กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > หนังสือเล่มที่ได้เขียนบทความไปลง > สอนเด็กให้รู้จักคิด
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

สอนเด็กให้รู้จักคิด
พระไพศาล วิสาโล

หนังสือไม้งามแห่งวรรณสว่างจิต รุ่นที่ ๑๓
จัดพิมพ์โดย โรงเรียนวรรณสว่างจิต

โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา อยู่ในย่านคนจนซึ่งเต็มไปด้วยเด็กเกเรเหลือขอ และมีทั้งเด็กนักเรียนผิวดำ ผิวขาว และผิวเหลือง คละกันในห้องเดียว แต่ละวันไม่มีใครตั้งใจเรียน เพราะต่างฝ่ายตั้งแก๊งค์ทะเลาะวิวาทกัน กลั่นแกล้งกันในห้อง และชกต่อยกันนอกโรงเรียน

ครูผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งเรียนจบ เธอเข้ามาเป็นครูประจำชั้นที่โรงเรียนแห่งนี้ เริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการพยายามสอนให้เด็กรู้จักมีความรักและสามัคคีกันในห้อง รวมถึงพูดให้เห็นโทษของยาเสพติดและการพนัน เนื่องจากมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แอบขายยา และเมื่อข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ก็จำเป็นต้องพกมีด หรืออาวุธปืน แต่คำสอนของครูสาวก็ไม่เคยประสบผลจนกระทั่งเธอเริ่มท้อ

วันหนึ่งนักเรียนต่างตกใจเมื่อพบว่า โต๊ะนั่งทุกตัวในห้องหายไปหมด เหลือเพียงห้องเปล่า ครูคนนี้รู้ดีว่าสอนหนังสือตามปกติไปก็ไม่มีประโยชน์ ครูจึงจัดกิจกรรมในห้องด้วยการแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มผิวขาวอยู่ซีกห้องหนึ่ง ผิวดำก็ไปยืนฟากตรงข้าม ส่วนกลางห้องมีเส้นขีดแบ่งครึ่งเอาไว้             

หลังจากนั้น ครูเริ่มไล่ถามทีละคำถาม เช่น รู้จักวงดนตรีวงนี้ไหม ใครชอบดาราคนนั้นบ้าง เป็นต้น เมื่อถามแล้วใครที่รู้จักก็ให้มายืนบนเส้นที่ตีไว้ตรงกลาง แล้วจึงกลับไปยืนที่เดิม นักเรียนส่วนใหญ่มายืนกลางห้องด้วยกันเพราะต่างเห็นว่าเพื่อนอีกฟากต่างก็มีรสนิยมใกล้เคียงกับเรา ต่อมาครูสาวเริ่มถามสิ่งที่ซับซ้อนไปกว่านั้น เช่น มีใครเคยติดคุก หรือถูกกักในสถานพินิจเยาวชนบ้าง สองฝ่ายที่เคยอยู่ตรงข้ามกัน ตอนนี้มายืนมองหน้ากันตรงเส้นๆ เดียว คำถามต่อมา มีใครบ้างที่ต้องเสียญาติพี่น้องของตนเอง หรือมีเพื่อนถูกฆ่าตายจากการตีรันฟันแทง ปรากฏว่ามีคนออกมายืนกลางห้องจากสองฝั่ง 70%

มาถึงตรงนี้ต่างคนจากต่างฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ต่อกันมาก่อน ต่างก็มองหน้ากัน แล้วระลึกได้ทีละน้อยว่าเราทั้งหลายก็ต่างหัวอกเดียวกัน

จากคำถามของครูสาวได้ทำให้พวกเขาทั้งหมดกลับไปทบทวนตนเองว่า ไม่เพียงรสนิยมที่เหมือนกัน แต่พวกเขาต่างเจอชะตากรรมเหมือนกัน ติดคุกเหมือนกัน สูญเสียคนที่รักจากเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน พวกเขาได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นคนสีผิวอะไรก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิดความรู้สึกเห็นใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กนักเรียนในห้องเริ่มกลับมารักกัน

หลังจากนั้นครูก็พานักเรียนทั้งห้องไปชมพิพิธภัณฑ์ที่ชาวยิวถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อให้เห็นผลพวงของความรังเกียจเดียดฉันท์ ว่าน่ากลัวจนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนนับล้านได้อย่างไร จากการทำกิจกรรมร่วมกัน เด็กๆ ก็เริ่มคิดได้ เมื่อทัศนคติเริ่มเปลี่ยน นิสัยจึงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ครูสาวคนนี้ทราบดีว่า หากสอนหนังสือในห้องเรียนก็ไม่มีประโยชน์ เด็กไม่ฟัง เพราะไม่รู้จะเรียนไปทำไม หากอนาคตต้องไปตั้งแก๊งค์ขายยา พวกเขาต้องเร่งสร้างบารมีตามท้องถนนตั้งแต่เด็กเพื่อจะได้กลายเป็นขาใหญ่และมีอนาคตไกลในงานด้านมืดนี้

สิ่งที่ครูสาวคนนี้ทำ คือการทำให้เด็กรู้จักคิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก หากเราเน้นแต่สอนวิชาความรู้จากตำรับตำราอย่างเดียว สอนแต่เด็กไม่ได้เรียนรู้ก็มีเหมือนกัน เพราะว่าบางครั้งการเรียนรู้ของเด็กก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการสอนในห้องเรียน

โรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครสวรรค์ มีกิจกรรมให้นักเรียนทำแปลงผัก โดยเด็กทุกคนจะมีแปลงผักของตนเอง วันหนึ่งเด็กคนหนึ่งเห็นแปลงผักของเพื่อนมีแมลง ในใจแอบดีใจว่าแปลงผักของเพื่อนจะได้ไม่งามเท่าแปลงผักตนเอง สองวันต่อมา ปรากฏว่าแมลงลามมาถึงแปลงผักตนเองเหมือนกัน ทั้งที่ครูเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ไม่พูดอะไร เพราะต้องการใช้วิชาแปลงผักเพื่อสอนศีลธรรมเด็กนักเรียนไปในตัว

 ครูถามนักเรียนว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง

นักเรียนตอบว่า หากเราเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยคนอื่น  ครั้งต่อไปอาจถึงคราวที่เราต้องเดือดร้อนเหมือนกัน วิชาแปลงผักสอนให้รู้ว่า ความสุขของเรากับความสุขของคนอื่นนั้นไม่อาจแยกจากกัน เพราะเด็กนักเรียนได้เรียนรู้ว่า หากทุกคนไม่ช่วยเหลือกัน ทั้งหมดนั้นก็อาจไปไม่รอด

จะเห็นว่า เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ความเห็นแก่ตัวไม่ใช่สิ่งดีด้วยตนเอง ไม่ใช่จากครูสอน

ครูจำนวนมากคิดว่าหน้าที่ของครูคือการป้อนอาหารเข้าปากเด็ก หารู้ไม่ว่าสมัยนี้ หน้าที่ของครูคือการจุดไฟแห่งปัญญาให้เกิดขึ้นแก่เด็ก ไม่ใช่เติมน้ำใส่แก้วเปล่า

จุดไฟเพื่อให้เด็กรู้จักคิด สำคัญว่าต้องอาศัยกิจกรรมที่ทำให้รู้จักคิด หรือการโยนคำถามให้ได้คิด

หากคิดแต่การสอนด้วยปากหรือใช้แต่หนังสือ เด็กสมัยนี้จะไม่สนใจ โดยเฉพาะการสอนให้เด็กมีศีลธรรม 

ยิ่งครูผู้สอนไม่ได้ทำตามอย่างที่สอนด้วยแล้ว เด็กยิ่งหัวเราะใส่เสียอีก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved