กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > หนังสือเล่มที่ได้เขียนบทความไปลง > ประวัติการอ่าน(โดยย่อ)ของข้าพเจ้า
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

ประวัติการอ่าน(โดยย่อ)ของข้าพเจ้า
พระไพศาล วิสาโล

ตีพิมพ์ลงในหนังสือ

การอ่านให้เก่ง

ดร.ถนอมวงศ์ สุกโชติรัตน์ ล้ำยอดมรรคผล

ข้าพเจ้าเกิดเมื่อปี ๒๕๐๐ เป็นลูกจีน เข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนสตรีจุลนาถ ต่อมาได้เรียนชั้นประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ  ตอนอายุราว ๘-๙ ขวบ เคยใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ แต่เมื่อเข้าวัยรุ่น เปลี่ยนใจอยากเป็นวิศวกร  เนื่องจากเป็นคนเรียนเก่ง พ่อแม่จึงอยากให้เรียนหมอ  อย่างไรก็ตามเมื่อเรียนชั้นม.ศ.๕   ข้าพเจ้าเบนเข็มไปเรียนสายศิลปะ จบแล้วก็เข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เรียนคณะศิลปะศาสตร์ตั้งแต่ปีแรกจนปีสุดท้าย

ข้าพเจ้าสนใจวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เล็ก  เคยเป็นตัวแทนของชั้นและโรงเรียนส่งโครงงานด้านวิทยาศาสตร์เข้าร่วมงานนิทรรศการต่าง ๆ ๔ ปีติดต่อกัน  แม้มาเรียนสายศิลปะ ก็ยังไม่ทิ้งความสนใจด้านนี้   แต่ต่อมาเมื่อรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมือง จึงสนใจวิชาการด้านสังคมศาสตร์ด้วย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์  ขณะเดียวกันก็สนใจกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคม ดังนั้นแทนที่จะเอาแต่เรียนดังแต่ก่อน ก็ไปออกค่ายพัฒนาชนบทของโรงเรียน รวมทั้งเขียนบทความ ทำงานหนังสือ  เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖  ได้กระตุ้นความตื่นตัวทางสังคมและการเมืองของข้าพเจ้ามากขึ้น  เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับกลุ่มอหิงสา เผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับสันติวิธี รวมทั้งเป็นสาราณียกรวารสารปาจารยสาร (ซึ่งยังตีพิมพ์อยู่จนทุกวันนี้)

เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙  ทำให้ข้าพเจ้าซึ่งยังเป็นนักศึกษาปี ๒ ทุ่มเทให้กับงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยเป็นผู้ปฏิบัติงานของกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม  ส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งเวลานั้นทั่วประเทศมีนับหมื่นคน จนกระทั่งปี ๒๕๒๖  จึงได้อุปสมบทเพื่อฝึกจิตพักใจ เนื่องจากตอนนั้นเครียดกับงานมาก ทีแรกคิดว่าจะบวชสัก ๓ เดือน แต่อานิสงส์ของการภาวนา ทำให้อยากบวชต่อ จึงเลื่อนกำหนดสึกไปเรื่อย ๆ จนมาถึงบัดนี้เป็นเวลา ๓๕ ปีแล้ว

ปัจจุบันข้าพเจ้าเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แต่ยังดูแลอีกวัด คือวัดป่ามหาวัน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิด้วย

เท่าที่จำความได้ข้าพเจ้าสนใจอ่านหนังสือตั้งแต่ยังเป็นเด็กชั้นอนุบาล  หนังสือที่ชอบอ่านคือการ์ตูน  สมัยนั้นหนังสือการ์ตูนที่คนนิยมมาก ได้แก่ อัศวินสายฟ้า วิเตชามนุษย์หุ่นเหล็ก  ข้างบ้านมีร้านขายของเก่า มักมีหนังสือพวกนี้พลัดหลงมา แต่สถานที่ที่ได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราวก็คือบ้านของญาติหรือบ้านของเพื่อนโยมแม่ ซึ่งมีหนังสือการ์ตูนเยอะมาก  ข้าพเจ้าขลุกอ่านเป็นชั่วโมงโดยไม่ต้องไปไหนเลยก็ได้

โยมพ่อโยมแม่แม้จะส่งเสริมการศึกษาของลูก ๆ โดยเฉพาะลูกชาย แต่ไม่นิยมซื้อหนังสือเข้าบ้าน ยกเว้นหนังสือเรียน ถ้าอยากอ่าน ข้าพเจ้าต้องขวนขวายเอง  ดังนั้นถ้าโยมแม่พาไปเที่ยวบ้านญาติหรือบ้านเพื่อนที่มีหนังสือการ์ตูน ข้าพเจ้าจะดีใจมาก

เมื่อเข้าอัสสัมชัญ  หนังสือที่ได้อ่านเป็นประจำ คือ วีรธรรม ซึ่งทุกสัปดาห์จะมีการนำมาขายในห้อง (เพราะผลิตโดยเครือข่ายเดียวกับโรงเรียน)  บางครั้งพี่ชายก็ซื้อเข้าบ้าน หรือไม่ก็อ่านจากเพื่อน ๆ  วีรธรรมเป็นนิตยสารที่ให้ความรู้สารพัด รวมทั้งมีการ์ตูนที่น่าติดตาม เช่น แฟลช กอร์ดอน  แต๋งแต๋ง  ข้าพเจ้าเป็นแฟนวีรธรรมจนถึงชั้นมัธยม

ช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนชั้นป.๕ ได้รู้จักวารสารชัยพฤกษ์ อ่านแล้วชอบ จึงสมัครเป็นสมาชิก เป็นวารสารฉบับแรกที่ข้าพเจ้าควักเงินเป็นสมาชิก  สมัยนั้นมีเงินไม่มาก จึงสมัครครั้งละ ๓ เดือน  ดูเหมือนค่าสมาชิกประมาณ ๑๒.๕๐ บาท (ราคาเต็ม ๑๕ บาท) ภายหลังเมื่อสนใจวิทยาศาสตร์ ก็หันไปสมัครเป็นสมาชิกชัยพฤกษ์ฉบับวิทยาศาสตร์แทน เพราะมีเงินไม่มาก

เมื่อขึ้นชั้นมัธยมข้าพเจ้าก็เริ่มซื้อหนังสือเล่ม แทนที่จะอ่านจากห้องสมุดของโรงเรียนอย่างเดียว  ทุกปีข้าพเจ้าจะรอให้ถึงเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ร้านหนังสือแถววังบูรพาลดครึ่งราคา  สมัยนั้นข้าพเจ้ามีเงินเก็บไม่มาก ปีหนึ่ง ๆจึงซื้อได้แค่ ๒ เล่มเป็นอย่างมาก (ราคาปกเล่มละ ๔๐ บาท) ส่วนใหญ่เป็นหนังสือแนวประวัติศาสตร์ของสำนักพิมพ์แพร่พิทยา

ตั้งแต่เล็กจนโต การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกที่ให้ความเพลิดเพลินแก่ข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก  นอกจากฟุตบอลแล้ว ข้าพเจ้าไม่ค่อยเล่นกีฬาหรือการละเล่นอื่น ๆ  โทรทัศน์ก็มาทีหลัง ได้ดูไม่บ่อย  ยามว่างก็ได้อาศัยหนังสือเป็นเครื่องผ่อนคลาย

ช่วงวัยรุ่นข้าพเจ้าเริ่มแวะเวียนหอสมุดแห่งชาติ  แต่มักจะไปเมื่อปิดเทอมใหญ่แล้ว ไปครั้งหนึ่งก็ขลุกเป็นวัน เพราะติดเครื่องปรับอากาศ เย็นสบาย  ช่วงที่สนใจวิทยาศาสตร์ ข้าพเจ้าก็ไปขลุกหาหนังสือและวารสารด้านนี้ เพื่อเป็นแนวคิดในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อัสสัมชัญช่วงที่ข้าพเจ้าอยู่ชั้นป.๑-ป.๔  ห้องสมุดค่อนข้างเล็ก หนังสือมีน้อย  แต่เมื่อข้าพเจ้าขึ้นชั้นป.๕ ห้องสมุดขยายใหญ่ขึ้น มีหนังสือมากมาย  ข้าพเจ้าเห็นแล้วใจก็พองโต หนังสือที่ยืมมาอ่านอยู่บ่อย ๆ คือหนังสือแนวชีวประวัติและประวัติศาสตร์ รวมทั้งสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยในอดีต  ที่ห้องสมุดนี้เองที่ข้าพเจ้ารู้จักเสฐียรโกเศศ หรือพระยาอนุมานราชธน  และหลวงวิจิตรวาทการ ปีแล้วปีเล่าที่ข้าพเจ้ายืมหนังสือจากห้องสมุดกลับไปอ่านที่บ้าน จนกระทั่งเมื่อขึ้นชั้นม.ศ.๓  ก็เริ่มอ่านงานของส.ศิวรักษ์ แค่เล่มแรกเท่านั้นก็ติดใจ (ชวนอ่านและวิจารณ์หนังสือต่าง ๆ) นับแต่นั้นก็ตลุยอ่านงานของส.ศิวรักษ์แทบไม่หยุด  ทำให้เกิดความสนใจเกี่ยวกับบ้านเมือง จริยธรรมและพุทธศาสนา

ประกอบกับช่วงนั้นข้าพเจ้าอ่านวารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ซึ่งส.ศิวรักษ์เคยเป็นบรรณาธิการ  ฉบับแรกที่อ่านคือฉบับ “ภัยเหลือง” เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าประเทศเราถูกญี่ปุ่นเอารัดเอาเปรียบมาก  เกิดความรู้สึกห่วงใยบ้านเมืองมาก วารสารดังกล่าวกับหนังสือของส.ศิวรักษ์ ได้เปิดหูเปิดตาข้าพเจ้าให้หันมาสนใจและรู้ร้อนรู้หนาวกับความเป็นไปของประเทศชาติ  พอดีกับช่วงนั้นมีการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย โดยการนำของธีรยุทธ บุญมี  ข้าพเจ้าจึงเริ่มมาทำกิจกรรมทางสังคม  ไม่ใช่เอาแต่เรียนหรือทำแต่กิจกรรมวิทยาศาสตร์เท่านั้น

นับแต่ช่วงนี้ไปหนังสือที่ข้าพเจ้าอ่านก็มีเนื้อหาหนักขึ้นเรื่อย ๆ โสกราตีส หนังสือปรัชญาระดับคลาสสิกแปลโดยส.ศิวรักษ์ ข้าพเจ้าก็ยืมมาอ่านช่วงนี้   ระยะหลังก็ริอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ  โดยเฉพาะหลัง ๑๔ ตุลา ๑๖ ข้าพเจ้าสนใจการเมืองมากขึ้น จึงไปซื้อหนังสือแนวนี้จากร้านดวงกมล ซึ่งอยู่ที่สยามสแควร์  ตอนนั้นหนังสือของสำนักพิมพ์เพนกวินราคาไม่แพง อีกทั้งร้านดวงกมลก็สั่งมามาก เลือกอ่านได้อย่างจุใจ

ข้าพเจ้าสนใจหนังสือแนวสังคมนิยมอยู่พักหนึ่ง แต่ต่อมาก็สนใจพุทธศาสนาและปรัชญาตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้อ่านมนุษย์ที่แท้ งานแปลของส.ศิวรักษ์  และวิถีแห่งเต๋า งานแปลของพจนา จันทรสันติ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของข้าพเจ้า รวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับเซน  แม้ข้าพเจ้ายังสนใจการเมืองอยู่  แต่ก็โน้มมาทางด้านอหิงสา และการทำสมาธิภาวนามากขึ้น ระยะนี้เองที่อ่านงานของท่านอาจารย์พุทธทาส และได้มารู้จักกับงานเขียนของพระราชวรมุนี (ป.อ.ปยุตโต)จากการแนะนำของส.ศิวรักษ์  พุทธธรรม ฉบับเดิม ของท่านข้าพเจ้าก็ซื้อมาอ่าน แต่ไม่ได้อ่านอย่างจริงจังจนกระทั่งพุทธธรรมฉบับขยายความ (กว่า ๕ เท่าตัวจากของเดิม)พิมพ์เสร็จในปี ๒๕๒๕  ช่วงเข้าพรรษาปีนั้นข้าพเจ้าอ่านจนจบเล่ม เกิดศรัทธาปสาทะและความเข้าใจในพุทธศาสนาอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ความตั้งใจที่จะศึกษาและปฏิบัติธรรมมีมากขึ้น  ๕ เดือนหลังจากนั้นข้าพเจ้าจึงได้อุปสมบทที่วัดทองนพคุณ เพื่อให้เวลากับการทำสมาธิภาวนาอย่างเต็มที่

การทำสมาธิภาวนา ด้วยการเจริญสติที่วัดสนามใน และต่อมาที่วัดป่าสุคะโต โดยมีหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ และหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เป็นอาจารย์  ทำให้ข้าพเจ้าพบว่าการอ่านหนังสือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงความจริงหรือแม้แต่การรู้จักตนเอง  อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าก็ยังเห็นว่าหนังสือมีประโยชน์ การเห็นข้อจำกัดของมันช่วยให้เราอ่านหนังสืออย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่โดยไม่ถูกมันครอบงำ

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved