กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ > เรียกร้องให้หยุดฆ่า อย่าท้อถอย

กลับหน้าแรก

เรียกร้องให้หยุดฆ่า อย่าท้อถอย

สัมภาษณ์พระไพศาล วิสาโล
โดยจอมขวัญ หลาวเพชร์
รายการคมชัดลึก เนชั่นแชแนล “หยุดฆ่า ...หยุดชุมนุม”
วันที่๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ๒๐.๓๐ น.

 

แบ่งปันบน facebook Share   
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

พิธีกร พระอาจารย์ไพศาลคะ มุมมองที่พระอาจารย์มีต่อเหตุการณ์วันนี้ค่ะ สิ่งที่พระอาจารย์เป็นห่วงมากที่สุด สิ่งที่จะเริ่มได้จากทุกคนไม่ว่าจะเป็นทหาร ประชาชน หรือใครก็แล้วแต่ พระอาจารย์มองว่าเราควรมองสถานการณ์วันนี้เริ่มจากตัวเราอย่างไรคะ

พระไพศาล ขอย้อนกลับไปก่อนว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากที่ ๕ วันก่อนเรามีความหวังว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ แต่พอมาถึงวันนี้กลับตรงข้าม เกิดความสูญเสียมากขึ้น ผ่านมา ๓ วันแล้วก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าความสูญเสียจะลดลง มีแต่แนวโน้มที่จะสูญเสียมากขึ้น เพราะว่ายังไม่มีวี่แววว่าศอฉ.จะควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากการปะทะกันขยายตัวมากขึ้น ตอนนี้อาตมารู้สึกว่าสมรภูมินั้นไม่ได้อยู่ที่ราชประสงค์อย่างเดียว สมรภูมิยังอยู่ในใจของทุกคนด้วย เพราะว่าผู้คนมีความโกรธเกลียดเคียดแค้น มีความสะใจ มากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นบาดแผลในใจ ซึ่งมีส่วนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ คำถามก็คือเราจะช่วยกันลดความรุนแรง ลดการสูญเสียให้น้อยลง ได้หรือเปล่า อาตมาคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ เราจะต้องช่วยกัน จะปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปอย่างทีผู้ที่เกี่ยวข้องเขาต้องการ ยังไม่พอ เราจะต้องช่วยกันทำให้สถานการณ์ดีขึ้นด้วย

พิธีกร ถ้าเป็นฝั่งผู้ชุมนุมก็จะบอกให้รัฐเลิกปฏิบัติการในขณะที่รัฐเองก็เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม และมาตรการการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือคืนนี้และพรุ่งนี้ ต้องมีใครเริ่มก่อนใครไหมคะ

พระไพศาล คืนนี้อาจจะยังไม่ทัน แต่ว่าพรุ่งนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะทำอะไรได้ อาตมาอยากจะเห็นการเจรจา เพราะว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป มันจะไม่ใช่การกระชับวงล้อมแต่ว่าจะเป็นการขยายแนวปะทะ ให้กว้างขึ้นไปเรื่อยๆ วันจันทร์นี้สถานการณ์ก็คงยังไม่ดีขึ้นอาจจะเลวลงด้วยซ้ำ อาตมาคิดว่าควรจะมีการพักรบสงบศึก อย่างน้อยสักครึ่งวัน อาตมาอยากจะเห็นคนแก่ เด็ก ผู้หญิง ในที่ชุมนุมมีช่องทางที่จะออกจากพื้นที่ โดยที่ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน เพราะน่าห่วงว่า คนเหล่านี้จะอยู่รอดปลอดภัยไหมหากมีการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ อันนี้เป็นประเด็นเบื้องต้นที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นพ้องต้องกันว่า คนแก่ เด็ก ผู้หญิง ควรจะปลอดภัย หรือมีโอกาสออกจากพื้นที่ ซึ่งอาตมาเชื่อว่าไม่มีทางทำได้ นอกจากการเจรจาทั้งสองฝ่ายให้หยุดยิงชั่วคราว หยุดการเคลื่อนไหว หยุดการกดดัน แม้หนึ่งชั่วโมงก็ยังดี ที่นายกอภิสิทธิ์บอกว่าเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องที่องค์กร หรือNGOต่างๆทำกันไปเอง อาตมาคิดว่าเท่านั้นไม่พอ ทั้งสองฝ่ายคือผู้ชุมนุมและรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อันนี้คืออย่างแรกที่สามารถทำได้

พิธีกร ในกรณีที่จะพาผู้สูงอายุ เด็ก และผู้หญิงออกจากพื้นที่ พระอาจารย์มองว่าทั้งรัฐและแกนนำต้องร่วมกัน ไม่ใช่ว่าต้องเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช่ไหมคะ

พระไพศาล มันทำไม่ได้ ถ้าเกิดยังมีการปะทะกันอยู่ ไม่มีใครกล้าออก แกนนำก็อาจจะบอกว่าออกไม่ได้นะ ถ้าออกไปแล้วจะถูกยิงหรือถูกลูกหลง ตราบใดที่ยังมีเสียงปืนดังอยู่รอบ ๆ แนวปิดล้อม ชาวบ้านก็จะเชื่อว่าหากอยู่ที่ราชประสงค์ก็จะปลอดภัยกว่า อาตมาคิดว่าถ้ามีการเปิดพื้นที่เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถออกไปจากที่ชุมนุมเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นความต้องการทั้งสองฝ่าย อาตมาคิดว่าน่าจะทำ และนั่นคือจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่น่าจะปรึกษาหารือกันได้ในวันพรุ่งนี้

พิธีกร ที่พระอาจารย์บอกว่าให้เริ่มต้นอย่างน้อยหยุดกันซักหนึ่งชั่วโมงก็ยังดี การเริ่มต้นจำเป็นต้องมีคนกลางเข้าไปดึงทั้งสองฝ่าย ตกลงกันก่อนว่าจะเริ่มอย่างไร อย่างเป็นรูปธรรม

พระไพศาล ช่วงที่มีการปะทะกันคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ก็ได้ทราบว่ามีการเจรจากันเพื่อขอให้ยุติการต่อสู้กัน อาตมาเชื่อว่าการเจรจาทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นตลอด แผนปรองดองแห่งชาติก็เกิดขึ้นจากการเจรจาสองฝ่ายสามฝ่าย อาตมาเชื่อว่าคืนนี้ก็ยังมีการเจรจากันได้ อยู่ที่ว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ไหม อาตมาคิดว่ามีช่องทางเกิดกระบวนการเจรจาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะให้โอกาสกระบวนการนี้เคลื่อนตัวมากน้อยแค่ไหน

พิธีกร อย่างที่พระอาจารย์บอกนะคะ การถามหาในช่วงวิกฤตหรือเฉพาะหน้าอาจจะๆ ไม่ง่ายนักถ้าจะเริ่มจากตัวคน พระอาจารย์เสนอได้ไหมคะ ว่าเร็วที่สุดที่สามารถทำได้ ใครที่จะสามารถจะพึ่งได้ไหมคะ

พระไพศาล อาตมาขอพูดถึงทั้งสองฝ่ายก่อนว่ากำลังมีความวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองคิด ทางรัฐบาลเองอาตมาก็เชื่อว่ามีความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตัวเองวางแผนเอาไว้ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มจะปรากฏชัดว่า มีกองกำลังอย่างน้อยหนึ่งฝ่าย หรืออาจจะหลายฝ่ายเข้ามาผสมโรงหรือฉวยโอกาสด้วย อาตมาเชื่อว่าแกนนำนปช.ก็น่าจะทราบ ถึงจุดนี้ทั้งสองฝ่ายก็ต้องถามใจตัวเองว่าในเมื่อสถานการณ์กำลังอยู่นอกเหนือการควบคุมมากขึ้นทุกที จะทำอย่างไรดี อาตมาเชื่อว่า ถ้าไม่มีทิฐิมานะ หรือไม่มัวกล่าวโทษคู่กรณี ถ้าคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ คิดถึงชีวิตของประชาชนทั้งในที่ผู้ชุมนุม และประชาชนทั่วไป อาตมาเชื่อว่าจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังมีทิฐิมานะ คิดว่าเมื่อเริ่มจากเบาแล้วต้องไปหาหนักสถานเดียว แต่ไม่คิดว่าจากหนักมาหาเบาก็เป็นไปได้เหมือนกัน อาตมาก็เกรงว่าจะต้องเกิดมิคสัญญี ถ้าหากว่าเราลดทิฐิมานะ แล้วหันมาคุยกัน เจรจากัน ก็จะลดความสูญเสียได้มาก อาตมาไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก อย่างน้อยก็ควรช่วยให้เด็ก ผู้หญิงและคนแก่ ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงได้มีช่องทางปลอดภัย เขาไม่มั่นใจเลยว่าถ้าออกไปในขณะที่มีการปะทะกันอยู่ตลอดแนวปิดล้อมนี้เขาจะออกไปได้อย่างไร แต่ถ้าออกไม่ได้จริง ๆ ก็น่าจะไปหลบอยู่ที่วัดก็ได้ วัดปทุมวนาราม โรงเรียนมาแตร์เดอีย์ ก็ประกาศเป็นเขตอภัยทาน เป็นเขตปลอดภัย ปลอดอาวุธ ทั้งสองฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น เราอาจจะไม่สามารถคาดหวังให้กองกำลังไม่สังกัดฝ่ายหยุดทำร้ายผู้คน แต่ถ้าพยายามแก้ปัญหาส่วนนี้ก่อน ความสูญเสียก็จะลดลง และจะไม่เสียเวลากล่าวหาซึ่งกันและกัน

พิธีกร ในแง่การแถลงข่าว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารในแง่ของการปฏิบัติการ หรือว่านายกซึ่งดูในแง่ของนโยบาย แม้แต่แกนนำของนปช.เอง ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกต้องแล้วถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่เริ่ม ถามอย่างเป็นรูปธรรมค่ะว่าในแง่ของเงื่อนไขแบบนี้ ใครที่ควรจะเริ่มก่อน

พระไพศาล สถานการณ์ตอนนี้ระหว่างรัฐบาลกับนปช. เปรียบเหมือนกับรถสองคันที่กำลังแล่นเข้าหากัน แน่นอนมีรถคันหนึ่งที่แล่นผิดเลน รถสองคันต่างก็โทษว่าอีกคันแล่นผิดเลน และในเมื่อฉันถูก แกผิด เพราะฉะนั้นฉันไม่หลบ อีกคันก็คิดเหมือนกันว่า แกผิดฉันไม่ผิด ก็เลยวิ่งต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นกับรถสองคันนี้ถ้าไม่มีคันใดหลีกเลย มันก็ต้องประสานงากันแน่นอน ถ้าเรามีแต่การเกี่ยงงอนและกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าแกผิดแกต้องหลบ ฉันไม่ผิดฉันไม่หลบ ก็ต้องเกิดความเสียหาย คนที่มีสติ แม้มั่นใจว่าขับถูกเลน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายอีกคันวิ่งตรงมาหาเรา ก็ต้องหักรถหลีกก่อน ถ้าเป็นอาตมาๆ ก็หลบนะ แม้อาตมาจะเชื่อว่าตัวเองถูกต้องก็ตาม หลีกเพื่ออะไร ก็เพราะว่าในรถเรามีเด็ก คนแก่ เราตายไม่เป็นไร แต่ว่าทำไมเด็กและคนแก่เขาต้องมาตายเพราะความยึดมั่นในความถูกต้องของเราด้วย ตอนนี้รัฐบาลกับนปช.มีสภาพเหมือนรถสองคันที่กำลังแล่นเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างไม่หลีก เพราะคิดว่าตัวเองถูก อีกฝ่ายผิด แต่คนที่มีสติต้องหลีกนะแม้ว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม

พิธีกร พระอาจารย์คิดว่าสถานการณ์แบบนี้ มีจุดตัดสินที่เมื่อไหร่ ว่าเราบริหารกันเองไม่ได้คะ

พระไพศาล เรานี้หมายถึงใคร

พิธีกร ทั้งประเทศค่ะ โดยไม่แบ่งว่าเป็นรัฐ ผู้ชุมนุมหรือผู้เฝ้าดู

พระไพศาล ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสภาพที่บริหารได้เพราะการปะทะกันเกิดขึ้นในวงที่ไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะขยายวงมากขึ้น แต่ถ้ามันมาถึงจุดที่มีการใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ รัฐบาลอาจจะได้พื้นที่คืน แต่ว่าก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับมะเร็งแตก แต่ก่อนมะเร็งมันอยู่แค่จุดเดียวใช่ไหม แต่พอไปทำอะไรกับมัน มันก็แตกกระจายไปที่ต่างๆ ไปที่กระดูกบ้าง ไปที่ตับ ที่ปอดบ้าง อาตมากลัวว่าจะมาถึงจุดนี้ คือพอทำอะไรกับผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์แล้ว เคลียร์พื้นที่ได้แต่ว่าความรุนแรงจะกระจายไปที่อื่นแทน ที่นี้จะเป็นจุดที่เราทำอะไรไม่ได้แล้ว อาตมาอยากภาวนาว่าอย่าให้ถึงจุดนั้น

พิธีกร มีคนเรียกร้องแล้วนะคะ โดยเฉพาะมีการยื่นหนังสืออย่างเป็นรูปธรรมจากพรรคเพื่อไทยว่าต้องการให้ทางสหประชาชาติหรือองค์กรนานาชาติเข้ามาจัดการแล้ว พระอาจารย์ว่าถึงจุดนั้นแล้วหรือยังคะ

พระไพศาล ยังไม่ถึงจุดนั้นหรอก อันนั้นก็เป็นแค่การทำให้รัฐบาลเสียหน้า เป็นการสร้างภาพ สร้างข่าว แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรอย่าท้อแท้ หมายความถึงผู้ที่ต้องการให้เกิดความสงบสันติ โดยสันติวิธี อย่าท้อถอย แม้ว่าสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็ยังทำอะไรได้อีกเยอะ แต่ถ้าเราท้อถอยแล้ว ก็เท่ากับว่าเรายกประเทศให้กับฝ่ายที่นิยมความรุนแรง ปล่อยให้เขาทำอะไรตามใจชอบ รวมถึงกลุ่มที่ไม่จำกัดฝ่ายด้วยแล้ว ก็จะทำให้คนกลุ่มนี้เหิมเกริมมากขึ้น ถึงแม้ว่าคนที่เรียกร้องให้ยุติการเข่นฆ่ากัน อาจจะเป็นเสียงส่วนน้อยหรือเป็นเสียงที่เบา แต่อย่าท้อถอย เราต้องทำไปเรื่อยๆ ถ้าเราท้อถอยเมื่อไหร่เท่ากับว่าเรายกประเทศให้กับผู้ที่นิยมความรุนแรงซึ่งเป็นส่วนน้อย

ขอให้นึกถึงประเทศปากีสถาน ในสายตาของคนทั้งโลกปากีสถานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยคนหัวรุนแรง แต่ที่จริงคนเหล่านี้มีเพียงแค่ห้าถึงหกเปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งทีไรก็แพ้ทุกที พวกที่นิยมความรุนแรง ระเบิดคาร์บอมบ์ ระเบิดพลีชีพ พวกนี้เป็นคนกลุ่มน้อย แต่สร้างข่าวได้ทุกวัน จนกระทั่งคนภายนอกเห็นว่า คนปากีสถานหัวรุนแรงทั้งประเทศเลย จริงๆไม่ใช่ เป็นแค่ส่วนน้อย แต่ที่คนกลุ่มนี้เสียงดังเป็นเพราะคนที่นิยมสันติท้อถอย ไม่กล้าพูด พูดแล้วกลัวถูกด่า กลัวถูกเก็บ อาตมาคิดว่าเมืองไทยอาจจะเป็นแบบนั้น ที่พูดนี้ไม่ได้หมายถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะคนที่นิยมความรุนแรงมีอยู่ทุกฝ่าย รัฐบาลก็มี นปช.ก็มี และที่ไม่สังกัดฝ่ายก็มี อาตมาคิดว่าอย่าท้อถอย ต้องมีความอดทนต่อไป

พิธีกร พระอาจารย์ก็นำกิจกรรมสันติวิธีมาแก้ไขปัญหาด้วยนะคะ มีคนมักจะดูแคลนสันติวิธีว่า มันก็เป็นทฤษฏี เป็นนามธรรม พูดแล้วก็สวยงามแต่ทำไม่ได้หรอก พระอาจารย์จะอธิบายอย่างไร

พระไพศาล พอไม่ใช้สันติวิธีบ้านเมืองก็เลยเป็นอย่างนี้ สำหรับคนที่บอกว่าสันติวิธีไม่ใช่คำตอบ อยากจะเขาให้เสนอว่าแล้ววิธีรุนแรงอะไรบ้างล่ะที่แก้ปัญหาได้ คนที่บอกว่าสันติวิธีไม่ใช่คำตอบ บอกได้ไหมว่าวิธีรุนแรงอะไรบ้างที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม หรือปัญหาเฉพาะหน้าคือการชุมนุมที่ราชประสงค์ หากไม่ใช้สันติวิธีแล้วจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร อาตมาเห็นด้วยกับท่านนายกนะว่า การยุติการชุมนุมเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความปกติสุข คำถามคือยุติแบบไหน ยุติแบบเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย ยุติโดยสมัครใจ หรือยุติโดยการใช้กำลัง ตรงนี้คือสิ่งที่เราเห็นไม่เหมือนกัน อาตมาไม่เชื่อว่าการยุติโดยใช้กำลังจากฝ่ายหนึ่งเข้าไปกระทำจะนำประเทศกลับคืนสู่ความปกติสุขได้ ที่ผ่านมา ๕๐ วันที่มีการชุมนุม ตราบใดที่ไม่มีการส่งทหารไปกดดันปราบปราม ก็ไม่มีใครตาย จะมีคนตายก็วันที่ ๑๐ วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๘ และก็ช่วงสองวันนี้ การชุมนุมไม่ได้ทำให้ใครตาย แต่พอกดดันด้วยกำลังทหารทีไรมีคนตายทุกที ยกเว้นวันที่ ๒๒ ที่มีการลอบยิง M79 โดยใครไม่รู้

พิธีกร พระอาจารย์กำลังจะบอกว่า ถ้าเราไม่มองว่าป็นคู่ขัดแย้งกัน และมองภาพใหญ่เป็นเชิงโครงสร้าง รัฐบาลอาจจำเป็นต้องแสดงอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน อย่างน้อยก็มีหน้าที่บริหารประเทศทั้งประเทศทุกสถานการณ์กับคนทุกกลุ่มหรือเปล่าคะ

พระไพศาล นึกเสียดาย เรื่องนี้แกนนำนปช.หลีกหนีความรับผิดชอบไม่พ้น เพราะว่าความปรองดองใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว แต่ว่านปช.ก็ยอมให้กลุ่มสายเหยี่ยวเข้ามาครอบงำ บ่ายเบี่ยงโยกโย้ ไม่ยอมยุติการชุมนุมเสียที ทำให้ทำให้รัฐบาลตัดสินใจง่ายเข้าที่จะใช้กำลังทหาร อันนี้อาตมาคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของแกนนำนปช.และกลุ่มแนวร่วมผู้สนับสนุนด้วยว่ายอมให้กลุ่มสายเหยี่ยวมาเทคโอเว่อร์ได้อย่างไร จะโทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ถูก แต่มาถึงตอนนี้แล้วก็ควรช่วยกันผลักดันให้เขายุติการชุมนุม ขณะเดียวกันใครมีสัมพันธภาพที่ดีกับรัฐบาลก็จะต้องขอให้รัฐบาลพยายามที่จะไม่ใช้มาตรการที่รุนแรงมากไปกว่านี้ และกลับมาสู่การปรองดองเจรจากัน

พิธีกร ในแง่ของการตั้งสติค่ะพระอาจารย์ เราควรจะบอกตัวเองว่าอย่างไร หรือควรจะมีสติ มีวิธีคิดอย่างไรในเหตุการณ์ ณ วันนี้ และหลังจากนี้คะ

พระไพศาล คืนนี้อาตมาอยากให้เราตั้งจิตปรารถนาดีให้กับคนไทยทุกคนทุกฝ่าย โดยเฉพาะที่กำลังพัวพันอยู่ในเหตุการณ์ ขอให้เขาอย่าได้จองเวร สร้างกรรมต่อกัน ขอให้มีสติและเมตตากรุณากลับคืนมา ขอให้อยู่รอดปลอดภัย ได้กลับคืนสู่เหย้าเรือน สู่อ้อมอกของพ่อแม่พี่น้องลูกหลานของเขา อาตมาคิดว่าการที่เราตั้งจิตปรารถนาดีหรือแผ่เมตตาต่อทุกคนทุกฝ่าย จะช่วยฟื้นความเป็นมนุษย์และความเป็นปกติสุขกลับคืนมาสู่ใจของเรา ตอนนี้เรายังอาจฟื้นความปกติสุขของบ้านเมืองกลับคืนมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ควรฟื้นความปกติสุขและความเป็นมนุษย์ในตัวเราให้กลับคืนมา เพราะถ้าเราไม่มีสติ เราเกลียด เราโกรธ เราสะใจ ความเป็นมนุษย์ในตัวเราก็จะลดลง แล้วเราก็จะระบายความทุกข์ใส่คนอื่น ซึ่งก็จะทำให้บ้านเมืองร้อนแรงมากขึ้น ทุกคนตอนนี้เหมือนกับมีไม้ขีดไฟคนละก้านที่พร้อมจะโยนลงไปท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไอน้ำมัน พร้อมจะระเบิดตลอดเวลา ตอนนี้มีคนโยนไม้ขีดไฟใส่ไปเยอะแล้ว อย่างน้อยเราคนหนึ่งละที่ไม่ควรจะโยนไม้ขีดไฟลงไป ช่วยกันดับไฟในใจเราก่อน แล้วเราถึงจะช่วยทำให้ให้สถานการณ์รอบตัวและบ้านเมืองของเราลดความรุ่มร้อนลง อาตมาอยากให้พวกเราทำใจกันแบบนี้ตั้งแต่คืนนี้เลย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved