กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > หนังสือเล่มที่ได้เขียนบทความไปลง > ผู้มีการศึกษาอย่างแท้จริง
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

ผู้มีการศึกษาอย่างแท้จริง
พระไพศาล วิสาโล

ตีพิมพ์ลงในหนังสือ

ไม้งามแห่งวรรณสว่างจิต

จัดพิมพ์โดย โรงเรียนวรรณสว่างจิต

“ยุ้ย” เป็นนักเรียนมัธยมวัย ๑๖   ไม่กี่วันก่อนมีการสอบภาษาจีน ครูเตือนว่าถ้าพบใครลอกกัน ครูจะตัด ๕ คะแนนทั้งห้อง แต่เพื่อนเธอหลายคนไม่สนใจคำเตือน ยังลอกกันเหมือนเคย ปรากฏครูจับได้ เพื่อนทุกคนโดนลบ ๕ กันทั้งห้อง ตัวเธอซึ่งทำได้ ๒๘.๕ (คะแนนเต็ม ๓๐) จึงโดนลบไป ๕ คะแนน เหลือ ๒๓.๕ คะแนน  เพื่อนที่ทุจริตรู้สึกสำนึกผิด มาขอโทษเพื่อนๆทุกคนในห้อง บางคนก็โกรธ แต่ยุ้ยไม่โกรธ  เธอบอกเขาว่า "ไม่เป็นไร คะแนนมันไม่สำคัญเท่ากับความรู้หรอก แค่โดนลบคะแนนเฉยๆ แต่ความรู้ในหัวของเรามันลบไม่ได้เหมือนคะแนนหรอก”

อีกคราวหนึ่ง เธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัด  เข้าสอบแข่งขันระดับประเทศ แต่เธอขอสอบก่อน
เพราะวันสอบจริงเธอไม่สะดวกที่จะเข้ามากรุงเทพ ฯ    จึงได้รับอนุญาตให้สอบที่จังหวัดของเธอ  พอสอบเสร็จเธอก็ส่งกระดาษคำตอบให้ครู  ครูถามว่าทำได้มั้ย  เธอตอบว่าได้นิดหน่อย ครูถามต่อว่าข้อไหนที่ทำไม่ได้
เธอก็เลยบอกครูว่าข้อนี้หนูทำไม่ได้  ครูได้ยินเช่นนั้นก็เฉลยคำตอบให้ พร้อมกับยื่นกระดาษคำตอบส่งคืนให้เธอ
แล้วบอกให้เธอแก้ผิดให้เป็นถูก  แต่เธอปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับบอกกับครูว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”  แล้วเธอก็เดินออกจากห้องสอบ

เธอให้เหตุผลว่า “ถ้าหนูได้ที่ ๑ หนูจะไม่ภูมิใจ ถึงจะมีคนยกย่องชื่นชม แต่ไม่ช่วยให้หนูมีความสุขเลย  มันอาจจะทำให้หนูละอายแก่ใจด้วยซ้ำเพราะมันเป็นการกระทำที่ไร้เกียรติ เสียศักดิ์ศรีมาก  ถ้าจะได้ที่ ๑ ต้องเป็นด้วยความพยายามของหนูเอง ไม่ใช่ด้วยวิธีการสกปรก”  เมื่อผลสอบออกมา ปรากฏว่าเธอได้ที่ ๒ แต่เธอไม่เสียใจเลย เธอบอกว่า “หนูกลับภูมิใจในตัวเองด้วยซ้ำที่สามารถเอาชนะใจตัวเองมาจนได้  ทั้งที่มีโอกาสแต่ไม่ยอมทำในสิ่งที่ผิด หนูภูมิใจในตัวเองจังเลยค่ะ มีความสุขมาก”

“ปูน”เป็นเด็กชายวัย ๕ ขวบ  วันหนึ่งแม่ของปูนไม่สบายใจมากเมื่อพบว่าปูนได้ “ดาว” น้อยมาก  ดาวนี้ทางโรงเรียนจะให้แก่เด็กที่ทำความดี โดยติดไว้บนบอร์ดของโรงเรียน  นักเรียนคนอื่นได้ดาวหลายดวง  แต่ปูนได้แค่ ๒ ดวง  แม่จึงไปถามครู ครูก็ยิ้มหวานแล้วตอบว่า ที่จริงปูนได้ดาวมากกว่านี้  แต่ที่เหลือแค่ ๒ ดวงก็ เพราะว่าพอปูนรู้ว่าเพื่อนคนไหนเสียใจที่ได้ดาวน้อย เขาก็จะแกะดาวของตัวเองไปติดให้  ปูนไม่ทุกข์ร้อนว่าดาวของตัวจะได้มากหรือน้อยกว่าใคร  กลับสนุกด้วยซ้ำที่แบ่งดาวให้คนอื่น

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ผู้เป็นยายของปูน  ประทับใจในตัวหลาน จึงเอาเรื่องของหลานไปแต่งหนังสือสำหรับเด็ก เรื่อง “ตุ๊กแกกั๊บแจกลาย” เป็นเรื่องของตุ๊กแกลายพร้อย ที่แจกลายให้สัตว์น้อยใหญ่ จนดาวหมดตัว แต่กลับมีความสุข  และได้พบว่าผิวของตัวเมื่อไม่มีลาย จะมีสีผิวสวยมาก มีทั้งสีฟ้า สีชมพู สีเหลือง

“ยุ้ย” และ “ปูน” มีโอกาสที่จะได้รับชื่อเสียงและคำยกย่องสรรเสริญ  แต่กลับปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะคนแรกคำนึงถึงความถูกต้อง  ส่วนอีกคนอยากช่วยเพื่อน  นี้คือคุณธรรมที่คนเราควรจะมี  เพราะทำให้เราเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง 

คนทุกวันนี้สนใจเงินทอง ชื่อเสียง รางวัล หรือคะแนน โดยไม่คำนึงว่าจะได้มาด้วยวิธีการใด  ทัศนคติเช่นนี้ทำให้ผู้คนพร้อมจะคดโกง หรือหาทางลัด เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ   ที่น่าเป็นห่วงก็คือทัศนคติดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นตอนโต แต่สะสมตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ใช่ที่บ้านเท่านั้น หลายคนได้ความคิดแบบนี้จากโรงเรียนด้วยซ้ำ

การศึกษาที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเด็กรู้จักผิดชอบชั่วดี  ไม่ใช่แค่รู้เท่านั้น แต่ยังทำได้ด้วย คือ สามารถยับยั้งชั่งใจไม่ทำชั่วแม้มีโอกาส  ขณะเดียวกันก็พร้อมจะทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น แม้ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น หรือแม้ว่านั่นจะหมายถึงการไม่ได้เป็นคนเด่นคนดังหรือได้รับการยกย่องสรรเสริญ

นอกจากรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว  นักเรียนควรรู้ว่าตนเรียนไปเพื่ออะไร  เช่น “ยุ้ย” รู้ชัดว่าตนเรียนเพื่อความรู้  คะแนนเป็นเรื่องรอง  ดังนั้นเธอจึงไม่เสียใจที่ถูกตัดคะแนน  ในเมื่อเธอได้ความรู้อย่างที่สมควรจะได้แล้ว  

“ยุ้ย”ยังเป็นตัวอย่างของคนที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดีหรือสิ่งที่ถูกต้อง   ดังนั้นแม้เธอจะไม่ได้ที่ ๑ เธอก็ยังมีความภูมิใจและมีความสุขเพราะไม่ได้ทุจริตในการสอบ  แน่นอน “ปูน”ก็คงมีความสุขเช่นกันที่ได้ให้ดาวแก่เพื่อน ๆ

นักเรียนควรรู้จักความสุขที่ได้ให้  ความสุขชนิดนี้ประเสริฐกว่าความสุขจากการ “ได้”  ถ้านักเรียนมีความสุขที่ได้ให้  จะมีความมั่นคงในคุณธรรม  และไม่เดือดเนื้อร้อนใจหรืออิจฉาที่เห็นเพื่อนมีโทรศัพท์เครื่องใหม่  มีรถคันใหญ่ หรือร่ำรวยกว่า

แต่จะทำเช่นนั้นได้  พ่อแม่และครูมีบทบาทสำคัญมาก  หากทำให้ลูกดู อยู่ให้ศิษย์เห็น ก็จะช่วยให้เด็กมีความเจริญงอกงามในทางคุณธรรม  มีจิตที่มั่นคงเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเย้ายวน หรือพร้อมจะทำชั่วเมื่อมีโอกาสเปิดให้

ไม่ว่าโลกจะก้าวหน้าเพียงใด  วันนี้เด็กหันมาใช้แทบเบล็ตแทนกระดาษหรือกระดานชนวน วันหน้าอาจใช้โฮโลแกรมหรือจอสามมิติแทนแทบเบล็ต   แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้และจำต้องเรียนรู้อยู่เสมอก็คือ คุณธรรม   หากไร้ซึ่งคุณธรรมแล้ว  แม้จะเก่งดิจิตัลเพียงใด ก็ยังไม่เรียกว่าเป็นผู้มีการศึกษาอย่างแท้จริง
              

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved