กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > งานเขียน > ท่องธรรมในแดนพุทธภูมิ
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

ท่องธรรมในแดนพุทธภูมิ
โดย พระไพศาล วิสาโล

พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๕๖๒
จัดพิมพ์โดย ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย

คำปรารภ

สังเวชนียสถานสี่ตำบลทุกวันนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของชาวพุทธทั่วทั้งโลก รวมทั้งชาวพุทธไทย  ผู้คนจำนวนไม่น้อยตั้งจิตปรารถนาว่าขอมีโอกาสไปสักการะสถานที่ดังกล่าวอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต  หลายคนไปทุกครั้งที่มีโอกาส กล่าวได้ว่าไม่มีพุทธสถานใดที่ดึงดูดใจชาวพุทธได้มากเท่ากับสังเวชนียสถานทั้งสี่

ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปสังเวชนียสถานเพื่อเพิ่มพูนสิริมงคลแก่ตนเอง  บ้างก็ไปด้วยความหวังว่าบุญกุศลที่บำเพ็ญจะช่วยขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บและเคราะห์กรรมต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป บ้างก็ตั้งจิตปรารถนาขอให้พุทธคุณช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง  ประสบความสุขความเจริญ มีอายุ วรรณะ สุขะ พละเป็นต้น  รวมทั้งไปด้วยความเชื่อว่าเพียงแค่เยือนสถานที่แห่งนั้นก็จะพ้นอบายได้

นอกจากความหวัง กำลังใจ และสิ่งปลอบประโลมใจแล้ว  ประโยชน์อีกอย่างที่สังเวชนียสถานทั้งสี่สามารถให้แก่เราได้ อีกทั้งเป็นประโยชน์ที่ประเสริฐกว่าทั้งหมดที่กล่าวมาก็คือ การกระตุ้นเตือนให้ตระหนักถึงความจริงของชีวิต ฉุกคิดถึงธรรม และเร่งทำความเพียร ไม่หลงระเริงหรือเพลิดเพลินในความสุขที่มีอยู่ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเกิด “ธรรมสังเวช”  จะว่าไปแล้วนี้คือวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของสังเวชนียสถาน ซึ่งแปลว่าสถานที่ตั้งแห่งความสังเวช (ซึ่งไม่ได้แปลว่า ความสลดหดหู่ อย่างที่เข้าใจกัน)

ด้วยเหตุนี้เมื่อเรามีโอกาสไปสักการะสังเวชนียสถานทั้งสี่ นอกจากการทำบุญด้วยอามิสบูชา หรือการขอพรตั้งจิตปรารถนาให้ได้ประสบสิ่งดีงามแล้ว  เราควรใช้โอกาสนี้พิจารณาธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงหรือทรงบำเพ็ญเป็นแบบอย่างเมื่อครั้งที่ยังทรงมีพระชนมชีพ ณ สถานที่ดังกล่าวด้วย  การได้มาอยู่ในสถานที่ที่ครั้งหนึ่งพระองค์เคยทรงประทับไม่เพียงช่วยให้เราได้ใกล้ชิดพระองค์เท่านั้น แต่ควรเอื้อให้เราได้ใกล้ชิดธรรมของพระองค์ และน้อมใจเปิดรับธรรมดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต  ด้วยวิธีนี้เท่านั้นความสุขและความเจริญงอกงามจึงจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราได้อย่างยั่งยืนและอย่างแท้จริง

การเยือนสังเวชนียสถานจึงควรเป็นมากกว่าการพาตนท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นแดนพุทธภูมิ ที่สำคัญกว่านั้นคือการพาใจไปสัมผัสกับธรรมะของพระพุทธองค์ด้วย  กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นการเดินทางด้านในเพื่อท่องไปในธรรมตามรอยพระบรมศาสดา

ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๔ พฤศจิกายน  ปีที่แล้ว ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพนำสาธุชนร่วม ๘๐ คนไปสักการะสังเวชนียสถานทั้งสี่ โดยนิมนต์ข้าพเจ้าเป็นวิทยากรร่วมกับอาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ  นอกจากการแสดงธรรมตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คณะได้สักการะและเยี่ยมเยือนแล้ว  ระหว่างที่เดินทางอยู่บนรถ ก็มีการปรารภธรรมเป็นระยะ ๆ ด้วย  ยุวพุทธิกสมาคม ฯ เห็นว่าคำบรรยายดังกล่าวมีประโยชน์ ควรเผยแพร่ในวงกว้าง จึงขอถอดคำบรรยายดังกล่าวมาพิมพ์เป็นหนังสือ

ในการพิมพ์ครั้งนี้ข้าพเจ้าได้ปรับปรุงแก้ไขในบางส่วน แต่ก็มีคำบรรยายบางตอนที่ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะขาดหายไป เนื่องจากเครื่องบันทึกเสียงขัดข้อง ได้แก่คำบรรยายที่นาลันทาและที่วัดเชตวัน  พร้อมกันนั้นก็ควรกล่าวด้วยว่า คำบรรยายดังกล่าวของข้าพเจ้าที่ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่คณะผู้แสวงบุญครั้งนี้ได้รับ  อีกส่วนที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้คือคำบรรยายของอาจารย์ประเสริฐ  ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของสถานที่ต่าง ๆ เป็นอย่างดี รวมทั้งมีเกร็ดต่าง ๆ มากมายทั้งจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ซึ่งอาจารย์นำมาถ่ายทอดได้อย่างงดงามไพเราะ น้อมใจให้เกิดศรัทธาปสาทะเป็นอย่างมาก

มีบุคคลมากมายที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือข้าพเจ้าในการไปสักการะสังเวชนียสถานทั้งสี่ ดังได้กล่าวขอบคุณในตอนท้ายสุดของหนังสือเล่มนี้แล้ว  ที่ควรกล่าวเพิ่มเติมคือ อาจารย์วารินทร์ มาศกุล กรรมการยุวพุทธิกสมาคม ฯ ที่ได้นิมนต์ข้าพเจ้าร่วมการจาริกบุญดังกล่าวถึงสองครั้งสองครา 

หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงหนึ่งในจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่เกี่ยวกับสังเวชนียสถานทั้งสี่  มีหลายเล่มที่ชาวพุทธไม่ควรพลาด โดยเฉพาะ จาริกบุญ จารึกธรรม ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) หากมีเวลาน้อย อ่านเล่มนั้นเล่มเดียวก็เพียงพอแล้ว  แต่หากมีเวลา  จะอ่านเล่มนี้บ้างก็ได้ และเมื่ออ่านแล้วก็หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากเล่มนี้ตามสมควร

พระไพศาล วิสาโล
 วันมหาปวารณา
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved