กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ > คุยนอกรอบ ตอนที่ ๑

กลับหน้าแรก
 

รายการ : คุยนอกรอบ
ออกอากาศทาง : ASTV ช่อง NEWS1
Producer : CHAIVECH SUYAVECH
ดำเนินรายการ : นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ

  ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒
   

หลายปีมานี้จะเห็นว่าพุทธศาสนิกชน คนชั้นกลางหันมาใฝ่ใจศึกษาธรรมะกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจริญสติภาวนา เพื่อให้รู้เท่าทันตัวเอง วัดป่าสุคะโตเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาความเป็นจริงของชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เราจะพาคุณผู้ชม ไปรับรู้เรื่องราวแนวคิด ชีวิตและการทำงานของ พระเจ้าอาวาส ผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระนักกิจกรรม พระนักเคลื่อนไหว พระนักพัฒนา พระนักปฏิบัติ พระปัญญาชน ทั้งหมดนี้ รวมอยู่ในนามของ พระไพศาล วิสาโล

  พระไพศาล วิสาโล เป็นลูกคนไทยเชื้อสายจีน เรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ มีจิตสาธารณะ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นมาตั้งแต่วัยเยาว์ เคยมีความฝันอยากเป็นวิศวกรและหมอเพราะจะได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ขณะที่ยังเรียนอยู่ก็สนใจงานด้านสังคม ได้ร่วมกิจกรรมออกค่ายอาสา จนกระทั่งเข้าเรียนคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นบรรณาธิการหนังสือปาจารยสาร หนังสือแนวความคิดก้าวหน้า ที่ยังได้รับแนวคิด มุมมองใหม่ ๆ จากปัญญาชนสยามอย่าง ส.ศิวรักษ์ ขณะเดียวกันก็สนใจพุทธศาสนาด้วย ทำกิจกรรมในชื่อกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม การเป็นนักกิจกรรม ทำงานเคลื่อนไหวทางสังคมในยุคปี ๒๕๑๙ ซึ่งสังคมในยุคนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศของความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ความคิดของคนหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกระแสไปทั่วโลก ทำให้เกิดความเครียดและความขัดแย้งกับคนรอบข้าง จึงหาทางออกด้วยการบวชเรียนในปี ๒๕๒๖ พระไพศาลบวชครั้งแรกที่วัดทองนพคุณ ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดสนามใน ฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเทียน จิตสุภฺโภ และได้ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิกับหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโน ด้วยความตั้งใจที่จะบวชเพียงสามเดือน แต่เมื่อมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ เพราะได้เห็นสภาวะจิตของตัวเองจึงใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองมาจนถึงทุกวันนี้

พระไพศาล วิสาโล นับเป็นพระนักกิจกรรมหัวก้าวหน้า แม้จะอยู่ในสมณเพศ แต่ก็ยังทำงานเพื่อสังคมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์ป่า ทำแนวกันไฟ ดูแลป้องกันการลักลอบตัดไม้ แม้ว่าพระไพศาล จะเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดป่าสุคะโต แต่ได้มาจำพรรษาปฏิบัติธรรมและอยู่ดูแลรักษาป่าที่วัดป่ามหาวัน บ้านตาดรินทอง ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ทั้งยังมีการนำเอาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาเชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตในสังคมและเผยแผ่สู่สังคมด้วยการเขียนหนังสือบรรยายธรรมในหัวข้อต่างๆ โดยเฉพาะการนำพุทธธรรมมาใช้พัฒนาสังคม แนวทางสันติวิธี และมาในระยะหลัง พระไพศาลจะให้ความสำคัญในการเผยแพร่แนวคิดการเตรียมตัวตายอย่างสงบ

 

  หลังจากที่ได้มี หลายๆ คนได้ทราบแล้วนะคะว่า พระไพศาล วิสาโล เป็นพระนักกิจกรรม เป็นพระนักปฏิบัติและก็เป็นพระเอ็นจีโอก็มี หลากหลายฉายาเหลือเกิน เนื่องจากว่าประวัติความเป็นมา ภูมิหลังแล้วในสมัยที่เป็นฆราวาสท่านเองก็มีความสนอกสนใจในเรื่องของการบ้านการเมือง หรือว่ากิจกรรมทางสังคมเยอะ อันนี้มีความเป็นมาอย่างไรเจ้าคะ  
  คือสมัยเป็นนักเรียนอยู่อัสสัมชัญ ก็มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการช่วยเหลือชนบท ที่โรงเรียนก็มีค่ายอาสาพัฒนา ก็พานักเรียนไปออกค่ายสร้างโรงเรียน เรียกว่าได้ไปสัมผัสกับชนบท ก็เลยเกิดตั้งคำถามขึ้นมาว่าทำไมเมืองไทยมีช่องว่างกันมากเหลือเกินระหว่างเมืองกับชนบท ก็เลยเป็นจุดสนใจที่ทำให้สนใจเรื่องเกี่ยวกับปัญหาสังคม ความไม่เป็นธรรมในสังคม การพัฒนาที่เกิดความเหลื่อมล้ำกันอย่างสูง ซึ่งพอศึกษาลึกลงไปมันก็ไปโยงกับการเมือง เพราะว่าตอนนั้นประเทศของเราก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการทหาร ก็มีจอมพลถนอมเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นคนที่สนใจในเรื่องสังคมเวลานั้น ก็จะมีความรู้สึก ไม่สบายใจ ไม่พอใจเกี่ยวกับสภาพสังคม สภาพการเมืองที่เป็นอยู่ ตอนนั้นมันก็มีปัญหาหนึ่งซึ่งเริ่มมีการตื่นตัวขึ้นมา ก็คือเรื่องของบทบาทของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นจักรวรรดินิยมในทางเศรษฐกิจ คงจำได้ปี ๒๕๑๕ คุณธีรยุทธ บุญมี เป็นเลขาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ก็รณรงค์เรื่องการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น รณรงค์ให้ใช้ผ้าดิบ อันนี้ตั้งแต่ปี ๑๕ แล้ว อาตมาก็สนใจสังคม การเมืองมาตั้งแต่ช่วงนั้น  
  เหมือนเป็นกระบวนการนักศึกษาในช่วงนั้น สถานการณ์ในช่วงนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นจุดหล่อหลอม ที่ทำให้พระอาจารย์นั้นยังคง แม้ว่าจะอยู่ในเพศบรรพชิตแล้วก็ตามแต่ ก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาสังคมมาจนถึงทุกวันนี้  
  ใช่  
  โครงการต่างๆ ที่พระอาจารย์ ทำก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องเรื่องของกิจกรรมทางสังคมทั้งนั้นเลย  
  ใช่แต่ตอนหลังเรื่องการเมืองก็ลดน้อยลง เพราะรู้สึกว่าจริงๆ แล้วรากเหง้าของปัญหามันก็อยู่ที่เรื่องของทัศนคติของผู้คน คือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของโลกทัศน์ของคน ซึ่งเวลานี้ มันเป็นปัญหาและมันเป็นรากเหง้าของวิกฤตการณ์ต่างๆ มากมาย  
  รู้สึกว่าสิ่งที่พระอาจารย์ทำดูเหมือนจะเป็นความพยายาม ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม ไทย ทั้งในระดับชุมชนเอง ในระดับท้องถิ่นหรือว่าในระดับสังคมโดยส่วนรวม ผลจากการทำงานมาอย่างยาวนาน ทั้งในส่วนของ โดยการใช้ธรรมะด้วย จนถึงวันนี้แล้วเห็นความเปลี่ยนแปลง อะไรใหม่ๆ หรืออะไรดีๆ ที่เกิดขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ไหมเจ้าคะ  
  คือในแง่ของความตื่นตัวของสังคมของผู้คน เรียกว่าในภาคประชาสังคมนี่ อาตมาก็มองว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คนมีความตื่นตัวที่จะมารับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมือง มีสำนึกในเรื่องจิตสาธารณะมากขึ้น จิตสาธารณะคือจิตที่สนใจ อนาทรร้อนใจ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของชุมชนหรือสังคมที่อยู่รอบตัวเขา แล้วก็อยากจะให้มันดีขึ้น ไม่ใช่แค่เรียกร้องให้รัฐบาลทำแต่ว่าตัวเองก็อยากจะทำด้วย  
  มีภาพตัวอย่างไหมเจ้าคะ งานที่ทำที่คิดว่าสามารถจะทำให้ผู้คนนั้นมีจิตสาธารณะมากขึ้น  
  คือมันไม่ใช่เป็นงานที่อาตมาทำคนเดียวนะ แต่ว่าทำกันหลายๆ คน เช่นความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนต่างๆ ก็จะเห็นได้ว่ามีหลายชุมชนที่เขารู้สึกว่าหวงแหนในทรัพยากรสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่นป่า หรือว่าแม่น้ำ หรือว่าชุมชนของตัว เช่นวัฒนธรรม คือสิ่งที่อาตมาพยายามทำก็คือพยายามกระตุ้นให้คนเกิดความตื่นตัว เกิดความใส่ใจในเรื่องของสังคม ไม่ให้คิดถึงแต่ตัวเอง ส่วนจะไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ก็สุดแท้แต่ที่เขาจะคิด จะเป็นงานด้านสิ่งแวดล้อม จะเป็นงานด้านเด็ก จะเป็นงานด้านผู้หญิง ก็ได้ อันนี้สิ่งที่อาตมาพยายามทำ และอีกอย่างที่พยายามเผยแพร่ก็คือการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกัน สันติวิธีก็คือการที่มีศรัทธาในเพื่อนมนุษย์ว่า เขามีความดีอยู่ในใจ แล้วเราควรทำดีกับเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นศัตรูกับเรา หรือเป็นคู่กรณีกับเรา แต่การที่เราพูดดีทำดีกับเขา มันก็สามารถชนะใจเขาได้ เพราะมันสามารถจะดึงเอาความดีในจิตใจของเขาออกมา จากคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ก็อาจจะมีความปรารถนาดีต่อกันได้ เรื่องจิตอาสา เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งเรื่องของการเตรียมตัวตายอย่างสงบ ตอนนี้ก็เป็นงานที่ทีแรกก็เป็นงานรอง แต่ตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นงานหลัก เพราะว่ามีคนสนใจมาก และขอให้ไปอบรมให้เขา ปีหนึ่งก็เป็นสิบกว่าครั้ง ปีนี้ก็มีโครงการประมาณสิบแปดครั้งที่ต้องไปอบรมให้เขา มันช่วยลดความทุกข์ของคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วย แต่ว่าลดความทุกข์ของญาติด้วย สิ่งที่เราทำโดยเฉพาะเรื่องการเตรียมตัวตายอย่างสงบ มันก็มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับผู้คน ไม่ใช่เฉพาะในเวลาใกล้ตายแต่รวมถึงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นปกติ  
  บางครั้งเราอาจจะเห็นข่าวที่ออกมาว่าพระอาจารย์ไปร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนต่างๆ กรณีที่เกิดปัญหาขัดแย้งกับทางภาครัฐแต่ว่าก็ใช้วิธีการที่เป็นสันติวิธีอย่างธรรมยาตรา หรืออะไรอย่างนี้เท่าที่เราได้ทราบกัน อันนี้จะเป็นการลดเรื่องของปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นไหมคะ  
  ธรรมยาตรานี้เป็นการพยายามที่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้เดิน แล้วก็ชาวบ้านสองข้างทางที่เราเดินให้เกิดความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องของคำถามที่ถามเรื่องความขัดแย้งจะแปลไปในทางสร้างสรรค์ได้ไหม อาตมาคิดว่านี่คือพื้นฐานของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยทำไมต้องมีฝ่ายค้าน ทำไมต้องยกระดับหัวหน้าฝ่ายค้านให้เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในทางการเมืองในสภา จึงต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน ก็เพราะเราเชื่อว่า ประชาธิปไตยเชื่อว่าความขัดแย้งในสภาจะก่อให้เกิดการตรวจสอบ จะก่อให้เกิดการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วก็จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย หรือว่ามีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด อาตมาคิดว่านี่คือหลักการของประชาธิปไตย คือความพยายามเปลี่ยนความขัดแย้ง ให้เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์  
  ในส่วนของงานทางด้านกิจกรรมทางสังคม ไม่ทราบว่า ขณะนี้พระไพศาลเองนั้นมีกิจกรรม มีโครงการอะไรที่ยังผลักดัน ที่ยังจะต้องทำกันอยู่ช่วงนี้  
  ที่งานที่ทำอยู่มีหลายงาน งานหนึ่งก็เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคมหรือว่าการใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหา ที่ภาคใต้ก็ไปช่วยเขาอบรมเจ้าหน้าที่รัฐ บางทีก็ไปช่วยอบรมให้กับชาวบ้าน ว่าเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไรถึงจะเป็นสันติ แล้วก็สามารถที่จะได้รับการตอบสนองจากฝ่ายภาครัฐได้ และงานหนึ่งที่ทำซึ่งโยงกับศาสนาโดยตรงคือเรื่องของฉลาดทำบุญ เราจะทำบุญอย่างฉลาดได้อย่างไร เพราะเวลานี้พูดถึงทำบุญเราก็มักหมายถึงการถวายสังฆทาน ใส่บาตรพระ เลี้ยงพระ บุญนี้มักจะโยงกับพระ บุญมักจะโยงกับพิธีกรรม แต่ที่จริงแล้วบุญในพระพุทธศาสนามีความหมายหลายอย่าง ความหมายกว้าง ทานคือการทำบุญด้วยการให้สิ่งของ เป็นแค่หนึ่งในสิบของการทำบุญแบบพระพุทธศาสนา การที่เราไปช่วยเหลือส่วนรวม ออกแรงกันคนละนิดคนละหน่อยเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม เราเรียกว่าไวยาวัจมัย ก็เป็นบุญอย่างหนึ่ง ไวยาวัจมัย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไวยาวัจกรที่อยู่ในวัดอย่างเดียว แต่หมายถึงการเอาใจใส่เกี่ยวกับชุมชนของตัว หมู่บ้านของตัว โรงเรียนของตัว นี่ก็เป็นไวยาวัจมัยได้  
  แต่คนทั่วไปอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องอย่างนี้  
  ใช่ โครงการฉลาดทำบุญก็คือ พยายามที่จะทำให้คนไทยเรา โดยเฉพาะชาวพุทธเปิดทัศนคติเกี่ยวกับการทำบุญให้กว้างขึ้น ทำบุญโดยที่ไม่ต้องใช้เงินก็ได้ ทำบุญโดยการลงทุนลงแรงช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือว่าช่วยเหลือเรื่องการปลูกป่า สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมก็พยายามทำ เรามีโครงการต่างๆ ชักชวนคนมาเป็นอาสาสมัครในช่วงเข้าพรรษา เพราะช่วงเข้าพรรษาคือเทศกาลทำบุญ เราก็ชักชวนคนมาทำบุญ บางคนก็มาเป็นอาสาสมัครสร้างบ้านดินถวายพระก็มี หรือว่าให้ชาวบ้านที่ยากจน อันนี้ก็เป็นงานที่เราทำอยู่ แล้วก็โยงกับเรื่องจิตอาสา จิตอาสาก็ยังเป็นงานที่เราทำอยู่ต่อเนื่อง แล้วก็ที่ทำมากที่พูดเมื่อกี้ก็คือของการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ  
  เรื่องของวัตรปฏิบัติโดยทั่วไป ทราบว่าพระอาจารย์เอง เป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่งกับการแสวงหาความรู้อย่างแท้จริง มองไปรอบๆ ห้องเต็มไปด้วยหนังสือหนังสาเต็มไปหมด เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ?  
  ชอบ  
  จริงๆ แล้วการอ่านหนังสือเป็นที่มาที่ทำให้ท่านได้กลายมาเป็นนักเขียนด้วยไหมเจ้าคะ ทุกวันนี้งานเขียนของพระไพศาลออกมาค่อยข้างเยอะทีเดียว  

 

  ก็มีส่วนนะ คือพอเราได้อ่านผลงานของนักเขียนบางท่านที่เขียนได้อย่างมีพลัง มันก็ทำให้เราเกิดไฟที่อยากจะเขียน อยากจะถ่ายทอดในสิ่งที่เรารู้ ในสิ่งที่เราคิด แต่ว่าก็ยอมรับว่าการเขียนมันก็เป็นเรื่องที่ จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เป็นความสามารถที่มีมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นนี่เป็นเรื่องยาก การเขียนจะให้ได้แต่ละหน้า แต่ละหน้านี้เป็นเรื่องยาก บางทีก็รู้สึกว่าถ้าเราไม่มีอะไรที่จะต้องเขียนก็จะดี จะได้มีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆ  
  แต่ทุกวันนี้ก็มีงานเขียนที่เป็นงานเขียนประจำด้วย และก็งานเขียนที่เป็นผลงานออกมาเป็นเล่มๆ ด้วยใช่ไหมเจ้าคะ  

 

  ระยะหลังนี้มันจะเป็นงานที่เกิดจากการบรรยายมากอยู่เหมือนกัน คือเกิดจากการถอดคำบรรยาย แล้วก็มาเกลามาแก้ งานที่เกิดจากการเขียนจริงๆ ก็มีอยู่ แต่ว่าก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าเวลาเขียนมีน้อยลง ขณะที่เวลาที่ต้องไปบรรยายไปพูดเยอะขึ้น  
  พระอาจารย์ให้ความสำคัญกับส่วนไหนมากน้อยกว่ากัน เรื่องของการเขียนเพื่อเป็นการเผยแพร่พุทธธรรมคำสั่งสอนหรือว่าการออกบรรยายด้วย  
  จริงๆ อาตมาของเขียนมากกว่านะ เพราะเขียนมีโอกาสที่จะได้ไตร่ตรอง อาตมาเป็นคนคิดช้า เพราะฉะนั้นเวลาเขียนก็ได้ไตร่ตรองแล้วแก้ได้ เวลาพูด คำพูดที่ออกมา บางทีก็ไม่กระชับ บางทีก็ยังไม่สามารถที่จะพูดได้ถึงใจ ก็เรียกว่าถ้าออกไปแล้วนี่ก็ต้องกลับมาแก้ใหม่ถึงจะทำเป็นเล่มได้ แต่ว่าเรื่องการออกไปบรรยายนี้ก็สำคัญเหมือนกัน แต่อาตมาชอบเป็นการอบรมมากกว่าบรรยาย บรรยายชั่วโมงสองชั่วโมง คนฟังก็ฟัง แต่ว่าพอเสร็จบรรยายแล้วบางทีถามว่า ให้เขาสรุปว่าอาตมาพูดอะไรบ้าง บางทีเขาก็สรุปไม่ได้ แต่การอบรมนี่เรามีเวลาอยู่กับเขาสองสามวัน ก็ได้ย้ำ และได้ทำกิจกรรมที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง อาตมาเชื่อนะ การสอนมันไม่ได้ดีกว่าการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ด้วยตนเองจะเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งก็จะเกิดจากการฟังการอ่าน แต่ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่เขาได้ทำกิจกรรมบางอย่าง แล้วเขาก็ได้เห็นด้วยตัวเอง อาตมาตอนหลังก็พยายามทำกิจกรรมในลักษณะแบบนี้ ก็คือว่าให้มีการเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านกิจกรรม  
  ทุกวันนี้ก็มีการออกบรรยาย หรือว่ามีการออกไปทำกิจกรรมค่อนข้างมาก ปฏิกิริยาหรือว่าพุทธศาสนิกชนที่ได้เข้ามาพบ ได้มารับการอบรมส่วนใหญ่จะมีความรู้ความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้นไหมเจ้าคะในเรื่องของพระพุทธศาสนาหรือให้ความสนใจมากขึ้นไหมเจ้าคะ  
  อาตมาก็ว่าก็ดีขึ้น มีพัฒนาการขึ้นเมื่อเทียบกับวันแรกที่เขามา แล้วก็ที่ได้ผลมากคือเรื่องการอบรมเพื่อเตรียมตัวตายอย่างสงบ เพราะว่ากิจกรรมที่เราทำค่อนข้างจะหลากหลาย และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้สึกนึกคิดในช่วงวันที่สองวันที่สามได้ แต่อาตมาไม่ได้ทำคนเดียวนะ ทำกันหลายคน  
  ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความตายไปเรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับพระอาจารย์  
  ก็ไม่เชิงนะ เพราะว่าในเรื่องพื้นฐานอาตมาคิดว่าก็พอที่จะช่วยชี้แนะ และช่วยทำกิจกรรมให้เขาได้เห็นด้วยตัวเองได้ แต่ว่าจะพูดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญก็คงไม่ใช่ เพราะว่า จริงๆแล้วยังต้องทำอีกเยอะ แต่ว่าช่วยแนะนำในเรื่องการช่วยเหลือผู้ใกล้ตายอาตมาคิดว่าก็พอจะแนะนำได้ แต่ว่าเป็นระดับพื้นฐาน คนที่เขามีความสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก็มีแต่เขาอาจจะไม่มีเวลาที่จะมาอบรม หรือไม่มีเวลาที่จะถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ มันเกิดขึ้นมาจากความสามารถเฉพาะตัว  
 
  ทุกวันนี้กิจวัตรหรือว่ากิจนิมนต์ภายนอกค่อนข้างมาก ยังคงมีเวลาสำหรับการเขียนหนังสือ การอ่านหนังสืออยู่บ้างไหมเจ้าคะ  
  ก็มีเวลาอ่านหนังสือนะ แต่ว่าที่จะอ่านให้เป็นเรื่องเป็นราวน้อย น้อยลง เขียนหนังสือก็น้อยลง เดี๋ยวนี้ก็จะเขียนอะไรยาวๆ เป็นเล่มๆ ก็ยากขึ้น แต่ว่าผลงานที่ออกมาส่วนใหญ่ก็เกิดจากการรวมบทความ อันก็คือสภาพที่เกิดขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา  
  รู้สึกว่าทุกวันนี้หนังสือธรรมะ จะได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีการทำหนังสือธรรมะที่มีรูปลักษณ์ที่น่าอ่าน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีรูปแบบการเขียนการเรียบเรียงที่อาจจะเข้ากับยุคสมัยของคนยุคปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น ตรงส่วนนี้พระอาจารย์มองยังไงเจ้าคะ  
  อาตมามองว่าเป็นแง่ดีนะ เป็นแง่ดีว่าอย่างน้อยการทำให้หนังสือธรรมะไม่เป็นเรื่องล้าสมัยเหมือนเมื่อก่อน รูปแบบก็มีส่วนทำให้ยกระดับหนังสือธรรมะให้กลายเป็นหนังสือที่ไม่ใช่น่าอ่านอย่างเดียว แต่น่าถือด้วย คือถือไปแล้วไม่อายใคร  
  หลายเล่มเป็นเบสท์เซลเลอร์  
  ก็พูดตรงไปตรงมาก็อาจจะเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับคนถือหรือคนอ่านด้วยซ้ำว่า เออ เขาเป็นคนที่มีหัวคิดนะ เขาเป็นคนที่มีรสนิยมนะ แต่อาตมาคิดว่าการอ่านหนังสือก็มีข้อจำกัด อาตมาพูดในฐานะที่เป็นนักอ่าน คือบางทีอ่านแล้วมันแค่อ่าน แต่ว่าพอเจอปัญหาจริงๆ เอามาใช้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นบางทีสิ่งที่เรารู้มา เราอ่านมาหนึ่งร้อย สามเดือนผ่านไป สิ่งที่เราจำได้อาจจะเหลือแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ และพอเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็อาจจะเอามาใช้ไม่ได้ ไม่ทันการณ์ เพราะว่ามันโกรธ มันเสียใจ มันโมโห ใช่ไหม เพราะฉะนั้น นอกจากการอ่านแล้วนี่ ต้องปฏิบัติด้วย แล้วก็ทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ ของชีวิต ถ้าอ่านอย่างเดียวก็เป็นแค่ความรู้ชั้นสอง มันก็แค่ความเห็นชั้นสอง เราต้องทำให้เป็นของเรา มันจะเป็นของเราได้ก็ต่อเมื่อเราเอามาปฏิบัติ แล้วถ้าเราเอามาปฏิบัติ จนกระทั่งเราเห็นด้วยตัวเราเอง มันก็จะกลายเป็นความรู้ชั้นหนึ่งเฟิร์สแฮนด์ ไม่ใช่เซ็คเกิ้นแฮนด์ คราวนี้พอเป็นเฟิร์สแฮนด์แล้วก็จะเอามาใช้ได้ทันการณ์ ธรรมะที่เราอ่านกันเป็นธรรมะแบบเซ็คเกิ้นแฮนด์ มันต้องทำให้เป็นเฟิร์สแฮนด์ให้ได้ แล้วมันจะอยู่กับเรา อยู่กับลมหายใจของเรา อยู่กับเราไม่ว่าในยามเดิน หรือในยามนั่ง ทำงานหรือพบปะผู้คน มันก็จะเป็นเนื้อเป็นตัวเดียวกับเรา  
  สิ่งเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะเป็นความพยายาม และก็เป็นอีกงานหนึ่งที่พระอาจารย์นั้นได้ทำอยู่ด้วย ในเรื่องของการฝึกปฏิบัติ การฝึกเรื่องของการเจริญสติ เพราะฉะนั้นพุทธศาสนิกชนหรือว่าบุคคลทั่วไปที่อยากจะเข้าถึงพุทธศาสนามากไปกว่าการแค่อ่านผ่านตัวหนังสือก็อาจจะต้องฝึกปฏิบัติด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นในครั้งหน้า รายการคุยนอกรอบก็อาจจะได้ติดตามพระอาจารย์ไปชมเรื่องของวิถีการปฏิบัติหรือว่ารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิบัติเจริญสติด้วยนะเจ้าคะ  

อ่านต่อตอนที่ ๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved