กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > งานเขียนร่วม > หว่านพันธุ์แห่งโพธิ
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

หว่านพันธุ์แห่งโพธิ
ประวัติ ชีวิตและผลงาน ของหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ

จัดพิมพ์โดย กองทุนวุฒิธรรม กลุ่มศึกษาและปฏิบัติธรรม
พิมพ์ครั้งที่ ๒ ๒๕๕๖

แบ่งปันบน facebook Share

ชีวิตและงานของพระครูบรรพตสุวรรณกิจ 
โดยพระไพศาล วิสาโล

พระครูบรรพตสุวรรณกิจ  หรือพระอาจารย์คำเขียน สุวณโณ  ได้ชื่อว่าเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่องค์กรพัฒนาเอกชนโดยเฉพาะในภาคอีสาน  แต่ท่านเองมีพื้นเพทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน  และจนทุกวันนี้ก็ยังอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการสอนธรรมและวิปัสสนากรรมฐาน  ขณะเดียวกันก็ยังใส่ใจในชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตลอดจนธรรมชาติแวดล้อม ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบัน

พระครูบรรพตสุวรรณกิจถือกำเนิดที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ ก่อนที่จะมาเติบใหญ่ที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ  โดยเหตุที่บิดาได้จากไปแต่ท่านยังเยาว์วัย  ท่านจึงต้องรับภาระในครอบครัวก่อนวัยอันควร  เป็นเหตุให้บวชเณรได้ไม่นานก็ต้องลาสิกขามาช่วยแม่ทำนาและดูแลน้อง ๆ

เมื่อเข้าวัยฉกรรจ์ท่านหันมาเป็นหมอธรรม มีอาชีพทางสะเดาะเคราะห์กับรักษาโรคด้วยเวทมนต์คาถาและน้ำมนต์  จนเมื่อได้มาพบหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ และทดลองฝึกสติปัฏฐานตามแนวของท่าน  ชั่วเวลาเพียงเดือนเดียว ก็เห็นผลของการปฏิบัติ  เข้าใจแก่นแท้ของศาสนา จึงละทิ้งไสยศาสตร์  และตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๓๐ ปีในพ.ศ. ๒๕๐๙

หลังจากที่ท่านติดตามหลวงพ่อเทียนได้ ๓ ปี ท่านได้มีโอกาสจาริกไปยังภูโค้ง ซึ่งเป็นเทือกเขาไม่ไกลจากหมู่บ้านของท่าน และได้ธุดงค์แวะเวียนสำนักสงฆ์ที่ญาติผู้พี่ของท่านได้บุกเบิกเอาไว้  จนกระทั่งในพ.ศ.๒๕๑๙ จึงได้เริ่มจำพรรษาที่นั่น ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นวัดป่าสุคะโต

ในพ.ศ.๒๕๒๐  ท่านได้รับนิมนต์ไปจำพรรษา ณ วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน  ที่นั้นเองท่านได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องไปทำไร่ตามชายป่าพร้อมกับพาลูกน้อยไปด้วย เป็นเหตุให้มีเด็ก ป่วยไข้เป็นจำนวนมาก  ที่เป็นมาลาเรียก็มีไม่น้อย  ด้วยจิตเมตตา ท่านจึงรับเด็กเล็กมาดูแลในวัดระหว่งที่พ่อแม่ออกไปทำไร่  ด้วยเหตุนี้ศูนย์เด็กเล็กแห่งแรกในจังหวัดชัยภูมิจึงเกิดขึ้นในวัดเล็ก ๆ บนหลังเขาอันแสนกันดารแห่งนี้

นอกงานสงเคราะห์เด็กแล้ว ท่านยังเป็นผู้นำในการพัฒนาหมู่บ้าน จากเดิมซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน เต็มไปด้วยนักพนันและผู้ร้ายหนีคดี  ท่ามะไฟหวานก็กลายเป็นหมู่บ้านที่สงบสุข  ผู้คนและถนนหนทางเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีวัดเป็นทั้งแกนกลางทางด้านจิตใจ และศูนย์กลางทางด้านสงเคราะห์ชุมชน

ตลอดเวลาที่ท่านทำกิจกรรมสงเคราะห์ชุมชนอยู่นั้น  เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับตามองท่านด้วยความระแวงสงสัย เนื่องจากภูโค้งในเวลานั้นจัดเป็นเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์  มิหนำซ้ำยังมีคนหนุ่มสาวขึ้นมาหาท่านอยู่เนือง ๆ  เพื่อสนับสนุนงานสงเคราะห์ชุมชนของท่าน  และมีจำนวนไม่น้อยที่ขึ้นมาเรียนกรรมฐานจากท่าน  แต่ท่าทีดังกล่าวของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมิได้ทำให้ท่านหวั่นไหวแม้แต่น้อย  ด้วยความมั่นคงและเมตตาธรรมในจิตใจ ท่านสามารถเอาชนะความระแวงสงสัยของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้ในที่สุด

ท่านได้ย้ายกลับมายังวัดป่าสุคะโตในพ.ศ.๒๕๒๕  และหันมาจับงานด้านอบรมกรรมฐานพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์ป่าร่วม ๕๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาป่าไม่กี่ผืนที่หลงเหลือบนภูโค้ง แต่ในเวลาเดียวกันท่านก็ตระหนักถึงปัญหานานาประการที่ชาวบ้านประสบเนื่องจากการเอาชีวิตไปผูกติดกับตลาดพืชผล  ท่านจึงพยายามส่งเสริมการผลิตแบบพึ่งตนเองแทนที่จะปลูกเพื่อขายด้วยพืชเชิงเดี่ยว  ทั้งนี้โดยใช้วัดเป็นที่สาธิต  ภายหลังก็ได้หันมาเน้นเกษตรกรรมอินทรีย์

ในช่วง ๓ ปีหลัง ท่านเห็นถึงความเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วของภูโค้ง ไม่เพียแต่ป่าจะหดหายเท่านั้น แม้แต่ลำน้ำก็เป็นพิษมากขึ้น เพราะการใช้สารเคมีอย่างหนักในหลายหมู่บ้าน ท่านจึงริเริ่มโครงการธรรมยาตราเพื่อชีวิตและลุ่มน้ำลำปะทาวขึ้น โดยชักชวนพระสงฆ์ แม่ชี  ชาวบ้าน และนักเรียนในพื้นที่มาร่วมกันเดินเท้าและพักแรมตามหมู่บ้านต่าง ๆ เป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และร่วมกันหาแนวทางการพิทักษ์ป่าและปกป้องลำน้ำ ปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินติดต่อมาเป็นปีที่ ๓ แล้ว โดยมีผู้สนใจจากจังหวัดและประเทศต่าง ๆ มาร่วมเดินด้วย

แม้ความคิดริเริ่มของพระครูบรรพตสุวรรณกิจไม่อาจประสบความสำเร็จไปเสียหมด แต่จุดเด่นของท่านคือการประสานกรรมฐานซึ่งเป็นเรื่องด้านใน เข้ากับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งเป็นเรื่องด้านนอก ได้อย่างกลมกลืน  จนกลายเป็นแบบอย่างให้แก่พระสงฆ์และฆราวาสที่มักสนใจแต่เพียงด้านเดียว ให้หันมาคำนึงอีกด้านหนึ่งบ้างไม่มากก็น้อย  ท่านจึงเป็นพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งของกลุ่มเสขิยธรรม ที่ได้รับความเคารพนับถือ และเป็นที่ปรึกษาทั้งในเรื่องชีวิตและงานอยู่เนือง ๆ

ปัจจุบันท่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าคณะตำบลหนองขาม นอกเหนือจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง โดยมีสำนักสงฆ์อยู่ในความดูแลของท่าน ๒ แห่งบนเขาลูกเดียวกันคือ วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved