กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ > ดับไฟในใจ ก่อนดับไฟในบ้านเมือง

กลับหน้าแรก
 

ดับไฟในใจ ก่อนดับไฟในบ้านเมือง

สัมภาษณ์พระไพศาล วิสาโล
โดย ลลดา พันสะ
FM 105 คลื่นวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบ ครัว
วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๒.๔๐ น.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
พิธีกร พระอาจารย์ค่ะในช่วงสถานการณ์แบบ นี้ ชาวไทยหลายๆคนคงกำลังจะขาดสติ กันบ้างหรือว่าคงจะไม่ค่อยสบาย อกสบายใจกันเท่าไหร่ วันนี้อยากจะนิมนต์พระอาจารย์มาให้สติคนไทยด้วย ก่อนที่เราจะได้ไปพูดถึงที่พระ อาจารย์และเครือข่ายได้ออก มาพูดถึงการบิณฑบาตชีวิตและ การหยุดฆ่ากัน

พระไพศาล อาตมาคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลัง จะอยู่เหนือการควบคุมของทุก ฝ่าย ยิ่งใช้ความรุนแรงมากเท่าไหร่ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็จะยิ่ง ขยายวงมากขึ้นและมีแนวโน้ม ที่จะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้จาก ฝ่ายต่างๆด้วยความรุนแรง อันนี้ไม่ได้หมายความเฉพาะตำรวจ ทหาร นปช.แต่รวมถึงกลุ่มอื่นที่ฉวยโอกาส ก่อความรุนแรงก็จะมากขึ้น อาตมาคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ ได้เป็นผลดีแก่ใครเลย จึงไม่ควรที่จะยินดีต่อความเสียหาย หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้กำลังขยายขยายวงกว้าง ขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นอาตมาคิดว่าเราต้องร่วมแรงร่วมใจกันหาทางทำให้ความรุนแรงยุติ

สภาพการณ์ตอนนี้อาตมาคิดว่าเหมือน กับการรักษามะเร็ง คือรัฐบาลมองว่าการชุมนุมที่ราชประสงค์เป็นมะเร็งที่จะต้องจัดการ แต่ว่ายาที่ใช้ในการจัดการกับมะเร็งตอนนี้มันแรงมาก จนกระทั่งกำลังเป็นอันตรายต่อคน ไข้ เรียกว่าเป็นภัยต่อคนไข้ยิ่งก ว่าก้อนมะเร็งด้วยซ้ำ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก ฉะนั้นเราไม่ควรยินดีกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จะต้องช่วยกันตั้งสติกันให้มาก และมองให้พ้นขอบเขตของการแก้ ปัญหาในเวลานี้ ว่ามีวิธีอื่นหรือเปล่าในการแก้ปัญหาโดยไม่ทำให้ความเสียหายขยายตัวมากไปกว่านี้

พิธีกร ตอนนี้ประชาชนที่กำลังบริโภคข่าวสารอยู่ ได้เห็นภาพแบบนี้ต่อเนื่องอยู่ ทุกวันทุกวัน ได้ฟังเสียง ได้รับข่าวอย่างนี้ เราในฐานะที่เป็นชาวพุทธหรือจะเป็นใครก็ตาม เราควรจะจัดการกับจิตใจหรือว่า จัดการกับวิธีการดำเนินชีวิต ของเราแต่ละวันอย่างไรถึงจะ ทำให้พอจะมีความสุขย่างกราย เข้ามาหาเราบ้าง

พระไพศาล อย่างที่อาตมาพูดตอนต้น คืออย่าดีใจอย่าสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สองอย่าโกรธเกลียดเครียดแค้นจนกระทั่งต้องการให้ใช้ความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสาม อย่าท้อแท้ท้อถอยหรือหมดหวังว่า สถานการณ์จะเลวร้ายจนไม่สา มารถดีขึ้นกว่านี้ได้ อาตมาอยากจะให้เรามองเหตุการณ์และความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน อย่าเห็นความตายเป็นแค่ตัวเลข ให้ระลึกว่าแต่ละคนที่ตาย เขามีคนรัก มีพ่อแม่ มีครอบครัว มีลูกหลาน ไม่ใช่การสูญเสียของญาติมิตรพี่ น้องของเขาเท่านั้น แต่ว่าเป็นความสูญเสียของประเทศชาติด้วย

ถ้าเราเห็นอย่างนี้ก็จะเกิดกำลัง ใจที่จะหาทางป้องกัน มันจะทำให้เราไม่ด้านชาต่อความสูญเสีย ขณะเดียวกันอาตมาก็ขอแนะว่าอย่าจมอยู่กับข่าวสารมากเกินไป เรามีงานที่ต้องทำ มีกิจวัตรที่จะต้องเอาใจใส่ เพราะฉะนั้นจึงาอย่ามัวแต่บริ โภคข่าวสารจนกระทั่งไม่เป็นอัน ทำอะไร คนส่วนใหญ่พอดูข่าวสารแล้วก็เครี ยด โกรธจนวางใจไม่ได้ แต่ก็ยังดูต่อไป ดูแล้วเครียด เครียดก็เลยยิ่งดู ดูแล้วโกรธ โกรธก็เลยยิ่งดูเข้าไปใหญ่ ความโกรธ ความเครียดจะว่าไปก็เป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่ง เราเครียดเรื่องอะไร โกรธเรื่องอะไร ก็จะนึกแต่เรื่องนั้น ไม่ยอมปล่อยวาง

เราทุกคนมีงานการก็ต้องทำ อย่ามัวแต่ดูข่าว และอย่าลืมกลับมาอยู่กับตัวเองด้วย กลับมาอยู่กับลมหายใจ กลับมาดูใจของตัวว่า เราเครียด เรากำลังโกรธ เรากำลังจุดไฟเผาลนใจของเราแค่ไหน ไฟมันไม่ได้ไหม้เฉพาะรอบๆราชประสงค์ มันไหม้ใจเราด้วย อย่ามัวแต่ห่วงกังวลไฟที่ไหม้แถว ราชปรารภ บ่อนไก่ ดินแดงเท่านั้น ให้หันมาใส่ใจไฟที่กำลังไหม้ในใจเราด้วย ถ้าไฟไหม้ใจเราแล้วเรายังดับไม่ได้ ก็จะก่อปัญหามากขึ้น เหมือนกับหนุมานที่ไฟไหม้หาง แล้วดับไฟไม่ได้ก็เลยวิ่งป่วน ไปทั่วกรุงลงกา ไฟก็เลยลามไหม้ไปทั้งเมือง ตอนนี้พอเราเครียดแล้วไม่รู้ทันความเครียดเราก็ไปสร้างความเครียดให้กับคนอื่นใกล้ตัว ให้กับลูก ให้กับสามีภรรยา แล้วก็อาจจะอดรนทนไม่ได้ออกไป ร่วมต่อสู้ ร่วมตอบโต้ ร่วมก่อความรุนแรง คนที่เป็นแบบนี้ก็เยอะ ดังนั้นเราจะทำให้สถานการณ์บ้าน เมืองดีขึ้นไม่ได้เลยตราบใด ที่เรายังไม่รู้จักดับไฟในใจ ของเรา

เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเราต้องดับ ไฟในใจก่อน หันมาดูใจของเรา หันมารู้จักทำความสงบในใจ และกิจวัตรอะไรที่จะต้องทำก็ควร ทำ เมื่อทำอะไรก็ตาม เช่นทำงาน หุงหาอาหาร ดูแลลูกหลานก็ให้ใจอยู่กับสิ่งนั้น ในเมื่อเรายังทำอะไรไม่ได้กับเหตุการณ์บ้านเมืองก็อย่าไปมัวหมกมุ่นครุ่นคิดกับมันจนกระทั่งละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบที่เราควรมี ถ้าเราทำอย่างนี้ใจก็จะได้พักและ มีกำลังขึ้นมา เราก็จะมีสติ ไม่ถูกความเครียดหรือความโกรธครอบงำ แล้วก็อาจจะเห็นลู่ทางว่าจะทำอะไรได้บ้าง

อาตมาคิดว่าในสถานการณ์อย่างนี้ อย่าไปท้อแท้หรือสิ้นเรี่ยว สิ้นแรงว่าฉันทำอะไรไม่ได้ มันจะทำให้เราชินชา เราจะต้องปลุกมโนธรรมในใจให้ตื่นตัวขึ้นมา ไม่ยอมนิ่งเฉยหรือดูดายกับความ ทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ เราต้องทำอะไรสักอย่างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี แต่ต้องทำด้วยสติ อย่าทำด้วยความโกรธเกลียด และอย่าหมกมุ่นครุ่นคิดกับเหตุการณ์บ้านเมืองจนไม่เป็นอันทำอะไร กินก็ไม่ได้นอนก็ไม่หลับอย่างนั้นก็ไม่ถูก เราต้องรู้จักวางระยะให้ดีกับเหตุการณ์

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved