กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > หนังสือเล่มที่ได้เขียนบทความไปลง > สร้างสุขแท้ด้วยปัญญา เพื่อพัฒนาหมอดีของแผ่นดิน
กลับหน้าแรก
ประเภท : หนังสือเล่มที่ได้เขียนบทความ(หรือบทสัมภาษณ์,อภิปราย)ไปลง 

เราสอนอย่างที่เราเป็น ๒.ฉันทะกับภาระงาน
บทสนทนางานอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูแพทย์
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ตีพิมพ์ลงในหนังสือ
สร้างสุขแท้ด้วยปัญญา เพื่อพัฒนาหมอดีของแผ่นดิน
พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ๒๕๕๗

ดาวโหลดหนังสือที่นี่ พุทธศาสนากับคุณค่าต่อชีวิต

ผู้ร่วมสนทนา

หนูคิดว่าคนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า กลุ่มกลางๆ  พวกเราหลายคนตกอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า สถานการณ์บังคับ เช่น สอนๆ ไปเถอะ แต่พวกเรามีเชื้อของการอยากจะทำดี แต่พร้อมกันนั้นเราก็มีหมวกใบอื่นที่ต้องสวมในฐานะที่เป็นหน่วยหนึ่งของสังคม เราต้องเล่นบทบาทของสมาชิกในบ้าน มีบทบาทในที่ทำงาน ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง และเวลาของเราก็มีอยู่เท่านี้และขาดทักษะว่าควรจะให้ความสำคัญกับอะไรก่อน-หลัง  จะแบ่งสันปันส่วนอย่างไรเพื่อจะทำให้ดีที่สุด อะไรคือสิ่งสำคัญ เราจะดูแลความคาดหวังอย่างไร

ถ้าเราเป็นแม่ที่ให้ความสำคัญกับลูกๆ เราก็คาดหวังอยากจะเป็นแม่ที่ดี ถ้าเราให้ความสำคัญกับการเป็นครู เราก็เริ่มจะคาดหวังจากศิษย์ นี่เธอหลับใช่ไหม ฉันสอนเท่าไรเธอก็ไม่จำ ---เมื่อไม่ได้สิ่งที่คาดหวัง  มันก็จี๊ด! ผิดหวัง  ในทางตรงข้าม ถ้าเราก็ไม่ค่อยสนอกสนใจเท่าไรนัก ช่างมัน ทำให้พอแล้วๆไป จะเอาอะไรกันนักหนา ถ้าเป็นแบบนี้ เราจะไม่ค่อยทุกข์ แต่มันดีหรือเปล่า? เราทุกข์เพราะเราให้ความสำคัญ เราอุตส่าห์ลงทุน ลงแรง ลงความคิด แล้วสิ่งนั้นก็ไม่เป็นไปตามที่เราหวัง

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ถ้าสิ่งนั้นเป็น ฉันทะ เราจะมีความสุขเมื่อได้ทำ ฉันทะ นั้นตรงข้ามกับตัณหา ตัณหาคือความอยากได้ ฉันทะคือความอยากทำ ยิ่งทำก็ยิ่งมีความสุข  คนใฝ่รู้พอได้เรียน ได้รู้ ก็จะยิ่งมีความสุข ถ้าครูมีฉันทะในการสอน ไม่ว่าจะสอนนักศึกษาหรือสอนลูก ก็มีความสุข ฉันทะแท้ๆ นั้น เพียงแค่ได้ทำก็มีความสุขแล้วแม้ผลยังไม่เกิด เช่นมีความสุขในการปลูกต้นไม้  มีฉันทะในการปลูกต้นไม้ เพียงได้ทำก็สุข  ต้นไม้จะโตหรือไม่โตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเรานั้นมักไม่มีฉันทะเต็มร้อย มักจะมีตัณหาเจือปนอยู่ด้วยเสมอ เช่น ปลูกต้นไม้ก็อยากให้ต้นไม้โตไว ๆ  อยากจะได้เห็นดอกเห็นผลที่สมบูรณ์   ความอยากจะได้เห็นดอกเห็นผลคือตัณหา  ไม่ว่าเห็นแล้วรู้สึกชื่นใจ หรืออยากลิ้มรสอร่อยของมัน หรืออยากเอาไปขายได้เงินเยอะ ๆ

ดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ์ ซึ่งตอนนี้เป็นร้อยตำรวจตรีแล้ว ปลูกต้นไม้นับล้านต้น ปลูกตามริมทาง โตบ้างไม่โตบ้าง เขาไม่สนใจแต่ทำทุกวัน เขามีเวลาน้อย ทำวันละ ๑-๒ ชั่วโมงเท่านั้น คือก่อนไปทำงานและหลังจากเลิกงานแล้ว เวลาส่วนใหญ่คือเป็นตำรวจ   แต่เขามีความสุขที่ได้ปลูกต้นไม้ อันนี้เป็นเพราะเขามีฉันทะ

อาตมาคิดว่า คนที่มีฉันทะในความเป็นครูนั้น แม้แต่ละวันจะมีเวลาสอนไม่มากเพราะงานเยอะ แต่ความสุขที่ได้สอนแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถหล่อเลี้ยงใจให้มีความสุขไปได้ทั้งวัน และส่งผลไปถึงชีวิตช่วงอื่นๆ ทั้งก่อนและหลังการสอนได้ด้วย อาตมาคิดว่าถ้ามีฉันทะจริงๆ นั้น แม้จะทำน้อย แต่ก็ไม่ทุกข์มาก  ถ้าไม่ได้ทำต่างหากจึงเป็นทุกข์ แต่ถ้าได้ทำแล้วก็จะมีความสุข เหมือนกับดาบตำรวจวิชัย เขาเหนื่อยทุกวันแต่ก็มีความสุข ฉันทะต่างจากตัณหา  ตัณหาอยากสบาย แต่ฉันทะนั้นถึงแม้ไม่สบาย ถึงแม้จะลำบาก ก็ยังมีความสุขเพราะได้ทำ

ผู้ร่วมสนทนา

พระอาจารย์หมายถึงว่าเราไม่ต้องคาดหวัง ? เมื่อจบกิจกรรมการสอน เขาจะได้หรือไม่ได้ จะหลับหรือไม่หลับ ปีหน้าจะยังเหลือความรู้อยู่หรือเปล่า เขาจะได้อะไรหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร อย่างนี้หรือคะ

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

สิ่งแรกคือครูต้องมีฉันทะ สนุกกับการสอน นักเรียนจึงสนุก อาตมามีเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อธเนศ วงศ์ยานนาวา เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์  เขาเป็นคนอิสระเสรีมาก เป็นครูนอกกรอบ ผมยาว แต่งตัวตามสบาย ไม่มีเครื่องแบบ แต่เตรียมการสอนมาดี และสอนตรงเวลาทุกวิชา ขณะที่บรรยายเขาไม่สนใจด้วยว่านักเรียนจะฟังเขารึเปล่า นักศึกษาบางคนดูเฟซบุ๊ค บางคนหลับ บางคนเล่นไลน์ แต่เขาก็ไม่สนใจ ไม่เคยต่อว่านักศึกษา ทั้ง ๆ ที่เป็นคนปากจัดมาก   วิชาที่สอนก็ยาก เอาไปทำมาหากินที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องปรัชญา  แถมยังให้เกรดยากมาก แต่เขาบรรยายได้น่าสนใจและสนุก ปรากฎว่าเขาเป็นอาจารย์ที่ป็อปปูล่าร์มาก นักศึกษาจำนวนไม่น้อยข้ามคณะไปเรียนกับอาจารย์ธเนศ ทั้งที่รู้ว่าเรียนกับแก ยากที่จะได้เกรดดี ๆ อาจารย์ธเนศมีชื่อเสียงในเรื่องการให้เกรดที่โหดมาก มีเพียง B  หรือ C เท่านั้น แต่นักศึกษาก็ชอบฟังเขาบรรยาย เพราะถึงอกถึงใจดี   เคยมีคนบอกว่า ถ้าให้นักศึกษาโหวตเลือกอธิการบดี อาจารย์ธเนศก็มีสิทธิ์ได้เป็นอธิการบดี 

ประเด็นที่น่าสนใจในที่นี้คือ
๑) เขาสนุกในการสอน
 ๒) นักศึกษาไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของเขาขณะที่สอนได้เลย
ไม่มีใครสามารถเบี่ยงเบนสมาธิของอาจารย์ธเนศได้เลย  เขาให้ความสนใจกับนักศึกษาที่ตั้งใจฟัง มากกว่านักศึกษาที่กำลังหลับ ผิดกับอาตมา หากอาตมาบรรยาย แล้วมีคนคุย อาตมาอดไม่ได้ที่จะเพ่งไปยังคนคุย จนบางทีลืมคนที่ตั้งใจฟัง   บางครั้งเลยเสียสมาธิและรู้สึกหงุดหงิด อันนี้เป็นสิ่งที่อาตมาต้องเรียนรู้จากเขา

ผู้ร่วมสนทนา

แสดงว่าหนูอาจจะเข้าใจผิดว่าหนูมีฉันทะซึ่งอาจจะไม่ได้มีฉันทะแท้ๆ หนูขอถามต่อว่า ทำอย่างไรจึงจะสร้างฉันทะได้ คำถามนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนอื่นๆ

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ครูต้องเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการใฝ่รู้ ซึ่งอาศัย ๒ ปัจจัย
๑.รู้ว่าความรู้นั้นมีประโยชน์
๒.มีความสุขที่ได้เรียนรู้

ครูต้องเห็นประโยชน์ของการใฝ่รู้ เพราะสิ่งนี้สำคัญต่อเป้าหมายชีวิต นักศึกษาแพทย์ต้องมีเป้าหมายในการเป็นแพทย์ที่ดี เป็นแพทย์ที่มีความรู้ในการรักษาคนไข้

อาตมาสนใจประวัติศาสตร์ เรียนประวัติศาสตร์ทั้งๆ ที่รู้ว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะเอาวิชาความรู้ไปทำมาหากินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อาตมาเห็นประโยชน์ของวิชานี้ วิชานี้ช่วยให้อาตมาเข้าใจชีวิตและโลก มีบทเรียนในการดำเนินชีวิต และเข้าใจโลกชัดขึ้นว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างทุกวันนี้  อีกทั้งยังช่วยให้เข้ามองอนาคตของสังคมได้ เป็นการเพิ่มมิติมุมมองที่ยาวไกล นอกเหนือจากมุมมองที่ลุ่มลึก อาตมาไม่ได้สนใจการมีชีวิตที่ร่ำรวย เพราะฉะนั้นแม้วิชาประวัติศาสตร์อาจจะใช้ทำมาหากินไม่ได้ แต่อาตมาก็เห็นประโยชน์ของวิชานี้ ประวัติศาสตร์ช่วยตอบโจทย์เรื่องเกี่ยวกับชีวิตและสังคม เห็นอนิจจังหรือความไม่จิรังของสรรพสิ่งชัดเจนขึ้น ประวัติศาสตร์สอนสิ่งเหล่านี้เยอะมาก นี่คือประโยชน์ เป็นข้อแรก

ส่วนข้อที่สอง คือความสุข อาตมาอ่านประวัติศาสตร์แล้วอาตมามีความสุข ทุกวันนี้อาตมาก็ยังอ่านอยู่เรื่อยๆ ไม่มีใครมาบังคับ เป็นเรื่องของความพึงพอใจที่ได้อ่าน  อ่านแล้วมีความสุขกว่าการไปเที่ยวหรือร้องเพลงเสียอีก

คนเราต้องอาศัยสองอย่าง สมอง กับ หัวใจ  ถ้า สมองเห็นประโยชน์  หัวใจเกิดความสุข ความใฝ่รู้ก็เกิดขึ้น ฉันทะก็ตามมา แล้ววิริยะก็จะตามมาด้วย พร้อมกับจิตตะและวิมังสา  เรียกว่าตามมากันเป็นขบวนทีเดียว อาตมาชอบประวัติศาสตร์ ให้เล่าก็เล่าได้ แม้ว่าคนอื่นจะฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง อาตมาก็ไม่สนใจ เพราะอาตมามีความสุขที่ได้เล่า

หมอตุ๊

ขอย้อนกลับมาที่อาจารย์ธเนศ พระอาจารย์พูดเอาไว้ว่าครูไม่ใช่สักแต่สอน แต่ครูต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ ครูแบบอาจารย์ธเนศที่สนุกในการสอน แต่ว่าไม่รู้ว่านักศึกษาได้เรียนรู้หรือไม่ ถ้าฉันทะคือความสุขที่ได้ทำ แล้วต้องสนใจผลลัพธ์ไหมคะ องค์ประกอบของฉันทะมีเพียงแค่ทำแล้วฉันสุข หรือว่า ทำแล้ว à  ฉันสุข        àงานได้ผล à งานได้ผลคนเป็นสุข

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ขึ้นอยู่กับว่าฉันทะเรื่องอะไร ในความเป็นครูต้องมีฉันทะในวิชาความรู้นั้น และมีฉันทะในการสอน สองอย่างนี้ต้องมาด้วยกัน อาจารย์ธเนศมีฉันทะทั้งสองประการนี้

หมอตุ๊

สิ่งนี้เป็น ‘การสอน’ แต่ไม่ใช่ ‘การเรียนรู้’ เพราะการเรียนรู้อยู่ที่ตัวของผู้เรียน  ครูสอนไปแล้วเรียบร้อย แต่การเรียนรู้เกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้เรียน เมื่อสักครู่เพื่อนของเราถามว่า ถ้าฉันชอบ ฉันสนุก ฉันทำเต็มที่ แต่ว่านักศึกษาเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง แล้วนักศึกษาที่ไม่เรียนก็ไม่สามารถเบี่ยงเบนสมาธิหรือรบกวนได้เลยเพราะผู้สอนกำลังสนุก เหล่านี้พอหรือคะ

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

อาตมาคิดว่าไม่พอ

อาจารย์ธเนศอาจไม่ใช่ครูที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยเขามีสองสิ่งที่สำคัญ สิ่งแรกคือเขารักในสิ่งที่เขาศึกษาและนำมาสอน สองเขามีความสุขที่ได้สอน ได้บรรยาย ได้ถ่ายทอดสิ่งนั้น แต่สุดท้าย ครูที่ดีต้องกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในตัวของผู้เรียนด้วย

แต่สองปัจจัยที่ว่ามานี้ ก็สำคัญมากพอที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความชอบ สนใจในวิชาที่เขาสอน ทั้งๆ ที่อาจจะได้คะแนนไม่ดีเลย ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครได้ Aสักคนในวิชาที่เขาสอน แต่ว่านักศึกษาก็ยังรู้สึกสนุก เพราะได้ความรู้ ไม่ใช่เพียงเพราะรู้สึกสนุกกับลีลาการสอนของเขาเท่านั้น  อาตมาเห็นด้วยว่า ครูที่ดีต้องกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ (Learning) แต่ก่อนที่จะเกิดการเรียนรู้ได้นั้น ฉันทะทั้งของครูและศิษย์สำคัญมาก

การสอนไม่ใช่เพียง การสอน(teaching) ไม่ใช่เพียงการพูด-บรรยาย(speaking) สิ่งสำคัญของการสอนอยู่ที่ การเป็น ( being) ซึ่งมีความหมายกว้างมาก อันนี้เป็นเรื่องภาวะภายใน เช่น เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราสอน เราภูมิใจในตัวเอง เคารพตัวเอง being หรือการเป็น หมายรวมถึง being now คือ ดำรงอยู่ในปัจจุบัน อยู่กับเด็กนักเรียน วางเรื่องบ้าน วางเรื่องหนี้สินที่มีอยู่ วางงานอื่น ๆ ลงไป  อยู่กับนักเรียนที่อยู่ข้างหน้าเราเพียงอย่างเดียว  รวมทั้งเชื่อมั่นว่านักเรียน-นักศึกษามีปัญญาที่จะเรียนรู้ได้ 

วิธีการเช็ค being คือ เรารู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นนักเรียนเข้ามาในห้อง ใจเราเบิกบานไหม  ถ้าเห็นเด็กนักเรียนเข้ามาแล้วใจห่อเหี่ยว แสดงว่า being ของเราไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เช่น ไม่มีฉันทะ ไม่มีความหวังในตัวนักศึกษา  อารมณ์ดังกล่าวสะท้อน ‘การเป็น’ ของเราในขณะนั้น สะท้อน being ของเรา ซึ่งนักเรียนนักศึกษาก็จะรู้เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเราว่า ครูรู้สึกกับเขาอย่างไร ถ้าเด็กนักเรียนเข้ามาในห้องแล้วเห็นครูหน้าตาสดใส  เขาก็กระตือรือร้นที่จะฟัง มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน เมื่อเราให้ความสำคัญกับเขา เมื่อเขารู้ว่าเขามีความสำคัญในสายตาของเรา เขาก็เกิดความปรารถนาที่จะเรียนรู้ ถ้า being เราดี เรามีความสุข มีเมตตา มีทัศนคติที่ดี ไม่ว่าจะอยู่ในห้องเรียนหรืออยู่นอกห้องเรียน เราก็จะสนุกกับการเราสอน นักเรียนก็สนุกกับการเรียนรู้จากเราด้วย อยากฟังเรา ไม่เฉพาะในห้องเรียน แต่อยากคุยกับเรานอกห้องเรียนด้วย  ตรงนี้แหละที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี แล้วการเรียนรู้ก็จะนำไปสู่การพัฒนา being ของเด็กนักเรียน  ถ้าครูมีความรู้สึกที่ไม่ดี อวจนภาษา(ภาษากาย กิริยาท่าทาง)จะบอกความรู้สึกของครูที่มีต่อเด็กนักเรียน

“เด็กมีความสามารถในการมองผู้ใหญ่จนทะลุถึงหัวใจ” คนที่พูดประโยคนี้คือป้ามล--คุณทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก เธอสามารถเปลี่ยนชีวิตเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในการดูแลของเธอได้มากทีเดียว เด็กๆเหล่านี้เป็นเด็กติดลบ เป็นอาชญากร ข่มขืน ฆ่าคน ติดคุก เธอสามารถเปลี่ยนชีวิตพวกเขาด้วยการให้ความรัก อาตมาคิดว่าผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู หรือผู้อำนวยการ ถ้าเรารักเขา เราเห็นความสำคัญของเขา เคารพเขา ฟังเขา เด็กก็จะเกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนและฟังเรา  เกิดการสื่อสารจากใจถึงใจ สิ่งสำคัญคือ being ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมสัมพันธ์(Relating) แล้วนำไปสู่การเรียนรู้(Learning)  ถ้าการเรียนรู้เป็นไปได้ดี being ของเด็กก็จะเจริญ เขาจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เยาวชนที่บ้านของป้ามล (บ้านกาญจนาภิเษก) ไม่หนี ทั้งที่บ้านนี้ไม่มีกำแพงสูง เขาหนีได้ตลอดเวลา  ทุกโอกาส  แต่ไม่หนี เพราะเขามีความสุขที่อยู่ที่นั่น เพราะเขาได้รับความไว้วางใจ ได้รับความรัก เขาจะหนีไปทำไมในเมื่ออยู่ข้างในมีความสุขใจมากกว่าอยู่ข้างนอก

มีคำกล่าวที่ว่า ครูที่ดีนั้น-สอน  ครูที่ดีกว่านั้น-สาธิต   ส่วนครูที่ดีที่สุดนั้น-บันดาลใจ  ครูจะให้แรงบันดาลใจได้ ครูต้องมีปัจจัยภายในที่ดี คือ  being ที่ดี อย่าคาดหวังกับเด็กแต่ขอให้มีความหวังในตัวเด็ก อันนี้เป็นคติของครูทิชาที่ได้มาจากแม่ชีเทเรซา

 หลายคนเป็นทุกข์กับความคาดหวัง ถ้าเราคาดหวัง เด็กจะรู้สึกอึดอัด แต่ถ้าเรามีความหวังเด็กจะรู้สึกดีกับตัวเอง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved