กลับหน้ารวมบทสัมภาษณ์    คอลัมน์สัมภาษณ์ >ตอบคำถามที่เด็กๆ สงสัย

กลับหน้าแรก
ธรรมสวัสดี

ตอบคำถามที่เด็กๆ สงสัย
สัมภาษณ์ พระไพศาล วิสาโล

ธรรมสวัสดี
ฉบับที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๕

แบ่งปันบน facebook Share    

คำถาม ทานนมเปรี้ยว....ที่มีจุลินทรีย์ บาปหรือไม่?

พระไพศาล ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การกระทำใดจะเป็นบาปหรือไม่ อยู่ที่เจตนา ถ้าเจตนาฆ่า
สัตว์ก็เป็นบาป แต่การทำให้จุลินทรีย์ตายนั้น พุทธศาสนาไม่ถือว่าบาป ถึงแม้จุลินทรีย์จะมีชีวิตเช่นกัน
หากเคร่งครัดขนาดนั้น การตัดผม ตัดเล็บ ก็ต้องถือว่าเป็นบาปเหมือนกัน เพราะผมและเล็บก็เกิดจาก
เซลล์ที่มีชีวิตทั้งนั้น เพราะฉะนั้น กินนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์จึงไม่เป็นบาป



คำถาม ไปร้านอาหาร สั่งกุ้งเป็นๆ กิน บาปหรือไม่?

พระไพศาล การสั่งกุ้งเป็นๆ มากิน แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเอง เราก็มีส่วนในการฆ่า ก็ถือว่าเป็นบาปจึงควรหลีกเลี่ยง

คำถาม กินผัก บาปหรือไม่ เพราะผักก็มี ชีวิต...เราต้องถอนเค้าออกจากดิน

พระไพศาล ผักมีชีวิตก็จริง แต่เป็นชีวิตตามความหมายทางวิทยาศาสตร์ ต่างจากชีวิตในความหมายของพุทธศาสนา เพราะพุทธศาสนามองว่าชีวิตนั้นต้องมีจิตใจด้วย พุทธศาสนาถือว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาปเพราะสัตว์มีจิตใจ ส่วนการถอนผักจากดินนั้นไม่เป็นบาป อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้พระทำเช่นนั้น รวมทั้งตัดต้นไม้ด้วย หากทำเช่นนั้นถือว่าผิดวินัยสงฆ์ ที่เป็นเช่นนั้นคงมีสาเหตุมาจากประเพณีความเชื่อของผู้คนในสมัยพุทธกาล

คำถาม วันตรุษจีน เราต้องไหว้บรรพบุรุษ ด้วยการฆ่าเป็ดฆ่าไก่ หากไม่ไหว้ เราจะอกตัญญหรือไม่ และจะทำอย่างไร?

พระไพศาล ตามคำสอนของพุทธศาสนา เราควรแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยการรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เผยแพร่คุณงามความดีของท่าน รวมทั้งอุทิศบุญกุศลให้ท่าน พุทธศาสนาไม่สนับสนุนการแสดงความกตัญญูด้วยวิธีการที่ผิดศีล เช่น ฆ่าเป็ดฆ่าไก่ แต่หากต้องการปฏิบัติตามประเพณี ด้วยการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็ควรหลีกเลี่ยงการฆ่าสัตว์ เช่น ซื้อสัตว์ที่ตายแล้วมาเซ่นไหว หรือใช้อาหารมังสวิรัติ

คำถาม กินอะไร ทำให้ฉลาด ปัญญาดี

พระไพศาล ประการแรกคือกินสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่กินหรือเสพสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างกายและจิตใจ เช่น เหล้า ยาเสพติด ขณะเดียวกันก็ไม่ควรกินโดยเห็นแก่ความอร่อยอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อร่างกาย เช่น กินอาหารที่ปรุงแต่งให้สีสวยมีรสอร่อย แต่เต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นพิษ ถ้าหากร่างกายเสื่อมโทรมหรือมีโรคภัยไข้เจ็บ สติปัญญาก็ย่อมเสื่อมถอย คิดอะไรก็ไม่ทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นก่อนจะกินอะไร ควรใช้ปัญญาใคร่ครวญ อย่าใช้แต่ความอยากอย่างเดียว พูดง่าย ๆ คือกินอย่างฉลาด ถ้าเรากินอย่างฉลาด ความฉลาดก็จะตามมา

อย่างไรก็ตามนอกจากรู้จักว่าควรกินอะไรแล้ว กินอย่างไรก็สำคัญ นั่นคือ กินอย่างพอดี รู้จักประมาณ ถ้ากินมากไปก็เป็นโทษต่อร่างกาย เช่น กินเนื้อ นม ไข่ และน้ำตาลมากไปก็ทำให้อ้วน เกิดโรคได้ง่าย อย่างต่ำ ๆ ก็ทำให้ง่วงนอนจนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องหรือใช้ความคิดได้ไม่เต็มที่ พูดง่าย ๆ ก็คือกินอย่างมีสติ แม้กินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าไม่มีสติในการกิน ก็เกิดโทษได้ เพราะอะไรที่มากเกินไปย่อมเกิดผลเสียเสมอ

ประการต่อมาก็คือ เวลากินอาหาร ใจก็ควรอยู่กับการกิน ไม่ควรทำอย่างอื่นในระหว่างกินอาหาร เช่น อ่านหนังสือ ปล่อยใจลอยคิดเรื่อยเปื่อย หรือแม้แต่คิดอย่างเป็นงานเป็นการ เพราะจะทำให้มีปัญหาในการย่อย ขณะเดียวกันก็คิดได้ไม่แจ่มชัด ถ้าจะคิดก็ควรหยุดกินแล้วตั้งใจคิดอย่างมีสมาธิ การเอาใจมาอยู่กับการกินเป็นวิธีฝึกสติอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คิดเก่งคิดดี

คำถาม เศรษฐกิจพอเพียงสอนให้เราเลี้ยงปลาปลูกข้าว ถ้าเรานำปลาที่เลี้ยงมากินจะบาปหรือไม่?

พระไพศาล กินปลาไม่บาปหรอก แต่บาปตอนที่ฆ่าปลา หากจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอด ก็ควรฆ่าให้น้อยที่สุด และกินให้หมด อย่ากินทิ้งกินขว้าง แต่สมัยนี้เรามีทางเลือกมากมาย อาหารก็มีหลายชนิด สามารถอยู่รอดได้โดยไม่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์

ที่จริงเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถทำได้หลายวิธี โดยไม่จำเป็นต้องเลี้ยงปลาก็ได้ เช่น ทำสวนปลูกผัก และผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อใช้ในครัวเรือน มีเหลือก็นำไปขาย ขณะเดียวกันก็บริโภคและใช้จ่ายอย่างประหยัด

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved