรือมโนธรรมได้รับการหล่อเลี้ยง ได้รับการเติมพลัง ก็จะกลับมีความเข้มแข็ง และสามารถเอาชนะความเห็นแก่ตัวได้ และอะไรเล่าที่จะทำให้ความดีในใจเจริญงอกงาม มีพลังขึ้นมา ถ้าไม่ใช่การได้เห็นคนดีคนเสียสละ

            เรื่องราวของคนดีๆ ที่เราได้เห็นในวันนี้จะทำให้เรามีพลัง และจะทำให้ความดีในใจของเราเจริญงอกงาม  คุณสามารถจะเอาชนะความเห็นแก่ตัว ความกลัว ความขี้ขลาดได้

            แน่ละ! เมื่อทำความดีย่อมต้องประสบกับแรงเสียดทาน ต้องประสบกับอุปสรรค ต้องประสบกับเสียงเย้ยหยัน แต่อาตมาอยากจะให้ความมั่นใจกับเราว่า เมื่อใดก็ตามที่ประสบกับเสียงเย้ยหยัน ขอให้มั่นใจว่า เรากำลังใกล้ประสบความสำเร็จแล้ว มหาตมะ คานธีเคยพูดว่าคนเรานั้น เมื่อทำความดีจะได้รับปฏิกิริยาสี่ขั้นตอนอันที่หนึ่ง คือเขาไม่สนใจ อันที่สอง เขาเยาะเย้ยถากถาง อันที่สาม เขากล่าวประณาม และกลั่นแกล้ง อันที่สี่เขายอมรับแล้ว ก่อนที่เขาจะเชิดชูสรรเสริญ เมื่อใดก็ตามที่เราถูกคนเยาะเย้ย หาว่าบ้า หาว่าโง่ ขอให้เรามั่นใจว่าเรากำลังมาถูกทางแล้ว และกำลังใกล้สู่ความสำเร็จ เพราะฉะนั้น อย่ากลัว ให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทำนั้นหากเป็นความถูกต้อง เป็นความดีงามแล้ว ก็จะนำไปสู่ความดีงามที่มีอยู่ในหัวใจของมนุษย์

            จริงอยู่ บางครั้งเราต้องประสบกับความทุกข์ ความท้อแท้ แต่อาตมาอยากจะให้ระลึกว่า ในโมงยามที่เรารู้สึกว่าเราทำมันไม่ประสบผลสำเร็จ ขอให้ตระหนักว่ามีคนเล็กคนน้อยมากมายที่อยู่รายล้อม เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเรา เราอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ได้ทำนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลง สังคมได้เลยในบางขณะ แต่ถ้ามองออกไปรอบตัว รู้หรือไม่ว่ามีคนจำนวนมากที่เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเรา

            ..คนที่มาในวันนี้ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับรางวัล แต่ก็อย่าได้รู้สึกหวั่นไหว เพราะเมื่อท่านทำความดีแล้ว ขอให้มั่นใจเลยว่าท่านจะได้รับรางวัลจากธรรมะหรือถ้าท่านเชื่อในพระเจ้า ท่านก็จะได้รับรางวัลจากพระเจ้า แต่สำหรับชาวพุทธ ธรรมะจะให้รางวัลแก่ทุกคน ไม่ว่าเป็นคนเด่นดังหรือเล็กน้อย จะให้รางวัล ให้เกิดความสุข เกิดความรู้สึกชีวิตเติมเต็มขึ้น นี่คือรางวัลของทุกคน

            อย่างไรก็ตาม สำหรับทุกท่านที่ได้ขึ้นมารับรางวัลบนเวทีนี้ อาตมาก็ขอแสดงความยินดีและอนุโมทนาด้วยขอให้ระลึกว่าชีวิตของท่านและการทำงานของท่าน เป็นเสมือนสิ่งที่สดุดีความดีงาม ความกล้าหาญ ความเข้มแข็งในใจมนุษย์ ชีวิตของท่าน การทำงานของท่านเป็นเครื่องสดุดีที่ยิ่งใหญ่กว่าดอกไม้และธูปเทียน สดุดีความดีงามในใจมนุษย์ซึ่งมีอยู่ในตัวเราทุกคน และถ้าท่านได้ตระหนัก อาตมาเชื่อว่าจะมีความมั่นใจและมีแรงบันดาลใจในการทำความดีต่อไป

            รางวัลที่ได้ให้แก่ท่านในวันนี้ อาตมาก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก พระโพธิสัตว์ที่มอบให้แก่ทุกท่านที่ขึ้นมาบนเวทีนี้ มีความหมายมากในทางพระพุทธศาสนาเพราะว่าพระโพธิสัตว์นั้นท่านเป็นตัวแทนของความดีงามที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน และตัวท่านเองก็เป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความดีงามที่กล้าที่จะอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์ พระโพธิสัตว์ในฝ่ายเถรวาทคือผู้ที่บำเพ็ญบารมีเพื่อนำไปสู่การหลุดพ้นคือโพธิญาณ แต่ในการบำเพ็ญบารมีนั้น ท่านได้ทำความดีมาก และเสียสละอย่างมาก

            พระโพธิสัตว์ชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาเป็นพระตถาคตพุทธเจ้าก็คือ พระเวสสันดร ท่านปวารณาอธิษฐานในความหมายแปลว่าตั้งจิตตั้งแต่เล็กว่า ใครขอก็ให้ แม้ดวงตา ใครขอก็จะให้ ซึ่งก็สอดคล้องใกล้เคียงกับโพธิสัตว์ในฝ่ายมหายาน ซึ่งพร้อมจะเสียสละชีวิตเพื่อขนสรรพสัตว์ให้พ้นจากความทุกข์ แต่ว่าสิ่งที่วิเศษประเสริฐยิ่งของพระโพธิสัตว์ก็คือว่า ท่านพร้อมที่จะเข้าไปเผชิญทุกข์ด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา เป็นเมตตากรุณาไม่ต่างจากแม่ที่รักลูกคนเดียว แม่ที่รักลูกคนเดียวนั้นรักลูกอย่างไร  พระโพธิสัตว์ก็จะรักมวลสรรพสัตว์อย่างไม่ประมาณเช่นเดียวกัน แต่ความรักของพระโพธิสัตว์นั้นเป็นความรักที่พร้อมจะเข้าไปเผชิญกับทุกข์ โดยที่ทุกข์ไม่สามารถจะแปดเปื้อนท่านได้

            สัญลักษณ์ที่เป็นดอกบัวมีความหมายมาก ดอกบัวนั้นเกิดจากโคลนตม แต่ว่าโคลนตมไม่สามารถทำให้ดอกบัวแปดเปื้อนได้ ดอกบัวเกิดในน้ำ แต่ก็สามารถพ้นน้ำขึ้นมา หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าพระโพธิสัตว์นั้นแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางความทุกข์ เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยาก แต่ความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์เหล่านั้นไม่สามารถจะทำให้ท่านท้อแท้หวั่นไหวได้ อยู่ท่ามกลางความทุกข์แต่อยู่เหนือทุกข์

            พวกเราทุกคนเป็นปุถุชน ย่อมมีความทุกข์ ย่อมมีความท้อแท้ อันนี้เป็นธรรมดาเราอาจจะยังมีความหวั่นไหวอยู่  แต่ขอให้เราเปิดใจพร้อมรับความทุกข์เหล่านั้น เปิดใจพร้อมกับความท้อแท้เหล่านั้น เปิดใจด้วยใจที่เป็นกลางถ้าหากเรารับรู้ความทุกข์ ความท้อแท้ ด้วยใจที่เป็นกลางมันจะทำอะไรเราไม่ได้ แต่ในทางตรงข้ามเราสามารถใช้มันเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้เข้มแข็ง เปรียบเสมือนต้นไม้ที่พร้อมจะเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นดอกไม้ เปรียบเสมือนต้นไม้ที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนแสงที่ร้อนแรงให้กลายเป็นร่มเงาที่สงบเย็น พวกเราทุกคน มนุษย์ทุกคนมีความสามารถเช่นนี้อยู่ในหัวใจ เพราะทุกคนมีมโนธรรม มีปัญญา มีโพธิจิต มีเมล็ดพันธุ์แห่งพระโพธิสัตว์

            รางวัลที่ได้มอบให้กับคนดีบนเวทีนี้ อาตมาเชื่อว่าคือรางวัลที่มอบให้กับพวกเราทุกคน คือรางวัลที่มอบให้กับคุณงามความดีที่มีอยู่ในใจเรา ขอให้ทุกคนได้รับรู้และร่วมอนุโมทนาด้วย

            สุดท้ายนี้ ด้วยอำนาจแห่งคุณงามความดีที่พวกเราทุกคนได้บำเพ็ญมา ทั้งจะได้เป็นที่รับรู้ของมหาชน ของสื่อมวลชนหรือไม่ก็ตาม ขอให้เป็นพลวปัจจัย ให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดี มีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมจะฝ่าฟันความทุกข์ ขอให้ความทุกข์ที่เป็นสิ่งธรรมดาธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถจะหลุดจะหนีพ้นได้ ได้ช่วยแปรเปลี่ยนทำให้ใจของเราผ่องแผ้วเหมือนกับทองนพคุณที่ผ่านเปลวเพลิงแล้วกลับผ่องแผ้วขึ้นมา ขอให้เราได้บังเกิดปัญญาและมหากรุณาจากการที่ได้บำเพ็ญบารมีเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยาก และปัญญาเหล่านี้สามารถจะเติบโตเป็นมหา ปัญญา  เมตตาที่เราสามารถจะเกิดเป็นมหาเมตตา มหากรุณา ที่จะทำให้เราได้เข้าถึงภาวะที่สงบลึกซึ้ง จนเหนือความทุกข์ทั้งปวง และสามารถที่จะมีกำลังใจในการสร้างประโยชน์สุขให้แก่โลกมนุษย์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ขออนุโมทนาทุกท่าน และขอให้ทุกท่านได้มีความสุขสวัสดี ขอเจริญพร

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved