กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > งานเขียน > พุทธศาสนาไทยในอนาคต
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน  

พุทธศาสนาไทยในอนาคต
แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต

ISBN 978-616710204-7
โดย
พระไพศาล วิสาโล

พิมพ์ครั้งที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖
โดยสำนักพิมพ์ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

พิมพ์ครั้งที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒
โดยสำนักพิมพ์
มูลนิธิโกมลคีมทอง

" การที่พระพุทธศาสนาจะช่วยให้คนไทยและช่วยมนุษยชาติพ้นวิกฤตได้ ต้องมีความเข้าใจสภาวะที่ซับซ้อนอันห่อหุ้มพุทธศาสนาในประเทศไทย และคลี่คลายความซับซ้อนนั้นออกมาสู่สภาวะที่พอจัดการแก้ไขได้ พระไพศาล วิสาโล ...ได้ใช้เวลาหลายปีเพื่อค้นคว้าวิจัย และเรียบเรียงเป็นหนังสือเล่มนี้ ขอให้ชาวพุทธไทยช่วยกันศึกษาให้เข้าใจสภาวะของพุทธศาสนาในประเทศไทย และเหตุปัจจัยอันซับซ้อนยากแก่การแก้ไขปัญญาญาณหยั่งรู้ความจริงของสังคมเป็นปัจจัยสำคัญให้ออกจากสภาวะวิกฤตได้ "

       ประเวศ วะสี


" งานของพระไพศาล วิสาโล เล่มนี้ นับว่าได้ให้ข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากในเรื่องของการพระศาสนาในอดีต เพื่อปูพื้นฐานแก่เราว่า พุทธศาสนาในสังคมไทยได้คลี่คลายผ่านจุดแข็งจุดอ่อนมาจนกระทั่งปัจจุบันอย่างไร โดยในต่ละห้วงเวลาที่เผชิญกับโจทย์ปัญหา ชาวพุทธไทยร่วมยุคสมัยนั้นๆ ต้องขบคิดหาหนทางออกกันอย่างต่างวิธี ทั้งหมดนี้ผู้เขียนได้วิเคราะห์ตีความถึงเหตุผลที่ผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมคณะสงฆ์ ตลอดจนข้อธรรมคำสอนที่ไ้ด้รับการนำมาตีความหมายเพื่อการเผยแผ่อีกด้วย ที่สำคัญก็คือ การที่ได้นำเอาข้อมูล ตลอดจนข้อวินิจฉัยดังกล่าว มาทำการคิดขยายผลต่อ เพื่อฉายให้เห็นภาพหรือแนวโน้มใหม่ที่จะเป็นทางรอดของการพระศาสาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย "

       ส.ศิวรักษ์


" หนังสือเล่มนี้ตั้งปัญหาและทางออกที่มีความสำคัญแก่พระพุทธศาสนาไทย โดยอาศัยการศึกษาและใคร่่ครวญอย่างรอบคอบที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ หวังว่าจะก่อให้เกิดการถกเถียงอภิปรายกันเกี่ยวกับปัญหาและทางออกนี้อย่างกว้างขวางในสังคม เพราะนี้ไม่ใช่่สูตรสำเร็จที่จะยัดเยียดให้สังคมนำไปปฏิบัติ แต่เป็นการเริ่มต้นที่จะมองปัญหาและหาทางออกกันอย่างมีสติ

ฉะนั้นจึงเป็นหนังสือที่ชาวพุทธไทยซึ่งใส่ใจกับการพระศาสนาในสังคมจะขาดเสียมิได้ "

       นิธิ เอียวศรีวงศ

คำปรารภในการพิมพ์ครั้งที่สอง

พุทธศาสนาไทยในอนาคต พิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. ๒๕๔๖ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ได้สนับสนุนการพิมพ์ถึง ๙,๕๐๐ เล่ม ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อพิจารณาถึงความหนาและเนื้อหาของหนังสือที่ไม่น่าจะมีตลาดรองรับมากนัก อย่างไรก็ตามภายในเวลา ๓ ปีหนังสือก็ขาดตลาด นอกจากการเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงพระศาสนาแล้ว สาเหตุสำคัญประการหนึ่งน่าเป็นเพราะการกล่าวขานจากผู้รู้บางท่าน อาทิ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ซึ่งคัดเลือกหนังสือเล่มนี้ให้เป็น ๑ ใน ๑๐ ของหนังสือเด่นประจำปี ๒๕๔๖ นอกจากนั้นรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ที่หนังสือเล่มนี้ได้รับในปี ๒๕๔๘ ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจจากผู้อ่านเพิ่มขึ้นด้วย

ในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมากล่าวได้ว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ในทางที่จะปฏิรูปคณะสงฆ์ให้ดีขึ้น ร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรปกครองสงฆ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ถูกเก็บซุกไว้ในลิ้นชักจนกระทั่งบัดนี้ ส่วนพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ซึ่งรัฐบาลชุดต่อ ๆ มาพยายามผลักดัน อาทิ การจัดรูปที่ดินรวมทั้งธรณีสงฆ์ การส่งเสริมคุณธรรมของประชาชน การอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา ไม่มีฉบับใดเลยแม้แต่ฉบับเดียวที่ได้รับการตราเป็นกฎหมาย เนื่องจากถูกต่อต้านขัดขวางโดยพระสงฆ์กลุ่มต่าง ๆ ซึ่งบางกลุ่มก็ขัดแย้งกันเอง

ในปี ๒๕๕๐ ได้มีการชุมนุมของพระสงฆ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเพื่อผลักดันให้มีการตราในรัฐธรรมนูญว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์อย่างรุนแรงตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งในด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาที่ลดน้อยถอยลงต่อพระสงฆ์ จนท่านไม่อยู่ในฐานะผู้นำทางสติปัญญาของสังคมได้

กล่าวโดยรวมแล้ว สถานการณ์พระศาสนาที่หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงในการตีพิมพ์ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ด้านดีที่ควรกล่าวถึงก็คือความตื่นตัวและสนใจในพุทธศาสนาทั้งปริยัติและปฏิบัติได้เพิ่มขึ้นมากในหมู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนชั้นกลาง ผู้ที่เป็นตัวแทนปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างโดดเด่นคือ ท่านว.วชิรเมธี และพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช ท่านแรกมีผลงานเป็นหนังสือซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมตามสื่อกระแสหลักอยู่เนือง ๆ ส่วนท่านหลังนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจในทางธรรมแก่ผู้คนเป็นอันมาก จนมีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานอย่างกว้างขวาง ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน โดยมีการเชื่อมประสานกันเป็นเครือข่ายข้ามประเทศข้ามทวีป ขณะที่หนังสือธรรมะแนวอื่น ๆ ก็ยังเป็นที่นิยมและติดอันดับขายดีอยู่เนือง ๆ

เนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาสอดรับกับข้อสรุปของหนังสือเล่มนี้ ในการตีพิมพ์ครั้งใหม่นี้ จึงมิได้มีการแก้ไขปรับปรุงในส่วนสาระสำคัญ เป็นแต่ขยาย “บทส่งท้าย” ให้ยาวขึ้นกว่าเดิม กับได้แก้ไขสมณศักดิ์ของพระราชาคณะบางท่านให้เป็นปัจจุบัน เนื้อหานอกนั้นยังคงเดิม

ขออนุโมทนาสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทองที่เห็นคุณค่าของหนังสือเล่มนี้จนนำมาตีพิมพ์เป็นครั้งที่สอง เชื่อว่าผู้อ่านจำนวนมากที่เคยถามหาหนังสือเล่มนี้จะร่วมอนุโมทนาด้วย


พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved